แนท คิง โคล เสน่ห์เสียงร้องก้องโลก

Nat King Cole 01

แท้จริงแล้วความฝันของเขา คือการเป็นนักเปียโนแจ๊สผู้เก่งกาจ แม้ฝีมือการบรรเลงจะไม่เป็นรองใคร แต่เสียงร้องของเขากลับโดดเด่นเกินทัดทาน และเมื่อเขาพบว่านั่นคือพรที่สวรรค์ประทานมาให้ เขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้เสียงร้องนำทางสู่ความสำเร็จ เขาคือนักร้องผู้มีเสียงร้องนุ่มนวล และแสนอบอุ่น ไม่ว่าเขาจะร้องเพลงอะไร เพลงๆนั้นก็กลายมาเป็นเพลงที่ได้รับความสนใจอย่างมากมาย ชายผู้สร้างตำนานเพลงร้องผู้ยิ่งใหญ่ แนท คิง โคล (Nat King Cole) กับเสียงร้องที่อยากจะลืมเลือน
แนท คิง โคล เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ปี ค.ศ.1919 ณ เมืองมอนท์โกเมอรี มลรัฐอลาบามา ต่อมาครอบครัวย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่เมืองชิคาโก เมืองซึ่งในขณะนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีแจ๊ส พ่อของ แนท เป็นบาทหลวงของโบสถ์แบ็บติสต์แห่งหนึ่ง ส่วนแม่เล่นออร์แกนในโบสถ์ ด้วยความสนใจในดนตรี แนท เริ่มเรียนออร์แกนและเปียโนจากแม่ตั้งแต่วัยเยาว์ บทเรียนที่เขาเรียนรู้มีทั้งกอสเพล, แจ๊ส ไปจนถึงเพลงคลาสิก
ในวัยหนุ่ม แนท มักแอบย่องออกจากบ้านและเตร็ดเตร่อยู่ตามคลับแจ๊สในเมือง
เพื่อหาประสบการณ์ทางดนตรีเพิ่มเติม แนท ชื่นชอบผลงานของ Louis Armstrong และมีนักเปียโน Earl “Father” Hine เป็นต้นแบบ
เมื่ออายุได้ 15 ปี แนท เริ่มต้นไล่ตามความฝันที่จะเป็นนักเปียโนแจ๊ส แนท และพี่ชายของเขา Eddie ซึ่งเป็นมือเบส ร่วมกันจัดตั้งวงของพวกเขาขึ้น และมีงานเล่นดนตรีตามคลับในละแวกนั้น พวกเขามีผลงานบันทึกเสียงครั้งแรกในปี 1936 แต่ผลงานยังไม่เป็นที่นิยม
หลังจากนั้น แนท เข้าทำงานกับคณะละครเรื่อง “Shuffle Along” และได้พบรักกับนักแสดงสาว Nadine Robinson ทั้งคู่แต่งงานกันในเวลาต่อมา และย้ายมาอยู่ที่นครลอสแองเจลลิส ปี 1937 แนท จัดตั้งวงดนตรีอีกครั้งในนาม “Nat King Cole Trio” ซึ่งสมาชิกในวงประกอบไปด้วย Oscar More ในตำแหน่งกีตาร์ Wesley Prince ดับเบิลเบส และ ตัว แนท เองเล่นเปียโน มีงานแสดงประจำที่โรงแรม Swanee Inn

natkingcoletrio
ช่วงแรกวง Nat King Cole Trio เล่นเพลงบรรเลง และไม่มีนักร้องประจำวง แนท ค่อนข้างอายเสียงร้องของตนเอง และไม่ค่อยกล้าร้องเพลง แต่ด้วยความบังเอิญที่ถูกแฟนเพลงขอให้เขาร้องเพลง “Sweet Lorraine” และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามั่นใจ เมื่อพบว่าแฟนเพลงชอบเสียงเพลงที่เขาถ่ายทอดออกมา
ในช่วงนี้ แนท และวงของเขามีงานบันทึกเสียงร่วมกับ Lionel Hampton ในฐานะวงที่เล่นสนับสนุน และด้วยความช่วยเหลือของ แฮมพ์ตัน พวกเขาได้เซ็นสัญญากับ Decca Record ในปี 1940
ปี1942 แนท มีผลงานบันทึกเสียงร่วมกับ Red Callender และ Lester Young ซึ่งถือเป็นผลงานทรงคุณค่าของพวกเขาในเวลาต่อมา  หลังจากนั้น Nat King Cole Trio เซ็นสัญญากับสังกัด Capital Records และในปี 1944 ผลงานเพลง “Straighten Up and Fly Right” ซึ่ง แนท แต่งขึ้นจากความประทับใจบทสวดซึ่งพ่อเขาเทศน์ในโบสถ์ ได้รับความนิยมอย่างสูง ขายได้มากกว่า 1 ล้านแผ่น ส่งผลให้ชื่อของ แนท โด่งดังในฐานะนักร้อง
ความนิยมในเสียงร้องของ แนท ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขา ยังมีงานบันทึกเสียงซึ่งประสบความสำเร็จตามมามากมาย ปี 1936 ผลงานเพลง “(Get Your Kicks On) Route 66” เข้าสู่อันดับเพลงฮิตอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยผลงานเพลงในเทศกาลคริสต์มาส ที่เขาปัดฝุ่นเพลงเก่าซึ่งไม่เคยมีใครสนใจอย่าง “Merry Christmas to You (Chestnuts roasting on an open fire)”ผลงานการแต่งเพลงของ Mel Torme และ Robert Wells ขึ้นสู่เพลงยอดนิยมอันดับ 3 และขายได้มากกว่า 1 ล้านแผ่น กลายเป็นเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสซึ่งเป็นที่นิยมจนถึงปัจจุบัน
ตามมาด้วยงานเพลง “(I Love You) For Sentimental Reasons” และ “Nature Boy” ที่ร้องและบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตรา ขึ้นสู่ความนิยมในอันดับ 1 นานถึง 8 สัปดาห์ต่อเนื่องด้วยยอดขายที่พุ่งสูงมากกว่า 1 ล้านแผ่น พร้อมกับชื่อเสียงของวงซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงเช่นกัน
เดือนตุลาคม ปี 1947 มือกีตาร์ของวง Oscar Moor ลาออก พวกเขาได้ Irving Ashby มาแทน และในเดือนมีนาคม ปี 1948 แนท ประสบปัญหาครอบครัวเขาหย่าร้างกับภรรยาคนแรก Nadine หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือน แนท รักษาแผลใจอย่างรวดเร็ว เขาแต่งงานใหม่กับนักร้องสาว Marie Ellington ซึ่งต่อมาได้ให้กำเนิดทายาท 5 คน
ในเดือนสิงหาคม ปี 1949 Johnny Miller มือเบสของวงลาออก และได้ Joe Comfort มาแทนที่ แนท ปรับปรุงวงด้วยการเพิ่มสมาชิกใหม่ Jack Costanzo ในตำแหน่ง เพอร์คัสชัน และใช้ชื่อว่า “Nat ‘King’ Cole & the Trio.”
เดือนกรกฎาคม ปี 1949 แนท บันทึกเสียงเพลง “Mona Lisa” เพื่อใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยร้องร่วมกับวงเครื่องสายที่เรียบเรียงเสียงประสานโดย Nelson Riddle และกลายเป็นอีกเพลงที่ได้รับความนิยม มียอดขายสูงกว่า 3 ล้านแผ่น
ช่วงหลัง แนท มักจะมีผลงานร่วมกลับวงออร์เคสตร้าและวงบิกแบนด์ ทำให้วงทริโอของเขาลดบทบาทลง และในที่สุดก็แยกย้ายกันไป แนท ออกมาโลดเล่นในฐานะศิลปินเดี่ยวเต็มตัว เพลงฮิตในช่วงนี้ “Smile”, “Pretend”, “A Blossom Fell”, “If I May” และอีกหลากหลายบทเพลง เป็นผลงานร่วมกับนายวงชื่อดัง อาทิ Nelson Riddle, Gordon Jenkins, และ Ralph Carmichael

Natkingcole_love songs 
เดือนสิงหาคม ปี 1951 แนท บันทึกเสียงเพลง “Unforgettable” ซึ่งเข้าสู่ความนิยมในอันดับที่ 12 และ 40 ปี ต่อมาเพลงนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเมื่อลูกสาวของเขา Natalie Cole ทำให้ความฝันที่จะร้องเพลงคู่กับพ่อของเธอเป็นความจริง โดยใช้เทคนิคจากเครื่องมืออันทันสมัยในปัจจุบัน นำเสียงร้องของ แนท มาตัดต่อเข้ากับเสียงร้องของเธอ ส่งผลให้ผลงานในอัลบั้มชุดนี้กวาดรางวัลแกรมมีไปถึง 7 ตัว
แนท ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องของเขาผลิตเพลงฮิตออกมามากมาย ช่วงนี้ แนท มีโอกาสเดินทางไปแสดงยังต่างประเทศหลายที่ ทั้งใน อังกฤษ, ปารีส, โคเปนเฮเกน, บรัสเซล เสียงร้องของเขาได้รับการต้อนรับจากแฟนเพลงทั่วโลกเป็นอย่างดี แต่ แนท เองกลับต้องเผชิญปัญหาการเหยียดผิวภายในประเทศของตน ซึ่งมักสร้างรอยแผลในหัวใจของเขาเสมอ
ปี 1955 แนท ข้ามเข้าสู่โลกของการแสดง โดยร่วมแสดงภาพยนตร์เรื่อง Kiss Me Deadly ตามมาด้วย The Blue Gardenia, Chaina Gate, Saint Louis Blue และ Cat Ballou แต่ แนท ไม่เกิดมาเพื่อเป็นนักแสดง แม้ไม่ประสบความสำเร็จในงานด้านภาพยนตร์แต่เสียงร้องของเขายังคงส่งเพลงฮิตออกมาเขย่าวงการเพลงอย่างต่อเนื่อง เพลงฮิตในช่วงนี้ได้แก่ “When I Fall In Love”, “Stardust” และ “Send for Me,” ซึ่งได้รับความนิยมขึ้นสู่อันดับ1 นานถึง2 สัปดาห์
แนท ถือเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกในสหรัฐ ที่เป็นเจ้าของรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์ “The Nat King Cole Show” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBC-TV แต่ต้องปิดตัวไปเนื่องจากประสบปัญหาทางด้านการเงิน เพราะทางสถานีถูกกดดันจากผู้อุปถัมภ์รายการผิวขาวซึ่งมีทัศนคติเหยียดผิว
Natkingcole_aftermidnight

ในช่วงทศวรรษที่ 60’s มนต์เสียงร้องของ แนท คิง โคล ยังไม่เสื่อมคลาย “Ramblin’ Rose”,  “Dear Lonely Hearts”, “Those Lazy, Hazy, Crazy Days Of Summer”, และ “That Sunday, That Summer” จากเสียงร้องของเขายังคงกระจายความสุข ความอบอุ่นสู่แฟนเพลงทั่วโลก และเข้าสู่อันดับเพลงฮิตอย่างต่อเนื่อง
อัลบั้มสุดท้ายของ แนท คิง โคล คือ L.O.V.E. ซึ่งบันทึกเสียงในเดือนธันวาคม ปี 1964 ก่อนหน้าที่ แนท จะถูกส่งตัวเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลหลังจากมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานานหลายปี ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เขาสูบบุหรี่จัดและทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน แนท คิง โคล เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปี 1965 ทิ้งไว้เพียงตำนานเสียงร้องซึ่งยังคงเล่าขานบทเพลงตราบจนปัจจุบัน..เรียบเรียงโดย Jessica

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.