Swing Again ! สุนทรียภาพจากตัวอักษรถึงเสียงเพลง

8         บรรยากาศที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ตั้งแต่บ่ายแก่ๆ ของวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา เนืองแน่นด้วยผู้คนที่มาร่วมชมการแสดงดนตรี Swing Again ! Diageo Moet Henney – Judprakai Concert Series # 39 รำลึกถึง ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ยิ่งยงแห่งสวนอักษร ที่มีความรักหลงใหลในเสียงดนตรี ทั้งที่ปรากฏในชีวิตส่วนตัวและสะท้อนผ่านงานเขียนในรูปแบบต่างๆ ของเขา ความคึกคักเริ่มตั้งแต่ร้านหนังสือที่ขนทั้งหนังสือเก่าและใหม่ ผลงานของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ มาให้นักอ่านนักฟังได้ละเลียดอย่างชื่นมื่น เช่นเดียวกันกับแผงซีดีที่อวดผลงานแนวเพลงต่างๆ อย่างมีสีสัน
          ราว 16.00 น. พิธีกรสาว ทิวาพร เทศทิศ นำเข้ารายการพิเศษในห้องโถง ด้วยการแนะนำ ดีเจซี๊ด นรเศรษฐ หมัดคง ซึ่งขนเครื่องเล่นแบบ “คลับดีเจ” มาเล่นแผ่นให้ฟังกันเพลินๆ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเพลงที่หยิบมา ล้วนแต่เป็น “ตับของเพลงแจ๊ส” ทั้งนั้น เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
         พิธีการภายในงานเริ่มต้นขึ้น เมื่อ พัฒน์นรี พิบูลกุลพัฒน์ รองประธานกรรมการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นเวทีเพื่อมอบดอกไม้เป็นเกียรติแก่ “มาดามวารินชำราบ” สุมาลี วงษ์สวรรค์ ภริยาของ ‘รงค์ ที่มาร่วมงาน และแก่ศิลปิน ตามด้วย สุมาลี เตรียมเข็มกลัดหายากของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ มามอบให้ จากนั้นเป็นคิวของ โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน รับหน้าที่ต่อ ด้วยการเรียกน้ำย่อยผ่านเสียงแซ็กโซโฟนของนักแซ็กรุ่นเยาว์ 2 คน ฝีมือของ “รุ่นจิ๋ว” เรียกเสียงเกรียวกราวได้ทั่วหน้า

9
         โก้ พร้อมด้วยวง “ทาคาชิ แบนด์” และนักทรัมเป็ตรับเชิญ สตีฟ แคนนอน นำเข้าคอนเสิร์ต ด้วยเพลง Song for ‘Rong Wong-savun ซึ่งถือเป็น  “ธีมหลัก” ของงานที่ โก้ แต่งใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ตามด้วยเพลงในห้วงอารมณ์ที่ต่อเนื่องกัน 8,000 Miles Away จากนั้น แขกรับเชิญอีกรายคนเวที หยอย ยงยุทธ ผิวสุวรรณ ซึ่งปกติเป็นนักแซ็ก หากในเพลง What A Wonderful World เขาสวมวิญญาณหลุย อาร์มสตรอง ถ่ายทอดน้ำเสียงเข้มๆ ได้ตรงใจ

7
         ขงเบ้ง สมภพ  แพร่แสงเอี่ยม มือกลองของวงโซโล ก่อนนำเข้าเพลง Take 5 เพลงอมตะของ พอล เดสมอนด์ ที่มี อ.วิลเลียม กฤษติ์ บูรณวิทยวุฒิ โซโลอัลโตแซ็กโซโฟนอย่างคล่องแคล่วและเต็มด้วยพลัง โดยมี โซ่ อีทีซี หรือ แมนลักษณ์ ทุมกานนท์  รับหน้าที่เล่นเปียโนให้
         จากนั้นถึงคราวของเพลงเมดลีย์ในแบบ “บอสซา โนวา” ที่เลือกสรรมาบรรเลงอย่างต่อเนื่อง 3 เพลง Corcovado – The Girl From Ipanema – Desafinado เพื่อรำลึกถึงความชื่นชอบ โจบิม และ สแตน เก็ทซ์ เป็นการส่วนตัวของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ โดย โซ่ ยังฝากเสียงฮาร์มอนีสวยๆ ผ่านเปียโนให้ในเซ็ทนี้  พร้อมด้วยนักร้องรับเชิญ น้องฟางข้าว ณัชชา จิตตานนท์

6
         ความเข้มข้นของคอนเสิร์ตทวีระดับขึ้น เมื่อถึงคิวของเพลง Footprints เพลงเก่าของ เวย์น ชอร์เตอร์ อดีตลูกวงของ ไมล์ส เดวิส จัดเป็นตัวแทนของเพลงจากยุคซิกซ์ตีส์ที่นำมาเรียบเรียงให้ชิลล์และกรู้ฟยิ่งขึ้น งานนี้ ทั้งโซ่ และ สตีฟ ปล่อยของกันสนุกสนาน พร่างพรู ตามด้วย Giant Steps อมตะคลาสสิกแจ๊สของ จอห์น โคลเทรน ที่มี พลวิทย์ โอภาพันธุ์ บรรเลงเพลงสุดหินเพลงนี้ ร่วมกับนักเปียโนรับเชิญ คม วงษ์สวัสดิ์ ก่อนจะลาเวทีไปกับเพลงสแตนดาร์ดนุ่มๆ ผ่อนคลายอารมณ์ ในเพลง I Wish You Love ที่น้องฟางข้าวขึ้นมาฝากเสียงร้องน่าฟังอีกครั้ง

4

        ไคลแมกซ์ครั้งสำคัญมาถึงในเพลง น้ำตาแสงไต้ เพลงเก่าของครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร โดย ยงยุทธ ผิวสุวรรณที่เชื่อมโยงโลกดนตรีแบบไทยๆ ให้สอดผสานกับจารีตสากลของแจ๊สได้อย่างไร้ตะเข็บ ทำเอาหลายคนน้ำตาซึมด้วยความประทับใจ จากนั้นแถมสั้นๆ กับเพลง Autumn Leave โดย โก้ เชิญ “น้องฟ้าใส” หนึ่งในผู้ชมให้มาถ่ายทอดเพลงนี้แบบ “เซอร์ไพรส์” อารมณ์ความนุ่มนวลยังเดินทางต่อด้วย Lullaby บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เรารู้จักกันในชื่อ “ค่ำแล้ว”

3
         จากนั้นทุกอย่างหวนคืนสู่ชีวิตชีวาอีกครั้งกับ ฟังกี้ แจ๊ส ในเพลง Sidewinder เพลงเก่าของ ลี มอร์แกน ที่บรรเลงด้วยกลุ่มฮอร์น 3 คัน สตีฟ-วิลเลียม-โก้ แล้วต่อเนื่องด้วยความดุเดือด สนุกสนาน และถือเป็นไฮไลท์สุดยอดในงานนี้ คือ Song for My Father เพลงคลาสสิกของ ฮอเรซ ซิลเวอร์ ที่มีความหมายสำหรับงานนี้ และเป็นการเปิดทางให้นักดนตรีร่วมกันขึ้นแจมบนเวทีอย่างเมามัน เพื่อสร้างความอิ่มเอมในท้ายที่สุด

1

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.