จูน คริสตี แบบฉบับเพลงร้องคูล
By admin | April 2nd, 2009 | Category: Articles | No Comments »
จูน คริสตี แบบฉบับเพลงร้องคูล
เรื่อง : อนันต์ ลือประดิษฐ์
จากนักร้องสาวโนเนมในเมืองชิคาโก จูน คริสตี (June Christy) เริ่มเป็นที่สนใจจากประชาคมแจ๊สยุคทศวรรษ 1940s เมื่อเธอได้ร่วมงานในวงของ สแตน เคนตัน (Stan Kenton) ด้วยการแทนที่นักร้องสาว แอนิตา โอ’ เดย์ (Anita O’Day) ในปี ค.ศ.1945 ณ เวลานั้น เธอมีอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น
แม้แนวทางการร้องอันเป็นที่สะดุดหูแก่ผู้คนครั้งแรกเริ่ม จะบ่งชี้ว่า จูน ได้รับอิทธิพลจาก แอนิตา มาอย่างเต็มๆ แต่ในเวลาต่อมา เธอคลี่คลายแนวทางได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง ทั้งโทนการร้องที่เยือกเย็นลง และเต็มไปด้วยอารมณ์กระสันรัญจวน
จูน มีเพลงฮิต อย่าง Tampico, Shoo-Fly Pie และ How High the Moon นอกจากนี้ เธอยังถนัดในการถ่ายทอดเพลงบัลลาดอันนุ่มละมุน ซึ่งวิธีการทำงานของเธอนับว่าสวนทางกับแนวคิดในการทำวงดนตรีของ สแตน เคนตัน ที่มุ่งไปยังการทดลองความแปลกใหม่เสมอ ในแบบฉบับที่หลายคนเรียกว่า “โปรเกรสซีฟ แจ๊ส”
ในวงของ สแตน เคนตัน นั่นเองที่ จูน คริสตี ได้พบรักและแต่งงานกับนักเทเนอร์แซ็กโซโฟน บ๊อบ คูเปอร์ (Bob Cooper) จากนั้นเริ่มมีผลงานเดี่ยวของตัวเองในปี ค.ศ.1947 จนเมื่อ สแตน ตัดสินใจยุบวงของเขาในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1948 เธอก็ก้าวมาเป็นดาวจรัสอย่างโดดเด่น ดังสะท้อนได้จากการโหวตให้เป็นนักร้องยอดเยี่ยมของนิตยสาร ดาวน์บีท ติดต่อกันถึง 4 ปี
อย่างไรก็ตาม ในด้านธุรกิจ เธอล้มลุกคลุกคลานอยู่ระยะหนึ่ง จนเมื่อประสบความสำเร็จจากเพลง My Heart Belongs to Only You ในปี ค.ศ.1952 นั่นแหละ ค่ายเพลงต้นสังกัดอย่าง แคปิตอล จึงเริ่มตระหนักถึงศักยภาพและเปิดโอกาสให้ เธอ กับ พีท รูโกโล (Pete Rugolo) อะเรนเจอร์มือดี มีโอกาสทำอะไรที่แตกต่างมากขึ้น
ครั้งหนึ่ง พีท รูโกโล กล่าวถึงการทำงานร่วมกับ จูน คริสตี สมัยอยู่ในวง สแตน เคนตัน ว่า
“เมื่อผมร่วมงานกับวง ผมเริ่มต้นเขียนแนวเสียงประสานที่วางอยู่เบื้องหลังเสียงร้องของเธอ โดยมากมักเป็นเพลงบัลลาดหม่นๆ และเธอชอบมัน… ผมจัดการให้เธอเปลี่ยนคีย์ร้องตลอดเวลา และทำอินโทร.กับตอนลงท้ายแบบบ้าๆ เมื่อผมย้อนกลับมาฟังเพลงพวกนั้นในตอนนี้ โอ ! พระเจ้า แน่จัง เธอร้องเพลงพวกนั้นกับเพลงที่ผมเขียนให้เธอได้อย่างไร”
จูน คริสตี เดิมมีชื่อจริงว่า เชอร์ลีย์ ลัสเตอร์ (Shirley Luster) เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ.1925 ที่เมืองสปริงฟิลด์ รัฐอิลลินอยส์ ในครอบครัวที่มีปัญหาการหย่าร้าง พ่อแม่ของเธอแยกทางก่อนที่ จูน จะมีอายุครบ 5 ขวบด้วยซ้ำ
แม้จะไม่ได้เติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางดนตรี แต่ จูน แสดงออกซึ่งแววความสามารถทางดนตรีอย่างเห็นได้ชัด อายุเพียง 13 ปี เธอมีโอกาสร้องเพลงเพื่อหารายได้เป็นครั้งแรกกับวง Bill Oetzel Orchestra ในเมืองเดคาเทอร์ที่เธอเติบโตมา
จูน อยู่กับวงของ บิลล์ โอตเซล นาน 5 ปี จนเมื่อจบไฮสกูล จึงตัดสินใจมุ่งหน้าสู่นครชิคาโก โดยได้งานในวงของ บอยด์ แรเบิร์น ซึ่งในวงนี้ เธอเปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่ว่า แชรอน เลสลี
ชีวิตของเธอหักเหอย่างแรง เมื่อคราวต้องล้มป่วยไปออกทัวร์ร่วมกับวงไม่ได้ แต่พอหายป่วย ระหว่างนั้น วงดนตรีของ สแตน เคนตัน มาเยือนถึงเมืองชิคาโกพอดี เธอทราบข่าวว่า แอนิตา โอ’เดย์ ออกจากวง จึงตัดสินใจไปขอออดิชั่น ปรากฏว่าเธอได้งาน !
ทั้งนี้ มีข้อมูลสับสนและคลาดเคลื่อนพอสมควรว่า เมื่อใดกันแน่ที่เธอเดินทางไปออดิชั่นในวง สแตน เคนตัน แต่วันเวลาแน่ๆ ที่เธอเริ่มต้นงาน คือวันที่ 22 มีนาคม ค.ศ.1945
นับจากนั้น แชรอน เลสลี ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น จูน คริสตี จากการตั้งของ สแตน เคนตัน เจ้านายคนใหม่ของเธอนั่นเอง
ครั้งหนึ่ง จูน เคยให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานกับ สแตน เคนตัน ว่า เธอกับเขาจะนั่งลงข้างๆ เปียโน เพื่อค้นหาคีย์ที่เหมาะสมกับเสียงร้องของเธอ จากนั้นแทนที่จะเลือกใช้คีย์นั้นๆ ในการทำงาน สแตน กลับปรับเพิ่มขึ้นให้สูงอีกหนึ่งขั้นเสียง เพื่อทำให้เธอต้องใช้ความพยายามในการร้องมากขึ้น

จูน เคยวิเคราะห์ถึงวิธีการนี้ของ สแตน ว่า เป็นการใช้กุศโลบายเพื่อให้นักร้องได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง
“อย่างที่ใครๆ รู้กัน วงสแตน เคนตัน ไม่ใช่วงธรรมดา การร้องเพลงในวงดนตรีวงนี้ นับว่าเป็นความท้าทายอย่างพิเศษสุดจริงๆ ”
ชีวิตของนักร้องสาวคนนี้ เจริญเติบโตและรุ่งโรจน์ตลอดช่วงทศวรรษ 1950s โดยมี พีท รูโกโล เป็นมืออะเรนเจอร์ที่มีบทบาทอย่างสำคัญทางดนตรี
ผลงานของเธอที่ออกกับสังกัดแคปิตอล (Capitol Records) จัดเป็นงานระดับคลาสสิก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Something Cool และ The Misty Miss Christy (ซึ่งกลายมาเป็นฉายาประจำตัวเธอ) ด้วยแนวทางการร้องอันโรแมนติค ทำให้นักวิจารณ์เพลงจัดเธอให้อยู่ในกลุ่ม “คูล แจ๊ส” ไปโดยปริยาย
ลักษณะพิเศษประการหนึ่งเกี่ยวกับ จูน คริสตี้ คือหน้าตาอันอ่อนเยาว์ ซึ่งสวนทางกับคุณภาพของเสียงร้องที่ค่อนข้างสุกงอมและเคี่ยวกรำจนได้ที่ เหมือนอย่างที่นักร้องแจ๊สพึงมี
หลังจากนั้น จูน ยังมีโอกาสบันทึกเสียงกับวงของ สแตน เคนตัน เป็นครั้งคราว เช่นในปี ค.ศ.1950 เมื่อ สแตน ตัดสินใจทำวงใหม่ด้วยขนาด 40 ชิ้น ในนาม Innovations in Modern Music Orchestra
ในช่วงปี ค.ศ.1960 จูน มีโอกาสบันทึกเสียงใหม่ผ่านระบบสเตอริโอ สำหรับบทเพลงเก่า พร้อมด้วยทีมงานนักดนตรีเก่าอีกครั้ง ในจำนวน 9 อัลบั้มที่ออกมา ส่วนมากเป็นเพลงสแตนดาร์ดที่นักร้องอย่าง เอลลา ฟิทซ์เจอรัลด์ ยังต้องเจริญรอยตามในระยะหลัง
เมื่อชีวิตการทำงานมาถึงจุดอิ่มตัว จูน ตัดสินใจแขวนไมค์ ในปี ค.ศ.1965 แต่อย่างไรก็ตาม เธอกลับมาทำวงอีกครั้งเพื่อแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สนิวพอร์ท ในปี ค.ศ.1972 จากนั้นมีอัลบั้มออกมา 1 ชุดในปี ค.ศ.1977 ในชื่อ Impromptu
ปี ค.ศ.1985 จูน ปรากฏตัวในฐานะศิลปินรับเชิญให้แก่เทศกาลดนตรีแจ๊สบางแห่ง เช่นที่เมือง นีซ, คานส์ และ มอนติคาร์โล แจ๊ส เฟสติวัล
แม้จะเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่อบอุ่นนัก แต่ชีวิตด้านความรักของนักร้องหญิงคนนี้ กับมือแซ็ก บ๊อบ คูเปอร์ นับว่ามั่นคงและหนักแน่นดี ทั้งสองครองชีวิตคู่มาจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย ในวัย 64 ปี จูน คริสตี เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ปี ค.ศ.1990 ด้วยโรคไตวาย.