เพกกี ลี
By JazzLife Editor | June 11th, 2010 | Category: Bio | 2 comments
แม้จะผ่านช่วงชีวิตในวัยเยาว์ไปด้วยความลำบาก จากการที่ต้องแบกรับภาระจากพ่อที่เอาแต่ดื่มเหล้า และแม่เลี้ยงที่ไม่ให้ความเมตตา แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะโด่งดัง เธอจึงออกเดินทางค้นหาเส้นทางแห่งดวงดาว ด้วยการเดินทางเสี่ยงโชคไปตามที่ต่างๆ และแล้วความพากเพียร อดทน รู้จักไขว่คว้าโอกาสที่ผ่านเข้ามาอย่างชาญฉลาด รวมไปถึงความสามารถอันหลากหลายทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง รวมไปถึงความสามารถที่โดดเด่นทางด้านการแต่งเพลง ส่งผลให้ชื่อของ เพกกี ลี (Peggy Lee) ยืนหยัดส่องประกายเจิดจ้าอยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 30 ปี เพกกี ลี เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1920 ที่ เจมส์ทาว์น นอร์ทดาโคตา หรือที่รู้จักกันในนาม The Buffalo City เมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไร่นา และท้องทุ่ง
ชื่อเดิมของเธอคือ นอร์มา เดโลริส เอกสตรอม(Norma Deloris Egstrom) เป็นลูกสาวคนที่ 7 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน ของ มาร์วิน เอกสตรอม (Marvin Egstrom) แม่ของเธอเสียชีวิตเมื่อเธออายุได้เพียง 4 ขวบ หลังจากนั้นพ่อของเธอแต่งงานใหม่อีกครั้ง แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับแม่เลี้ยงไม่ดีนัก
เธอผ่านช่วงเวลาในวัยเยาว์ไปด้วยความยากลำบาก ต้องออกหาเงินด้วยการรับจ้างทำงานในฟาร์ม ลี ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก เธอใช้เวลาว่างหาความสุขด้วยการฟังเพลงจากสถานีวิทยุ ร่วมกิจกรรมในโรงเรียน ร้องเพลงกับคณะนักร้องในโบสถ์ และเริ่มใฝ่ฝันที่จะเข้ามาแสวงหาโชคในแวดวงฮอลลีวูด
หลังจากจบการศึกษาในระดับชั้นไฮสคูลในปี 1938 ได้งานร้องเพลงให้กับสถานีวิทยุท้องถิ่น และผู้จัดการสถานี เคน เคนเนดี (Ken Kennedy) ได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า เพกกี ลี ในช่วงนี้ออกหาเงินเลี้ยงชีพด้วยการเป็นสาวเสิร์ฟ และทำงานในร้านขายขนมปังควบคู่ไปด้วย จากนั้นเดินทางเสี่ยงโชคไปยัง แคลิฟอร์เนีย, ชิคาโก ในที่สุดก็ได้งานร้องเพลงใน โรงแรม Ambassador West และในระหว่างนี้เองที่ เบนนี กูดแมน (Benny Goodman) นักคลาริเนต และนายวงชื่อดัง มาพบ และสัมผัสได้ถึงความงามในเสียงร้องของ ลี เขาตกลงว่าจ้างเธอในฐานะนักร้องประจำวง แทนนักร้องเดิมคือ เฮเลน ฟอร์เรส (Helen Forrest) ซึ่งลาออกไป
ลี เข้าร่วมงานกับวงของ เบนนี กูดแมน ในเดือนกรกฎาคม ในปี 1942 ออกเดินสายแสดงดนตรีไปพร้อมกับวง ด้วยความฉลาดและเป็นคนช่างสังเกต ลี เริ่มเรียนรู้รูปแบบการร้องที่เหมาะกับดนตรีในแต่ละรูปแบบ
ด้วยชื่อเสียงของวงที่กำลังโด่งดัง บวกกับความสามารถในการร้องเพลง ส่งผลให้ เพกกี ลี ประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว และเริ่มมีงานบันทึกเสียงร่วมกับวงของ กูดแมน เพลงฮิตในช่วงเวลานี้ได้แก่ Elmer’s Tune, How Deep is The Ocean?, How Long Has This Been Going On? และ My Old Flame
รวมไปถึงเพลงที่ได้รับความสำเร็จอย่างสูง ทำให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางคือเพลง Why Don’t You Do Right? ที่มียอดขายกว่า 1 ล้านแผ่น
ในเดือนมีนาคมปี 1943 ลี ตกลงใจแต่งงานกับ เดฟ บาร์เบอร์ (Dave Barbour) นักกีตาร์ในวงของ กูดแมน หลังจากนั้นไม่นานเธอตัดสินใจลาออกจากวง เริ่มทำงานร่วมกับสามี ออกงานบันทึกเสียงกับสังกัด Capitol มีเพลงฮิตมากมาย ส่วนหนึ่งเป็นเพลงที่เธอแต่งขึ้นร่วมกับสามี เพลงฮิตในช่วงนี้ได้แก่ เพลง Golden Earring (ขายได้มากกว่า 1 ล้านแผ่น), What More Can A Woman Do?, It’s A Good Day, I Don’t Know Enough About You, You Was Right, Baby และ Manana ที่มียอดขายสูงกว่า 2 ล้านแผ่น
และเมื่อเธอนำเพลง “Fever” เพลงเก่าของ ลิตเติล วิลลี จอห์น (Little Willie John) นักร้องแนวอาร์ แอนด์ บี กลับมาร้องและทำดนตรีใหม่ เสียงนุ่มปนเย้ายวนของเธอก็ฉุดให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตครองใจหนุ่มๆสาวๆ และเพลงนี้ก็กลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ประจำตัวเธอในเวลาต่อมา จากนั้นย้ายไปร่วมงานกับสังกัด Decca มีงานบันทึกเสียงเด่นอัลบั้ม “Black Coffee” กับผลงานเพลง “Lover”และ “Mr. Wonderful” ควบคู่ไปกับงานร้องเพลง ลี เริ่มมีงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง “Mr.Music” ร่วมกับ บิง ครอสบี (Bing Crosby) ตามมาด้วย “The Jazz Singer” (1953) และ Pete Kelly’s Blues (1955) จากนั้นหันไปทำงานแต่งเพลงให้กับหนังเรื่อง “Johnny Guitar” และ “About Mrs. Leslie” ตามมาด้วยการทำเพลงให้กับหนังการ์ตูนเรื่อง “Tom Thumb”, “The Time Machine” รวมไปถึงงานพากย์เสียง และเขียนคำร้องให้กับการ์ตูนดังจากค่ายดีสนีย์เรื่อง “Lady and The Tramp”
หลังจากนั้นกลับมาร่วมงานกับสังกัด Capitol อีกครั้งและยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์บทเพลงครองใจมหาชน อัลบั้มโดดเด่นของเธอในช่วงนี้ได้แก่ “Jump for Joy” ร่วมกับ เนลสัน ริดเดิล (Nelson Riddle) นายวงและนักเรียบเรียงเสียงประสานชื่อดัง (1956), “Beauty and the Beat” กับ จอร์จ แชริง George Shearing) นักเปียโนตาพิการ (1959), “Sugar ‘N’ Spice” และ “Mink Jazz” ร่วมงานกับ เบนนี คาร์เตอร์ (Benny Carter) นักแซกโซโฟนแจ๊สผู้ยิ่งใหญ่ (1961-62)
แม้จะประสบความสำเร็จในด้านการงาน แต่ทางด้านชีวิตรักดูเหมือนจะสวนทางกัน การหย่าร้างจากสามีคนแรกมีขึ้นในปี 1951 และแต่งงานใหม่ครั้งที่ 2 ในปี 1955 กับ แบรด เดกส์เตอร์ (Brad Dexter) นักแสดงหนุ่ม 10 เดือนหลังจากนั้นทั้งคู่หย่าขาดจากกัน ลี เริ่มชีวิตแต่งงานครั้งที่ 3 กับ ดิวอี้ มาร์ติน (Dewey Martin) ซึ่งเป็นนักแสดงเช่นเดียวกันกับสามีคนที่ 2 และจบลงด้วยการหย่าร้างเช่นกันในปี 1959 จากนั้นแต่งงานครั้งที่ 4 กับ แจค เดล ริโอ (Jack Del Rio) ในปี 1964 และสิ้นสุดลงในปี 1965 เช่นเดียวกับคนอื่น แม้ชีวิตคู่ของเธอออกจะดูวุ่นวาย แต่ ลี ไม่เคยนำปัญหาส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับงานของเธอ จึงทำความสำเร็จของเธอยืนอยู่มาตรฐานการทำงานที่ไม่เคยตกต่ำ
ลี ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี อวอร์ด ถึง 12 ครั้ง ได้รับรางวัล Best Contemporary Vocal Performance จากเพลง “Is That All There Is” ในปี 1969 และได้รับรางวัล Grammy Lifetime Achievement Award ในปี1995
นอกเหนือจากงานร้องเพลง และงานแสดงที่ ลี รัก เธอยังมีงานอดิเรกมากมายทั้งวาดภาพ งานปั้น และเขียนบทกวี โดยจัดพิมพ์บทกวีของเธอออกจำหน่ายในชื่อ “Softly, With Feeling” ในปี 1953 อีกทั้งเปิดบริษัท “Peggy Lee Enterprises” ดำเนินธุรกิจทางด้านทีวี และภาพยนตร์ ที่เธอถนัด
จากการตรากตรำทำงานหนักทำให้สภาพร่างกายของ ลี ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เธอป่วยเป็นโรคเบาหวาน และมีปัญหาทางด้านหัวใจ แม้จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว จากโลกนี้ไปอย่างสงบภายในบ้านพักของเธอด้วยวัย 81 ปี ในวันที่ 21 มกราคม ปี ค.ศ.2002….เรียบเรียงโดย Jessica
How are you?! Please e-mail me your contacts. I have a question james@infansport.ru” rel=”nofollow”>……
Best regards….
Please contact me at mr.anant@gmail.com