ซาราห์ วอห์น เครื่องดนตรีที่มีชีวิต

Sara_V(4)

จุดเริ่มต้นความฝันของคนเรานั้นแตกต่างกันไปตามความสามารถ โอกาส และจังหวะของชีวิต ใครจะเชื่อว่าเพียงเพราะคำท้าทายของเพื่อนๆ ให้สมัครเข้าแข่งขันประกวดร้องเพลง จะทำให้เส้นทางชีวิตของสาวผิวสีผู้หนึ่งเปลี่ยนไป และนั้นคือจุดเริ่มต้นชีวิตในแวดวงบันเทิง ของนักร้องผู้เป็นหนึ่งในตำนานยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊สนาม…ซาราห์ วอห์น  

           ซาราห์ วอห์น (Sarah Vaughan) เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ปีค.ศ.1924 ที่เมืองนวร์ค นิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา พ่อของ ซาราห์ เป็นช่างไม้และนักดนตรีมือสมัครเล่นที่ใช้เวลาว่างจากการทำงาน ฝึกซ้อมและบรรเลงกีตาร์ผ่านบทเพลงที่ชื่นชอบ แม่ของเธอรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าและเป็นนักร้องประสานเสียงอยู่ที่โบสถ์ Mount Zion Baptist ในละแวกบ้าน

            ด้วยการสนับสนุนของทั้งพ่อและแม่ ซาราห์ เริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และเช่นเดียวกันกับนักร้องหลายๆ คน เธอได้รับการฝึกฝนความสามารถทางดนตรีเพิ่มเติม จากการร่วมร้องเพลงกับแม่ของเธอและหัดเล่นออร์แกนในโบสถ์

            ในปี 1942 ซาราห์ รับคำท้าท้ายจากเพื่อนๆ ด้วยการสมัครเข้าแข่งขันการประกวดร้องเพลงของบรรดามือสมัครเล่น ณ โรงหนังอพอลโล สถานที่จัดประกวดชื่อดังในย่านฮาร์เล็มซึ่งเป็นศูนย์กลางความบันเทิงของนิวยอร์ค ในคืนนั้นเธอเลือกขับร้องเพลง “Body and Soul” และแล้วเสียงร้องอันอบอุ่น นุ่มนวล บวกกับน้ำเสียงที่โดดเด่นของเธอ ก็ชนะใจทั้งผู้ชมและคณะกรรมการ คว้ารางวัลชนะเลิศมาครอง

            รางวัลสำหรับผู้ชนะในครั้งนั้นคือ ได้งานร้องเพลงที่ อพอลโล 1 สัปดาห์พร้อมกับเงินรางวัล 100 ดอลล่าร์  ในช่วงสัปดาห์นั้น บิลลี เอคสไตน์ (Billy Eckstine) นักร้องชื่อดัง ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักร้องนำในวงดนตรีบิ๊กแบนด์ของ เอิร์ล ไฮน์ส (Earl Hines) ได้รับฟังเสียงร้องของ ซาราห์ และเกิดความประทับใจ เขาจึงแนะนำเธอกับหัวหน้าวง

            เมื่อผ่านการออดิชั่น ซาราห์ ได้รับว่าจ้างให้ร่วมงานกับวงของ เอิร์ล ไฮน์ส ในตำแหน่งนักร้องนำคู่กับ เอคสไตน์ และนักเปียโนสำรอง แม้ในช่วงแรกของการทำงานเธอจะรู้สึกอึดอัดใจและไม่ค่อยมีความสุขนัก แต่ที่นี่เอง ซาราห์ ได้เรียนรู้มากมายจากเหล่านักดนตรีภายในวง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เธอได้เรียนรู้แนวเพลงรูปแบบใหม่ในนามของ “บีบ็อพ”

Sarah_V(3) 

           บีบ็อพ คือ พัฒนาการทางดนตรีแจ๊ส ซึ่งก้าวข้ามจากยุคสวิง หรือยุคบิ๊กแบนด์ที่นิยมการเรียบเรียงเสียงประสานตายตัว โดยเน้นสร้างความสนุกสนานในการเต้นรำเป็นหลัก แต่ บีบ็อพ เป็นการทดลองค้นหาแนวทางใหม่ๆ ที่มีโครงสร้างของดนตรีพัฒนาซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม และสองนักดนตรีผู้ค้นพบแนวทางนั้นก็คือ ชาร์ลี พาร์คเกอร์ (Charlie Parker) และ ดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) ซึ่งในขณะนั้นร่วมงานกันในวงดนตรีของ เอิร์ล ไฮน์ส

            หลังจากร่วมงานกับนักดนตรีฝีมือเยี่ยมในวงของ เอิร์ล ไฮน์ส อยู่ประมาณปีกว่า ซาราห์ ได้รับคำชวนจาก บิลลี เอคสไตน์ ให้เข้าร่วมกับวงออร์เคสตราของเขา ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ร่วมกับเพื่อนนักดนตรีหลายคน รวมไปถึง ดิซซี และ พาร์เกอร์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักดนตรีมีเสรีภาพในการแสดงออกมากขึ้น อันเป็นแนวทางของดนตรีบีบ็อพ

            แต่เป็นการร่วมงานกันเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากการประท้วงยืดเยื้อของสหภาพนักดนตรีที่มีต่อค่ายเพลง ทำให้ไม่มีผลงานแผ่นเสียงออกวางจำหน่าย ประสบปัญหาเกี่ยวกับรายได้ สภาพความเป็นอยู่ของนักดนตรีย่ำแย่ลง สุดท้ายก็ต้องแยกย้ายกันไป

            ต่อมา ซาราห์ ได้ร่วมงานกับวงของ จอห์น เคอร์บี (John Kirby’s Band) ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะจัดตั้งวงดนตรีสามชิ้นของตนเองขึ้นในนามของ Sarah Vaughan and Her Trio ประกอบด้วยนักดนตรีฝีมือเยี่ยม จอห์น มาลาชิ (John Malachi) นักเปียโน, โจ เบนจามิน (Joe Benjamin) ดับเบิ้ลเบส และ รอย เฮย์นส์ (Roy Haynes) กลอง

            ช่วงปี 1946-48 ผลงานเพลง “If You Could See Me Now”, “Tenderly” และ “It’s Magic” ได้รับความนิยมอย่างสูง ทำให้เธอประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

            ความโดดเด่นของ ซาราห์ วอห์น คือ ความสามารถในการควบคุมระยะห่างของเสียงจากระดับโซปราโนไปบาริโทน การโหนเสียงขึ้นและลงในหลายช่วงของบันไดเสียง เธอสามารถสร้างสรรค์เสียงร้องของเธอได้ดี ราวกับเสียงของเธอคือเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งภายในวง 

           หลังจากประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินแจ๊ส ซาราห์ มุ่งหน้าสู่กลุ่มแฟนเพลงวงกว้าง โดยก้าวข้ามไปทำงานในสายป๊อป ส่งผลให้แฟนเพลงของเธอเพิ่มขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว มีงานการบันทึกเสียงมากมาย รวมไปถึงการออกแสดงดนตรีไปทั่วโลก

            ซาราห์ นำบทเพลงหลากหลายรูปแบบมาตีความในแบบของเธอซึ่งรวมไปถึงงานของเดอะบีเทิลส์ และบอสซา โนวา ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในช่วงเวลานั้น จนกระทั่งปลายทศวรรษที่ 60 ซาราห์ กลับมาทำงานในสายแจ๊สอีกครั้ง มีผลงานบันทึกเสียงร่วมกับนักดนตรีหลายคน อาทิเช่น เคาท์ เบซี (Count Basie), ออสการ์ ปีเตอร์สัน (Oscar Peterson), รอน คาร์เตอร์ (Ron Carter), เจ.เจ จอห์นสัน (J.J.Johnson)

Sarah__With_Clifford

            ในด้านชีวิตรัก ซาราห์ แต่งงานทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1947 กับนักทรัมเป็ตนาม จอร์จ ทรีดเวล (George Treadwell) ซึ่งต่อมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัว ครั้งที่ 2 กับนักอเมริกันฟุตบอล ไคลด์ แอทคินส์ (Clyde Atkins) ครั้งที่ 3 กับเจ้าของร้านอาหาร มาร์แชล ฟิชเชอร์ (Marshall Fisher) และครั้งสุดท้ายกับนักทรัมเป็ต เวย์มอน รีด (Waymon Reed) ทั้ง 4 ครั้ง จบลงด้วยการหย่าร้าง นอกจากนี้ยังมีข่าวความสัมพันธ์ในแบบไบเซ็กชวลกับดาราสาว ทาลูลาห์ แบงค์เฮด (Tallulah Bankhead) แต่ซาราห์ไม่ได้ออกมายอมรับความสัมพันธ์ในครั้งนี้

            ซาราห์ วอห์น ได้รับรางวัลเอ็มมีอวอร์ดในปี 1981 และแกรมมีอวอร์ดในปี 1983 นอกจากนี้ยังได้รางวัลชนะเลิศจากการสำรวจความนิยมของผู้อ่านนิตยสาร ดาวน์บีท ปี 1947-52 และ เมโทรนอม ปี 1948-52 และยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องตราบจนปัจจุบัน ซาราห์ วอห์นลาจากโลกนี้ไปด้วยการเผชิญกับโรคร้ายมะเร็งปอด และสิ้นใจเมื่อวันที่ 3 เมษายน ปี 1990  แต่เสียงอันสั่นไหวของเธอ ยังคงอยู่ให้ความสุขกับผู้ฟังตลอดไป….เรียบเรียงโดย Jessica

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.