พอล เดสมอนด์
By JazzLife Editor | July 19th, 2010 | Category: Bio | No Comments »
นักอัลโต แซ็กโซโฟน ผู้ใช้ชีวิตอย่างสันโดษและไม่นิยมเปิดเผยเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตส่วนตัวและครอบครัว เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน และมีอารมณ์ขัน แต่ลึกๆแล้วกลับโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา โดดเด่นในฐานะโซโลอิสต์ ที่มีสำเนียงการเป่าอัลโต แซ็กโซโฟนนุ่มหวานอันป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เรียกกันว่า “ดราย มาร์ตินี” (Dry Martini) เขาคือ พอล เดสมอนด์ (Paul Desmond) นักอัลโตแซ็กโซโฟนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานเพลง “Take Five” ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก
พอล เดสมอนด์ มีชื่อเดิมว่า พอล เอมิล ไบรเทนเฟลด์ (Paul Emil Britenfeld) เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ปีค.ศ.1924 ที่เมืองซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย เป็นลูกชายคนเดียวของนักเรียบเรียงดนตรีชาวเยอรมัน และแม่ชาวไอริชผู้ชื่นชอบงานทางด้านวรรณคดี แต่มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิต
แม่ของ พอล กลัวที่จะจับต้องสิ่งของและผู้คนซึ่งรวมไปถึงการสัมผัส พอล ลูกชายของเธอเอง และนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ พอล เป็นคนโดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อนสนิทมากนัก และไม่เคยพูดคุยเรื่องราวของครอบครัวและชีวิตในวัยเด็กกับผู้ใด
พอล รับรู้ปัญหาเกี่ยวกับมารดาของเขาเป็นอย่างดี แต่โชคดีที่เขาได้รับความเอาใจใส่และความรักจากบิดาอย่างเต็มเปี่ยม พอล ได้รับการสนับสนุนจากบิดาให้เรียนไวโอลินในช่วงแรก ต่อมาเปลี่ยนมาให้ความสนใจเครื่องเป่า โดยเริ่มเรียนคลาริเนตในช่วงเรียนไฮสคูล และเปลี่ยนมาเล่นอัลโตแซ็กโซโฟนหลังจบจากไฮสคูล
พอล เรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนักจนเกิดความเชี่ยวชาญ เขาเริ่มออกแสดงร่วมกับวงดนตรีท้องถิ่นเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ อิทธิพลทางดนตรีในช่วงแรกมาจาก Pete Brown นักอัลโตแซ็กโซโฟนจากยุคสวิง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอล สมัครเป็นทหารในกองทัพสหรัฐ และเข้าเป็นสมาชิกในวงดนตรีทหารของกองทัพบก พอล พบกับนักเปียโน เดฟ บรูเบ็ค ในช่วงต้นปี 1944 ผ่านการแนะนำของ Dave Van Kriedt แต่ทั้งคู่ยังไม่มีโอกาสร่วมงานกัน
พอล เปลี่ยนชื่อจาก “พอล เอมิล ไบรเทนเฟลด์” เป็น “พอล เดสมอนด์” ในช่วงปี 1946 โดยเขาให้เหตุผลกับเพื่อนๆ ว่า “ไบรเทนเฟลด์” บ่งบอกถึงความเป็นไอริชมากเกินไปและไม่เหมาะกับอาชีพนักดนตรี
พอล ใช้เวลาอยู่ในกองทัพประมาณ 3 ปี หลังจากปลดประจำการ พอล มีโอกาสได้ร่วมงานกับ เดฟ บรูเบ็ค และเพื่อนนักดนตรีอีกหลายคนในวง The Dave Brubeck Octet วงดนตรีของชั้นเรียนวิชาการประพันธ์เพลงที่วิทยาลัย Mills Collage ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์ Darius Milhaud นักแต่งชาวฝรั่งเศสชื่อดัง และนี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพของอันยาวนานของสองนักดนตรี พอล เดสมอนด์ และ เดฟ บรูเบ็ค
![PaulDes] PaulDes]](http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2010/07/PaulDes.jpg)
หลังจากทดลองทำงานร่วมกันอยู่ระยะหนึ่งทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำงานดนตรีตามที่ตนถนัด ในขณะที่ เดฟ บรูเบ็ค ฟอร์มวงทริโอขึ้น พอล เดสมอนด์ รับงานเล่นดนตรีอยู่ในนิวยอร์ค ทั้งคู่กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากที่ บรูเบ็ค มีอาการเจ็บหลังและคอจากอุบัติเหตุในการว่ายน้ำที่โฮโนลูลู เขาจึงต้องหยุดพักเป็นเวลาหลายเดือน ในระหว่างพักรักษาตัว บรูเบ็ค เขียนจดหมายถึง พอล และชักชวนกันจัดตั้งวงควอร์เททขึ้นในนาม Dave Brubeck Quartet มี Fred Dotton และ Herb barman เล่นเบส และกลอง
พวกเขาเล่นดนตรีที่ Black Hawk Nightclub และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาชมการแสดงของพวกเขาในคลับแห่งนี้ ในที่สุดเมื่อ George Avakian โพรดิวเซอร์ชื่อดังได้มาฟังพวกเขาเล่นดนตรีที่คลับ พอล และวง Dave Brubeck Quartet จึงได้เซ็นสัญญาเข้าสู่สังกัดใหญ่อย่าง Columbia Records ออกผลงานชิ้นแรกอัลบั้ม Jazz Goes To College ซึ่งเป็นบันทึกการแสดงสดจาก Oberlin College พอล เดสมอนด์ และ วง Dave Brubeck Quartet เริ่มกลายเป็นขวัญใจของคนหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย มีสถานีวิทยุเปิดเพลงของพวกเขาออกอากาศ หลังจากมีการเปลี่ยนมือกลองและมือเบสหลายครั้งในที่สุดก็ได้ Eugene Wright มือเบสและ Joe Morello มือกลองมาร่วมวง
ปี 1959 พวกเขาออกอัลบั้ม “Time Out” และได้รับความนิยมอย่างสูง โดย 2 บทเพลงเด่นในอัลบั้ม “Take Five” และ “Blue Rondo A La Turk” สามารถกระโดดเข้าสู่อันดับความนิยมในฝั่งป๊อปชาร์ต ทำให้วงการเพลงแจ๊สกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากถูกกลบด้วยกระแสความนิยมของดนตรีแนวร๊อคแอนด์โรลล์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการเพลงแจ๊ส เนื่องจากอัลบั้ม “Time Out” ขายได้มากกว่า 1 ล้านแผ่นทั่วโลก
เพลง Take Five ผลงานจากการสร้างสรรค์ของ พอล เดสมอนด์ เป็นเพลงแจ๊สที่มีการใช้จังหวะพิสดารในแบบ 5/4 ( 5 จังหวะในหนึ่งห้อง) ซึ่งแตกต่างไปจากอัตราจังหวะพื้นฐาน 4/4 เป็นบทเพลงที่มีจังหวะแปลกหู ด้วยท่วงทำนองการบรรเลงที่สวยงาม บวกกับเสียงแซ็กโซโฟนของ พอล เดสมอนด์ ที่บริสุทธ์ เป็นสำเนียง “คูล ซาวน์” ที่ให้ความรู้สึกสุขสงบ และผ่อนคลาย ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่โดดเด่น โดดใจผู้ฟัง และกลายเป็นเพลงฮิตที่ก้องกังวานไปทั่วโลก
พอล ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิต ทำงานร่วมกับวง Dave Brubeck Quartet และมีผลงานเดี่ยวในฐานะโซโลอิสต์เพียงไม่กี่อัลบั้ม ซึ่งรวมไปถึงผลงานบันทึกเสียงร่วมกับ Gerry Mulligan ในปี 1957 และ 5 อัลบั้มพิเศษร่วมกับนักกีตาร์ Jim Hall ที่บันทึกเสียงร่วมกันในช่วงกลางปี 1961
วง Dave Brubeck Quartet ใช้เวลายาวนานร่วมกันบนถนนสายดนตรี พวกเขามีงานบันทึกเสียงออกมาอย่างต่อเนื่องกับสังกัดโคลัมเบีย มีงานแสดงมากถึง 300 คอนเสิร์ตใน 1 ปี ต้องออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และทั่วโลก ทั้งในทวีปยุโรป, เอเชีย และ สหภาพโซเวียต ในที่สุดพวกเขาตัดสินใจแยกทางกันในปี 1967 เนื่องจาก บรูเบ็ค หัวหน้าวงเบื่อหน่ายชีวิตที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา และต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและทำงานประพันธ์ดนตรี
หลังจากแยกทางกับวง Dave Brubeck Quartet พอล เดสมอนด์ ซึ่งในขณะนั้นอายุ 43 ปี หยุดรับงานดนตรีต่อเนื่องกันถึง 3 ปี เขากลับมารับงานเล่นดนตรีเฉพาะเท่าที่จำเป็นกับเพื่อนนักดนตรีที่เขารัก และให้ความนับถือ หรือในกรณีที่ถูกขอความช่วยเหลือ เขาปรากฏตัวบ่อยครั้งกับวงของ บรูเบ็ค และลูกชาย มีโอกาสทำอัลบั้มดูเอ็ทร่วมกับ บรูเบ็ค 1 ชุด
พอล มีโอกาสกลับมาร่วมงานกับวงควอร์เททเดิมอีกครั้งในช่วงฤดูหนาวของปี 1976 เป็นการกลับมาร่วมกันอีกครั้งเพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 25 ปีของวง Dave Brubeck Quartet ก่อนที่ พอล เดสมอนด์ จะเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอดในวันที่ 30 พฤษภาคม ปี 1977 …………เรียบเรียงโดย Jessica