จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 38

cres1

ศิลปิน “เครสเชนโด” ตอน “Seventh Year”

แวดวงคนฟังเพลงบ้านเรา รู้จัก เครสเชนโด (Crescendo) เป็นอย่างดี ในฐานะวงซูเปอร์กรุ๊ป ที่มาจากการรวมตัวของนักดนตรียอดฝีมือของหลายๆ วง

เช่น นอ – นรเทพ มาแสง เคยเป็นมือเบสวง “พอส” และ “ทีโบน” ส่วน เอก – เอกพงศ์ เชิดธรรม มือกลองจากวง “ซีเปีย” เป็นต้น

พวกเขา มีงานอีพี “ไลฟ์ อิน สตูดิโอ” ออกขายกันแบบ “อิสระ” อยู่ชุดหนึ่ง ก่อนจะออกอัลบั้มหลักชุดแรก Crescendo กับค่ายเพลงเบเกอรี ตามมาด้วยอัลบั้มสอง คือ Second Chance (ยุคนี้ เบเกอรี่ ควบรวมเป็นส่วนหนึ่งของ โซนี/บีเอ็มจี)

อัลบั้มหลักชุด 3 คือ Four Days มีการเปลี่ยนแปลงนักร้อง จาก บี พีระพัฒน์ เถรว่อง เป็น นัท ชาติชาย มานิตยกุล ที่มาพร้อมด้วยซิงเกิลดัง “เห็นแก่ตัว” ซึ่งก่อให้เกิดการตีความกันอย่างกว้างขวางหลากหลาย ในมุมมองของหมู่แฟนเพลง

cres3cres2

ระหว่างนั้น ด้วยความรักในเสียงดนตรี และความต้องการเป็นอิสระจากพันธนาการทางธุรกิจ เหล่าพลพรรคเครสเชนโด ยังมีงานอิสระออกมาเรื่อยๆ เช่น อัลบั้ม Space Cendo ออกกับ “โทนิค เร็คคอร์ดส์” หรือ อีพี “ใต้แสงตะวัน” หรือจะเป็นบันทึกการแสดงสดที่ผับโอเวอร์โทน

พวกมีอัลบั้ม Light เป็นงานอะคูสติคชุดที่ 4 ซึ่งหยิบเอาเพลงจากชุดก่อนๆ มานำเสนอในรูปแบบอะสูติค มีเพลงที่รู้จักกันดี อย่าง “ใจกลางความเจ็บปวด” “ความจริงในใจ” “เพราะฉันใช่ไหม” “โลกหมุนด้วยความรัก” เป็นต้น

เครสเชนโด (Crescendo) มาจากภาษาอิตาเลียน (ตามหลัก ออกเสียงว่า เครอ-เชน-โด โดยเน้นหลักที่คำว่า “เชน” ) เป็นศัพท์แสงที่ใช้ในการบรรเลงดนตรี หมายถึง “ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อย”

ผ่านมาหลายปี เส้นทางดนตรีของพวกเขายังทอดยาวเบื้องหน้า ด้วยฐานของแฟนเพลงที่แน่นหนาขึ้นตามลำดับ ปัจจุบัน เครสเชนโด กำลังอยู่ระหว่างการทำงานชุดใหม่ พร้อมกันนั้น จะมีคอนเสิร์ตเฉพาะกิจขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน ศกนี้

ในนาม จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 38 ซึ่ง เครสเชนโด จะมาขับเคลื่อนพลังดนตรี ในตอนที่ชื่อว่า เซเวนธ์ เยียร์ (Seventh Year)

งานนี้ นับเป็นวาระพิเศษร่วมกัน ระหว่าง “จุดประกาย คอนเสิร์ต” โดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และพลพรรค “เครสเชนโด” ในการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 7 ของทั้งศิลปินและผู้จัดงาน

ไม่เพียงการนำเสนอเพลงฮิตทั้งหมดของ เครสเชนโด จากอดีตจนถึงปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังนำเสนอผลงานใหม่ของพวกเขา ที่กำลังเสร็จสิ้นจากสตูดิโออีกด้วย

cres5cres4

และแน่นอนที่สุด นี่คือเวทีที่พวกเขาจะ “ปล่อยของ” ด้วยบทประพันธ์ดนตรี จากผลงานเดี่ยวของสมาชิก ซึ่งเผยให้เห็นทั้งตัวตนและศักยภาพอันไม่ธรรมดาของสมาชิกแต่ละคน ด้วยบรรยากาศของคอนเสิร์ตฮอลล์ที่แตกต่างจากงานอีเวนท์ทั่วไป

โดยภาพรวม นี่คือการปลดปล่อยพลังดนตรีที่ไปไกลกว่าขอบเขตของดนตรี ที่จำกัดอยู่กับความเป็น ฟังกี้ กรู้ฟ ริธึ่มแอนด์ บลูส์ และ แจ๊ส

จะเป็นเช่นไรนั้น ไปร่วมพิสูจน์การสำแดงพลังดนตรีของพลพรรค “เครสเชนโด” ได้ในวันนั้น.

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.