บัด แชงค์ ร่วมบุกเบิกดนตรี West Coast Jazz
By JazzLife Editor | July 30th, 2010 | Category: Articles | No Comments »
West Coast Jazz เป็นรูปแบบดนตรี ซึ่งพัฒนาจากกลุ่มนักดนตรีที่ตั้งรกรากอยู่ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ช่วงทศวรรษ 1950 เป็นกระแสแจ๊สอันชวนรื่นรมย์แห่งยุค “คูล” (Cool)
“เวสต์ โคสต์แจ๊ส” หรือดนตรี “แจ๊สแบบชายฝั่งตะวันตก” ของสหรัฐ ส่วนใหญ่บรรเลงโดยนักดนตรีอาชีพที่มีงานประจำในห้องบันทึกเสียง แบ่งเวลาส่วนหนึ่งออกแสดงฝีมือต่อสาธารณชน ณ จุดศูนย์รวมที่ “ไลท์เฮ้าส์” คลับ แถวชายหาดเฮร์โมซา และ “เฮก” (Haig) ในนครลอสแอนเจลิส โดยมากงานของพวกเขาเป็นงานในห้องบันทึกเสียง งานอัดเสียง แสวงหาแหล่งข้อมูลใหม่เกี่ยวกับแจ๊ส บริหารด้วยทักษะอันสูงส่ง
แจ๊สแบบ “เวสต์โคสต์” เกิดขึ้นคล้ายกับดนตรี “บีบ็อพ” ผิดกันตรงที่นักดนตรีนัดรวมตัวกันเพื่อจะแสดงฝีไม้ลายมือหลังงานประจำ แต่เป็นพวกนักดนตรีอาชีพที่เลิกจากงานแสดงตามบาร์หรือคลับและเป็นนักดนตรีผิวสี
ความแตกต่างกับ “บีบ็อพ”ที่ชัดเจนคือดนตรีแจ๊สแบบ “เวสต์โคสต์” มักอิงหลักการประสานเสียงแบบดนตรียุโรปและใช้เทคนิคบางอย่างเช่นการสร้างทำนองสัมพันธ์ (counterpoint) ใช้เครื่องดนตรีที่ใช้ในวงออร์เคสตรา ที่น่าสังเกตส่วนมากเป็นนักดนตรีผิวขาว
นักดนตรีและนักแต่งเพลงที่โดดเด่นในกลุ่มดนตรี “เวสต์โคสต์” อาทิ ชอร์ที รอเจอร์ส เจอร์รี มัลลิแกน อาร์ต เพพเพอร์ จิมมี จิฟฟรี เชลลี แมนน์ คาร์ล เพอร์กินส์ บัด แชงค์… นักดนตรีบางคนจากวง สแตน เคนตัน และ วง วูดี้ เฮอร์แมน
ความจริงบัด แชงค์ ไม่ใช่ชาวแคลิฟอร์เนีย พื้นเพเดิมเป็นชาวโอไฮโอ เกิดที่เดย์ตัน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1926 ชื่อจริงคือ คลิฟฟอร์ด เอเวอเรตต์ แชงค์ มีชื่อเล่นตั้งแต่วัยเด็กว่า “บัด” ต่อมาจึงใช้ชื่อว่า บัด แชงค์ บัดเคยเปรยกับลินดาภรรยาว่า เขาเกลียดชื่อ “คลิฟฟอร์ด”
บัด แชงค์ เติบโตในฟาร์มชนบทไม่มีไฟฟ้าและประปาใช้ เรียนคลาริเน็ต เมื่ออายุ 10 ปี ผ่านไปเพียง 4 สัปดาห์ ได้ร่วมกิจกรรมดนตรีของโรงเรียน ออกแสดงต่อหน้าสาธารณชน เมื่อได้ยินเสียงคลาริเน็ตของเบนนี กู๊ดแมน และ อาร์ที ชอว์ ทำให้เขาอยากเป็นนักดนตรีอาชีพ จากนั้นสองปีหันไปเล่นเทเนอร์แซ็กโซโฟน
บัดเข้าเรียนวิชาเอกดนตรีและธุรกิจที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเคโรไลนา เรียนแค่สองปีลาออกในปี 1946 บัดยืมเงินพ่อเพื่อซื้อฟลูตมาเป่า เขาอาศัยเพื่อนนักเปียโนที่ขับรถจากนิวยอร์กไปยังแคลิฟอร์เนีย เช่าห้องอยู่กับทหารเกณฑ์ที่ได้รับทุนมาเรียนเป่าฟลูตในเมือง แอล.เอ. เมื่อเพื่อนร่วมห้องกลับมาถึงห้องพักก็จะบอกทุกอย่างที่ครูสอนแก่บัด ทั้งสองคนซ้อมด้วยกัน นี่แหละเป็นบทเรียนฟลูตบทแรกของบัด จนในที่สุดกลายเป็นนักฟลูต ทั้งคลาสสิกและแจ๊สชั้นยอด
ปลายปีเดียวกันนี้บัดกลับไปนครนิวยอร์ก ได้งานเล่นกับวงชาร์ลี บาร์เนต อยู่กับชาร์ลี บาร์เนต จนถึงปี 1948 ปีถัดมากลับไปอยู่แอล.เอ.เล่นกับวงขนาดเล็กที่มี อัล วิโอลา นักกีตาร์เป็นหัวหน้าวง ต่อจากนั้นเข้าไปเล่นในวงสแตน เคนตัน เป็นวงขนาด 40 เครื่อง เป็นครั้งแรกที่บัดต้องผ่านการทดสอบฝีมือ ในวงต้องการนักแซ็กโซโฟนที่เป่าฟลูตได้ด้วย บัดเล่นในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอัลโตแซ็กโซโฟน ไม่ใช่โซโลอิสต์ ซึ่งมีอาร์ต เพพเพอร์เป็นโซโลอิสต์ของวงอยู่แล้ว ช่วงนี้เองบัดเลิกเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน
สำหรับผลงานของวง สแตน เคนตัน บัด แชงค์ ชอบฟังงานเรียบเรียงดนตรีที่มีแนวคิดร่วมสมัยของบิลล์ โฮลแมน เป็นผลงานบิ๊กแบนด์ดีที่สุดเท่าที่เคยฟังมา ทั้งเขียน ทั้งบรรเลงได้ดีเยี่ยม ดีกว่าผลงานอื่นเท่าที่วงสแตน เคนตัน เคยมีมา
บัดออกจากวงสแตน เคนตัน เนื่องจากได้รับหมายให้เข้าประจำการในนาวิกโยธิน อยู่แค่ 6 สัปดาห์ก็ถูกปลดออก เพราะตาเข หรือตาเหล่ตั้งแต่เกิด ทางกองทัพไม่ต้องการคนตาเดียวอย่างเขา แม้ภายหลังจะมีการผ่าตัด แต่ก็ไม่ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น เวลาโซโลต้องก้มมองดูพื้น แทนที่จะมองคนดู ปัญหาเรื่องสายตาทำให้บัดต้องปรับปรุงวิธีการเล่นดนตรี
บัดกลับไปเล่นกับวง ชาร์ลี บาร์เนต สองสามเดือน เหตุที่อยากอยู่แถวแอล.เอ. บัดไปเล่นกับวงอาร์แอนด์บี เล่นเพลงประเภท “จิพเทอร์บัก” (Jitterbug) เป็นสิ่งดีที่สุดสำหรับบัด อยากเป็น “โซโลอิสต์” ในวงสแตน เคนตัน จนแล้วจนรอดไม่มีโอกาสได้เป็นสักที เป็นได้แค่อัลโตหนึ่งคือ เป่านำเท่านั้น บัดหันกลับไปเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน
บัดวัย 26 เล่นในวง จอร์จ เรดแมน เป็นวงบรรเลงเพลงเต้นรำจำพวก “จิทเทอร์บัก” ในวงมีนักดนตรีฝีมือดีอย่าง เมย์นาร์ด เฟอร์กูสัน บิลล์ เพอร์กิน เล่นสัปดาห์ละ 5 วัน ตอนนี้บัดได้เล่นโซโลสมใจอยากที่ “ไลท์เฮ้าส์” บัดเล่นกับวง เฮาเวอร์ด รัมซีย์ เป็นแหล่งรวมนักดนตรีหัวสมัยใหม่ในแอล.เอ.เขาร่วมกับ ชอร์ที รอเจอร์ นักทรัมเป็ต นักเรียบเรียงดนตรีฝีมือดีตั้งวง “ชอร์ที รอเจอร์สไจแอนต์ส” ได้งานเล่นกับ เชลลี แมนน์ เจอร์รี มัลลิแกน เชต เบเกอร์ และนักร้อง จูน คริสตี

ปี 1954 บัด แชงค์ เล่นบันทึกแผ่นเสียงให้กับ “แปซิฟิกแจ๊ส” เช่นแผ่นชุด Bud Shank with Shorty Rogers; Bud Shank and Bill Perkins ช่วงเดียวกันบัดร่วมทำวงกับนักแซ็กโซโฟนอีกสองคนคือ บ็อบ คูเพอร์ บิลล์ เพอร์กินส์ และนักร้อง จูน คริสตี ภรรยาของ บ็อบ คูเพอร์ ออกตระเวนแสดงทั้งยุโรปและแอฟริกา ทำให้บัด แชงค์ เป็นที่รู้จักของแฟนแจ๊สกว้างขวางขึ้น
ปี 1953 บัด แชงค์ กับเลารินโด อัลเมดา นักกีตาร์ชาวบราซิล ผู้นำเอากีตาร์คลาสสิกมาเล่นในวง สแตน เคนตัน เป็นครั้งแรก ในสหรัฐ พร้อมแฮร์รี บาบาซิน และ รอย ฮาร์ต นำเอาเพลงพื้นเมืองของบราซิลมาบรรเลงแบบแจ๊ส หลังจากนั้น 5 – 6 ปี อัดเพลงแบบเดียวกันอีก 2 ชุด แนวดนตรีมีลักษณะเดียวกับดนตรีที่ต่อมาเรียกว่า “บอสซา โนวา” ก่อนที่ สแตน เกซ และ ชาร์ลี เบิร์ด จะนำเสนอจนฮิตสุดๆ ในสหรัฐและแพร่หลายไปทั่วโลก

ปี 1974 บัด แชงค์กับเลารินโด อัลเมดา มาจับมือกันอีกครั้ง ร่วมก่อตั้งวง L.A.Four โดยดึงเอาเรย์ บราวท์นักเบสฝีมือเยี่ยมและชัค ฟลอเรสนักกลองที่เคยร่วมงานกับบัดมาก่อน เริ่มเซ็นสัญญาอัดแผ่นกับ“คองคอร์ด”ประเดิมชุดแรก The L.A. Four Scores! บัด แชงค์ เป่าทั้ง
อัลโตแซ็กโซโฟนและฟลูต ส่วนเลารินโด เล่นกีตาร์คลาสสิก เรย์ บราวน์เล่นดับเบิลเบส แนวดนตรีมี บอสซา โนวา, แซมบ้า ลีลาบราซิเลียน สำหรับ คูล “บ็อพ”และเพลง “บัลลาด”…ไพเราะ น่าฟัง
อัลบั้มที่ได้รับความนิยมมากคือชุด Concierto de Aranjuez; Watch What Happens; The Live at Montreux; Montage… แผ่นชุดสุดท้าย Executive Suite ที่อัดเมื่อกลางปี 1982 วง “แอล.เอ.4” อัดแผ่นกับ “คองคอร์ด” ประมาณ 10 ชุด
ตลอดระยะเวลา 10 ปี L.A. Four เปลี่ยนนักกลองจากชัค ฟลอเรส เป็น เชลลี แมนน์ และคนสุดท้ายที่อยู่กับวงนานที่สุด คือ เจฟฟ์ แฮมิตัน
บัด แชงค์ นอกจากมีผลงานร่วมบรรเลงกับวงประเภทต่างๆ ตั้งแต่วงป๊อป ไปจนถึงวงซิมโฟนี เคยอัดแผ่นกับราวี ชังการ์ นักซีตาร์ชาวอินเดีย ชุด Improvisation โซโลฟลูตเพลง California Dreamin’ กับวงมามาส์แอนด์ปาปาส์…
ระยะหลังบัด แชงค์ เลิกเป่าฟลูต เล่นอัลโตแซ็กโซโฟนเพียงเครื่องเดียว เหตุผลคือต้องการแสดงศักยภาพทางดนตรีได้เต็มที่ บัด แชงค์ สิ้นลมที่บ้านในทูซ์สัน รัฐแอริโซนา วันที่ 2 เมษายน 2009……….บทความโดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ