Alden-Peplowski คู่หูดูเอ็ทชั้นเลิศ
By JazzLife Editor | December 17th, 2009 | Category: Articles | No Comments » 
หลังจากเริ่มอิ่มตัวกับการประสมวงแบบ “คอมโบ” หรือ สมอลล์ แบนด์ และยังไม่อยู่ในห้วงอารมณ์เสพรับพลังเสียงอันล้นหลามของบิ๊ก แบนด์ ทางออกหนึ่งของผมในการค้นหามุมมองใหม่ๆ กับดนตรีแจ๊ส คือสรรหารูปแบบการประสมวงที่แตกต่างออกไป
ดูเอ็ท (Duet) กลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งโดยปริยาย ด้วยเครื่องน้อยชิ้น แต่ให้ความรู้สึกโปร่งเบาและผ่อนคลาย ในเวลาเดียวกัน นักดนตรีทั้งสองต้องแสดงออกถึงชั้นเชิงการบรรเลงในระดับที่ไม่ธรรมดา เพราะต้องสลับกันทำหน้าที่รับ-ส่ง เพื่อให้ดนตรีมีความสมบูรณ์เท่าที่จะเป็นไปได้
ลักษณะดูเอ็ทอันเป็นที่นิยมในวงการแจ๊ส คือแซ็กโซโฟนกับเปียโน แต่ที่น่าตื่นตากว่านั้น คือดูเอ็ทระหว่างแซ็กโซโฟนกับกีตาร์ ซึ่งมือกีตาร์ต้องทำหน้าที่รักษาจังหวะและทิศทางของฮาร์มอนีไว้อย่างมั่นคง
พูดภาษาชาวบ้านก็คือ มือกีตาร์ต้องเหนียวสักหน่อย และไม่อาจปล่อยให้มีอาการ “รั่ว” ได้โดยเด็ดขาด

สำหรับผม Pow-Wow อัลบั้มใหม่ของ ฮาเวิร์ด อัลเดน ที่ทำร่วมกับ เคน เพพโลวสกี ยืนยันในเรื่องนี้ได้ดี ในแง่ตัวเพลงหรือเรพเพอตัวร์ (Repertoire) ที่นำมาเล่น อาจไม่หวือหวาเร้าใจนัก แต่ลักษณะที่เป็นการบรรเลงร่วมในแบบ Collaboration ต่างหากที่บ่งบอกถึงหัวใจของงานดนตรีชุดนี้
คอเพลงแจ๊สโดยทั่วไปน่าจะคุ้นเคยชื่อเสียงเรียงนามของนักดนตรีทั้ง 2 มาบ้างแล้ว ในฐานะศิลปินแจ๊สสายเมนสตรีมที่หยิบเอางานเพลงสแตนดาร์ดมาบรรเลงในระดับกลางๆ กล่าวคือไม่ฟังดูเชยหรือก้าวหน้าจนเกินไปนัก ด้วยลีลาการวอยซิ่งอันโปร่งเบาและมีชีวิตชีวา แนวทางการเล่นเน้นเอาความไพเราะเข้าว่า โดยทั้งสองต่างมีผลงานออกกับสังกัดอย่าง “คองคอร์ด” มาหลายชุด ในยุคทศวรรษ 80-90s
อันที่จริง หลายคนอาจจะเคยฟังฝีมือการบรรเลงกีตาร์ของ อัลเดน มาแล้ว สมัยที่เขาทำเพลงประกอบหนังเรื่อง Sweet and Lowdown ผลงานการสร้างของ วูดดี อัลเลน ผู้กำกับหนังที่คลั่งไคล้ดนตรีแจ๊สเป็นชีวิตจิตใจ
ฉากของหนังอยู่ในช่วงที่ดนตรีแจ๊สแนวสวิงกำลังเบ่งบาน เนื้อหาของหนังเป็นเรื่องราวของนักกีตาร์ชื่อ เอ็มเม็ทท์ เรย์ (ตัวละครที่ไม่ได้มีอยู่จริงนี้ รับบทโดย ฌอนน์ เพนน์) ซึ่งมักถูกเปรียบเทียบกับความอัจฉริยะของนักกีตาร์ยุคสวิงที่ร้อนแรงที่สุดอยู่เสมอ นั่นคือ จังโก ไรน์ฮาร์ดท์
วูดดี อัลเลน เลือก ฮาเวิร์ด อัลเดน มาดูแลด้านการบรรเลงกีตาร์ และเลือก ดิก ไฮแมน ดู แลในส่วนของการประสมวง โดย อัลเดน นั้น ถือว่าเหมาะสำหรับหน้าที่นี้ เพราะผ่านประสบการณ์เล่นดนตรีแนวดิ๊กซี่แลนด์และสวิงมาอย่างโชกโชนตั้งแต่สมัยวัยรุ่น
ครั้งหนึ่ง นักวิจารณ์ดนตรี เวย์น ธอมพ์สัน เคยเขียนไว้ใน ‘แจ๊สซีน’ ว่า “หากยังมีนักกีตาร์รุ่นหนุ่มในอเมริกาที่เก่งกาจกว่า ฮาเวิร์ด อัลเดน เห็นทีผมจะต้องตามไปชมพวกเขาเสียหน่อยแล้ว”
มองในกรอบของดนตรีแบบเมนสตรีม นี่มิใช่คำกล่าวที่เกินเลยแต่อย่างใด

ฮาเวิร์ด อัลเดน เกิดที่นิวพอร์ทบีช ในแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ.1958 เริ่มต้นเล่นกีตาร์เมื่ออายุ 10 ขวบ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานบันทึกเสียงของศิลปินแจ๊สยุคสวิง อย่าง หลุยส์ อาร์มสตรอง, เคานท์ เบซี และ เบนนี กูดแมน
ที่บ้านของ อัลเดน มีทั้งแบนโจ และกีตาร์ให้เขาทดลองหัดเล่น โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้วิธีจับคอร์ดกีตาร์อย่างง่ายๆ และเล่นแบนโจเป็นเสียงของทำนองเพลง
ด้วยความสนใจกีตาร์แจ๊สมากเป็นพิเศษ อัลเดน ตามรอยผลงานของนักกีตาร์รุ่นก่อนหน้าเขา อย่าง บาร์นีย์ เคสเซล, ชาร์ลี คริสเชียน, และ จอร์จ แวน เอ็ปส์ จนกระทั่งอายุ 12 ก็เล่นเพลงสแตนดาร์ดได้จำนวนหนึ่ง จึงเริ่มต้นเล่นดนตรีกับนักดนตรีที่มีอายุมากกว่าตามร้านรวงต่างๆ ในเมือง เช่น หน้าร้านพิซซา หน้าร้านซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น ซึ่งใช้เวลานานราว 2 ปี กว่าเขาจะมีงานเล่นประจำในคืนวันศุกร์-เสาร์
เส้นทางชีวิตนักดนตรีแจ๊สของ โฮเวิร์ด อัลเดน เป็นเหมือนคนอื่นๆ กล่าวคือหลังจากนั้นเขาเริ่มออกท่องยุทธจักร เล่นไปทั่วเมืองลอสแองเจลิส และเล่นดนตรีแจ๊สทุกแนวตั้งแต่แบบดั้งเดิมไปจนถึงดนตรีแจ๊สสมัยใหม่
แม้จะมาแบบมวยวัดในช่วงแรก แต่เวลาต่อมา อัลเดน ก็เห็นความจำเป็นของการศึกษาทางดนตรี เขาเรียนการใช้เทคนิคเพิ่มเติมกับครูสอนกีตาร์ชื่อ จิมมี ไวเบิล ซึ่ง บาร์นีย์ เคสเซล เป็นผู้แนะนำให้รู้จัก
จากนั้น อัลเดน ยังได้เรียนกีตาร์กับ ฮาเวิร์ด โรเบิร์ตส์ ที่ สถาบันจีไอที (Guitar Institute of Technology) อีกราว 1 ปี ก่อนจะได้รับการเทียบเชิญให้เป็นครูสอนกีตาร์ที่นั่นเป็นเวลาอีก 2 ปีต่อจากนั้น ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขามีงานเล่นดนตรีในย่านนั้นพอดี
ในปี ค.ศ.1979 เรด นอร์โว นักไวบราโฟนระดับตำนาน จ้างเขาและมือเบส สตีฟ โวโนเซล เล่นดนตรีเป็นเวลา 4 เดือนที่แอตแลนติคซิตี ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สั่งสมประสบการณ์ให้เขาแข็งแกร่งขึ้น ก่อนจะกลับมาลอสแองเจลิสเพื่อรับงานเล่นดนตรีอิสระ
หลังจากย้ายไปฝั่งนิวยอร์กในปี ค.ศ.1982 ทักษะของอัลเดนพัฒนาขึ้นตามลำดับ เขาสามารถเล่นเดี่ยวหรือเล่นแบ็คอัพให้ศิลปินคนอื่นๆ ได้อย่างยืดหยุ่น ฝีมือได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเปิดทางให้ได้ร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงคนอื่นๆ อาทิ รูบี บราฟฟ์, โจ วิลเลียมส์, วอร์เรน วาค, คลาร์ก เทอร์รี, ดิซซี กิลเลสปี และ วูดดี เฮอร์มาน
ผลงานบันทึกเสียงของ ฮาเวิร์ด อัลเดน ปรากฏอย่างสม่ำเสมอภายใต้สังกัด ‘คองคอร์ด’ นับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980s เป็นต้นมา โดยหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นของเขาคือ อัลบั้ม Thirteen Strings ที่เขาได้เล่นคู่กับขวัญใจตลอดกาลของเขา นั่นคือนักกีตาร์ 7 สาย จอร์จ แวน เอ็ปส์ (คำว่า Thirteen Strings หรือ 13 สายน่าจะมาจากการรวมสายกีตาร์ของเขา 6 สาย กับกีตาร์ 7 สายของ เอ็ปส์ นั่นเอง)
ฮาเวิร์ด อัลเดน ใช้กีตาร์กิ๊บสันรุ่น 175 มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1958 จนถึง ค.ศ.1978 จากนั้นด้วยแรงบันดาลใจที่มีต่ออาจารย์ของเขา คือ ฮาเวิร์ด โรเบิร์ตส์, อัลเดน จึงเปลี่ยนมาใช้ กีตาร์กิ๊บสันรุ่น ‘โฮเวิร์ด โรเบิร์ตส์ โมเดล’ และด้วยแรงบันดาลจากการทำงานกับ จอร์จ แวน เอ็ปส์ ซึ่งเล่นกีตาร์ 7 สาย อัลเดน หันมาใช้กีตาร์ 7 สายยี่ห้อเบเนเด็ตโต ตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 เป็นต้นมา
และด้วยกีตาร์ 7 สายที่เปิดพิสัยของเสียงที่กว้างขึ้นกว่าเดิมนี่เอง ทำให้เขามีอัลบั้มที่น่าสนใจตามมาอีกหลายชุด เช่น Hand-Crafted Swing, Seven & Seven และ Keepin’ Time เป็นต้น

สำหรับ เคน เพพโลวสกี ไม่เพียงมีสไตล์การบรรเลงเทเนอร์ แซ็กโซโฟน ในสกุลเวสต์โคสต์แจ๊สเท่านั้น แต่ฝีมือการบรรเลงคลาริเน็ทของเขายังหาตัวจับยาก ดังที่นักร้องเสียงนุ่มราวกำมะหยี่ เมล ทอร์เม เคยออกปากชื่นชมว่า เคน คือมือคลาริเน็ทที่มาแทนที่ เบนนี กูดแมนเลยทีเดียว
เคน เป็นนักดนตรีเชื้อสายโปลิชที่เติบโตจากเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เล่นดนตรีในวงเต้นรำแบบโปลกามาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่จะหันมาปันใจให้ดนตรีแจ๊ส ช่วงเรียนไฮสกูล เขาเคยเป็นสมาชิกในวงของ ทอมมี ดอร์ซีย์ ออร์เคสตรา (วงบิ๊ก แบนด์ ที่เป็นจุดแจ้งเกิดของ แฟรงค์ สินาตรา นั่นเอง) สมัยอยู่ในการดูแลของ บัดดี มอร์โรว์ ในช่วงนี้เองที่ เคน ได้เรียนดนตรีเพิ่มเติมกับตำนานแซ็กโซโฟนอย่าง ซันนี สติทท์
ปี ค.ศ.1980 เคน เพพโลวสกี มุ่งสู่เมืองนิวยอร์ก ซิตี เลี้ยงชีพด้วยการเล่นดนตรีทุกอย่าง ตั้งแต่ดิกซีแลนด์ไปจนถึง อวอง-การ์ด 4 ปีต่อจากนั้น เบนนี กูดแมน ราชาเพลงสวิงตัดสินใจเกษียณจากการเล่นดนตรี แล้วว่าจ้างให้ เคน เป็นมือคลาริเน็ทประจำวง
อัลบั้มของ เคน เพพโลวสกี ส่วนมากอัดกับสังกัด “คองคอร์ด” ส่วนระยะหลังหันมาทำอัลบั้มกับค่ายเพลงน้องใหม่ของเยอรมนีอย่าง “เนเกล เฮเยอร์”
นอกจากประสบการณ์แบ็คอัพ เมล ทอร์เม แล้ว เคน ผ่านงานดนตรีอย่างหลากหลาย เขาเคยเล่นกับ ลีออน เร็ดโบน, ชาร์ลี เบิร์ด, เพ็กกี ลี, มาดอนนา, จอร์จ เชียริง, แฮงก์ โจนส์, เดฟ ฟริชเบิร์ก, โรสแมรี คลูนีย์, ทอม ฮาร์เรลล์, เจมส์ มูดี, ซีดาร์ วอลตัน จนถึงสายป๊อปคลาสสิก อย่าง เอริค คุนเซิล
0 0 0 0 0
ทั้ง อัลเดน และเพพโลวสกี เคยร่วมงานกันมาหลายชุดแล้ว เท่าที่ผมจำได้คืออัลบั้มชุด Concord Duo Series, Volume Three ส่วนอัลบั้ม Pow-Wow ถือเป็นการดูเอ็ทร่วมกันครั้งแรก โดยออกกับสังกัดใหม่ อาร์เบอร์ส เร็คคอร์ดส์ ซึ่งถือเป็นการกลับมารียูเนียนกันอีกครั้ง
แทร็คแรก Pow-Wow เป็นการรีฮาร์มอไนซ์เพลง Cherokee ให้คลี่คลายมาเป็นธีมใหม่ ตามจารีตที่สืบทอดมาจากแจ๊สในสไตล์บีบ็อพ เคน เล่นเทเนอร์แซ็ก สอดผสานกับทางกีตาร์อันลื่นไหลของ อัลเดน อย่างกลมกลืนและเป็นเอกภาพ
ขณะที่ Did I Remember ? เป็นการทดลองปรับแต่งเพลงสแตนดาร์ดที่ บิลลี ฮอลิเดย์ เคยถ่ายทอดไว้ให้กลายเป็นบ็อพ โดย เคน เปลี่ยนมาบรรเลงคลาริเน็ท ด้วยไอเดียของการนำเสนอ “ความขัดแย้งที่แปลก” เพราะโดยบุคลิกภาพ คลาริเน็ท เป็นตัวแทนของยุคสวิงมากกว่า แต่ เคน อิมโพรไวซ์ได้อย่างหมดจด
เพลงเด่นในอัลบั้มยังประกอบด้วย Who Knows ? เพลงเก่าของ ดุ๊ก เอลลิงตัน ด้วยลีลาของโลกใหม่ในบรรยากาศของโลกเก่า เช่นเดียวกันกับ After All ผลงานชิ้นเยี่ยมของ บิลลี สเตรย์ฮอร์น ที่ให้เสียงคลาริเน็ทนำทำนอง โดยมีกีตาร์คอมพิงอย่างใกล้ชิด กลายมาเป็นความเยือกเย็นที่สัมผัสได้
นอกจากงานเพลงยุคสวิงที่นำเสนอใหม่แล้ว ในอัลบั้มยังมีเพลงแจ๊สยุคหลัง ไม่ว่าจะเป็น Very Early ของ บิลล์ เอแวนส์ หรือ Tempus Fugit ของ บัดด์ พาวล์ นักเปียโนที่เป็นตำนานหนึ่งของดนตรีบีบ็อพ
ในอัลบั้มยังมีเพลงสแตนดาร์ดที่คุ้นหูอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น The Things We Did Last Summer ของ แซมมี คาห์น , I See Your Face Before Me บัลลาดที่โชว์ทางเทเนอร์แซ็กอันนุ่มทุ้ม ส่วน Bossango เป็นบอสซา โนวา ที่ยังอิงแอบอารมณ์โรแมนซ์ไม่เสื่อมคลาย
ใครที่ชอบปรัชญา Small is Beautiful ผมคิดว่าทุกเส้นเสียงในอัลบั้มนี้ อันสืบเนื่องจากการร่วมงานของศิลปินทั้ง 2 คือผลลัพธ์ที่ยืนยันความคิดและความเชื่อดังกล่าว อย่างไม่มีข้อสังสัย.
Howard Alden & Ken Peplowski / Pow-Wow / Arbors Records
Tracks : Pow Wow ; Dream Dancing ; Did I Remember ? ; Very Early ; Who Knows ; After All ; Bossango ; I See Your Face Before Me ; Tempus Fugit ; The Land of the Loon ; The Things We Did Last Summer ; Panama ; Lucky to Be Me et Happy
Personnel : Ken Peplowski , clarinet , tenor sax ; Howard Alden , guitar
เพลง Pow Wow