บทสนทนากับ รอย เฮย์ส
By admin | April 3rd, 2009 | Category: Articles | No Comments »
เรื่อง : อนันต์ ลือประดิษฐ์
ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้อ่านบทสัมภาษณ์นักดนตรี โดยที่มีนักดนตรีอีกคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์ ดังเช่นเรื่องราวของ รอย เฮย์นส์ (Roy Haynes) มือกลองอาวุโสของวงการ ที่ได้ให้สัมภาษณ์แก่ โจชัว เรดแมน (Joshua Redman) มือแซ็กโซโฟนรุ่นใหม่
โจชัว เคยเล่นดนตรีอยู่ในเซสชั่นที่มีรอยทำหน้าที่เล่นกลองเป็นครั้งคราว บทสัมภาษณ์เริ่มต้นขึ้น ก่อนการฝังศพ เอลวิน โจนส์ มือกลองรุ่นราวคราวเดียวกันเพียง 1 วัน ซึ่งการพูดถึงคืนวันเก่าๆ ในบรรยากาศการล้มหายตายจากของศิลปินแจ๊สรุ่นนี้ สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่น้อย
รอย เฮย์นส์ ได้รับการเสนอชื่อขึ้นสู่ทำเนียบ ‘ฮอลล์ ออฟ เฟม’ ของนิตยสารดาวน์บีท และยังได้รับการโหวตจากการสำรวจความนิยมในหมู่นักวิจารณ์ของนิตยสารฉบับเดียวกัน ให้เป็น ‘มือกลองแห่งปี’
ต่อไปนี้คือบางส่วนของบทสัมภาษณ์ที่ตัดทอนมาให้เหมาะสมกับพื้นที่นี้
คุณต้องมีความลับเกี่ยวกับความหนุ่มอันเป็นนิรันดร์และพละกำลังอย่างแน่นอน ครั้งแรกที่ผมได้เล่นกับคุณคือในวงของแพท เมธินี นั่นกว่า 10 ปีมาแล้ว ตอนนั้นผมกลัวมากว่าจะเล่นกับนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล และเป็นหนึ่งในมือกลองคนโปรดได้อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ผมยึดถือไว้คือความหนุ่มของผม ผมมีกำลัง แต่หลังจาก 3 เพลงผ่านไป ผมหมดแรง ไม่ใช่แค่ทางร่างกายเท่านั้น แต่คุณทำให้ผมหมดสภาพทั้งทางจิตใจด้วย (ตอนนั้น) คุณฟังทุกอย่าง และโยนทุกอย่างที่ผมเล่นกลับคืนมาให้ ‘เอ้า! รับไป’ คุณทำได้อย่างไรในขณะที่รับบทเล่นสนับสนุนอย่างนั้น?
ผมพยายามรักษาทุกอย่างเพื่อวง ก่อนขึ้นเล่น ถ้ามีใครบางคนหลังเวทีพูดถึงบางอย่างที่ผมไม่สนใจ ผมไม่ชอบบอกพวกเขาหรอก แต่ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาอะไรก็ตามที่ผมมีสำหรับวง หลายปีที่ผ่านมานี้ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ บางทีอาจจะเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ เมื่อผมเล่นอยู่ในวง นั่นคือความศรัทธาของผม และผมพยายามให้ทุกอย่างที่ผมทำได้
ผมไม่ยอมสูญเสียจังหวะแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อผมเล่นกับโซโลอิสต์สักคน ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าพวกเขาเล่น และผมยังไม่ได้อะไรบางอย่างจากพวกเขา และพวกเขายังเล่นถูไถอยู่อย่างนั้น โดยไม่ยอมไปไหน ผมตระหนักขึ้นมาแล้วว่า ผมกำลังสูญเสียบางสิ่งบางอย่าง ผมต้องการลักษณะของการสนทนาโต้ตอบ บางอย่างที่ให้แรงบันดาลใจ ผมชอบโซโลอิสต์ที่บอกเล่าเรื่องราว หรือเขียนภาพสักภาพ หรืออะไรก็ตาม

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณแตกต่างจากมือกลองจำนวนมาก คือความสามารถในเชิงปฏิสัมพันธ์ นั่นคือบางสิ่งที่คุณคิดถึงในการพัฒนาสไตล์ของตัวเองหรือไม่?
ในปี 1947 เมื่อผมไปเล่นกับ เลสเตอร์ ยัง ผมได้ยินมาว่า เพรซ (ชื่อเล่นของเลสเตอร์) อ่อนไหวกับมือกลองมาก แต่ในปี 1947 ดนตรีใหม่ บีบ็อพ กำลังมาแรง เมื่อผมเจอเพรซ และเล่นครั้งแรกในเดือนตุลาคม ในสถานที่ที่ผู้คนกำลังเต้นรำ ผมเล่นสองเพลงกับเพรซ จากนั้นเขาเดินมาที่กลอง ผมถามเขาว่า “เพรซ คุณแน่ใจนะว่าจะเล่นสวิง” จากนั้นผม (เล่นเพลง) เต้นรำกับเขา ผมรับลูกต่อจากเขา แต่ยังคงให้ในสิ่งที่เขาต้องการ
ก่อนหน้านั้น ผมอยู่กับวงบิ๊กแบนด์ของหลุยส์ รัสเซลล์ ผู้คนบอกพี่ชายผมว่าผมทำให้ซาวนด์ของวงเปลี่ยนแปลงไป ผมยังไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ผมรู้ว่าผมฟัง ปาปา โจ โจนส์ จนถึง ชาโดว์ วิลสัน ผมฟังอาร์ต แบล็กกีย์ กับวงบิ๊กแบนด์ แล้ว แม็กซ์ (โรช) มาพร้อมกับวงขนาดเล็ก แต่ผมยังได้ฟังเขาเล่นในวงบิ๊กแบนด์ของเบนนี คาร์เตอร์ ด้วย
คุณฟังพวกเขา และพวกเขาก็มีอิทธิพลต่อคุณ แต่คุณคิดสร้างแนวทางของตัวเองตอนนั้น หรือมันมาเองโดยธรรมชาติ?
แต่ละวัน ผมอยากเป็นตัวผมเองเสมอ กับทุกๆ อย่างที่ผมทำ ผมฟัง โจ โจนส์ เป็นครั้งแรก จากนั้นผมเจออาร์ต แบล็กกีย์ ตอนนั้นเขาอยู่ในวงของเฟล็ทเชอร์ เฮนเดอร์สัน ผมกำลังพูดถึงปี 1943 หรือ 1944 เขาเคยเรียกผมว่า เจ้าลูกชาย ตอนนั้นผมดูอายุน้อย เราใกล้ชิดกันมาก นั่นก่อนที่บีบ็อพจะได้รับความนิยมเสียอีก
นักดนตรีรุ่นผม ดูเหมือนจะวุ่นวายกับคำถามว่าจะค้นพบสุ้มเสียงของตัวเองได้อย่างไร ทำอย่างไรถึงจะเป็นต้นแบบ ราวกับว่าการค้นหาสุ้มเสียงของตัวเองเป็นเรื่องยาก แต่ผมได้ยินนักดนตรีอย่างคุณพูดถึงเรื่องนี้ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมชาติ คุณคิดถึงการเป็นผู้สร้างนวัตกรรมบ้างมั้ย?
มันเกือบเป็นเรื่องธรรมชาติ มันไม่ได้ดิ้นรนขนาดนั้น ในช่วงปี 1947-49 เราไม่มีโรงเรียน กับครูสอนแจ๊ส ผู้คนเล่นดนตรีเพื่อเลี้ยงปากท้อง ดังนั้น โรงเรียนของผมหนีไม่พ้นภายในวงดนตรี แค่ฟังและเล่นโต้กลับ การเติบโตในบอสตัน นักดนตรีวัยรุ่นกับนักดนตรีรุ่นพี่ พวกเขามักโหดกับมือกลอง ด้วยการพูดใส่ในหัวคุณว่า “มือกลองแค่เล่นให้รู้สึก แต่ไม่ให้ได้ยิน” คุณแค่เป็นคนรักษาจังหวะให้พวกเขา
คุณเป็นคนเล่นคลอ?
ใช่ รักษาจังหวะ เอาล่ะ มันไม่ใช่แค่รักษาจังหวะ แต่คุณต้องให้จังหวะพวกเขาด้วย
ทำหน้าที่มากกว่านั้น?
ใช่ นั่นล่ะคือเรื่องยากของผม ผมพยายามเล่นทั้งก่อนและหลัง ทั้งเบสดรัมและมือซ้าย ผมมีความสุขที่เล่นกับเพรซ และเขาชอบมัน ผมมั่นใจว่าผมเล่นกับใครก็ได้ และผมได้เล่นกับไมล์ส (เดวิส) และ เบิร์ด หลังจากนั้น

คุณมีความเชื่อมโยงกับคนฟังอย่างเหลือเชื่อ เมื่อคราวผมเล่นกับคุณที่บลูโน้ต เพื่อนคนหนึ่งมาดู เธอไม่ได้ดูแจ๊สบ่อยนัก แต่เธอบอกว่า “ฉันรักแจ๊สนะ แต่ทำไมไม่เหมือนคอนเสิร์ตนี้ ทำไมมือกลองทุกๆ คนไม่เล่นแบบนี้” คนฟังมีความหมายกับคุณแบบไหน?
เมื่อใดที่คุณทำให้คนฟังผ่อนคลาย เมื่อนั้นคุณจะทำอย่างไรก็ได้ในทางดนตรี แต่บางคนเล่นแต่เพลงของเขา มีแต่ผู้คนที่รู้จักเพลงพวกนั้นถึงจะเพลิดเพลิน แล้วผู้คนที่ไม่รู้จักเพลงพวกนั้นล่ะ แต่คุณอยากให้เขาฟังคุณ คุณจะทำอย่างไร
แจ๊สเป็นคำที่แย่ ผมเกลียดคำว่าแจ๊ส ผู้คนจำนวนมากบอกว่าไม่ชอบมัน แต่มันก็มีบางสิ่งบางอย่าง คุณชักชวนผู้คนมาฟัง พวกเขาฟังแค่เพลงที่คุณเล่น หรือพวกเขาอยากฟังมากกว่านั้น ภายในวง นักดนตรีของผม พวกเรารีแลกซ์ มันน่าจะมีทั้งไปข้างหน้าและถอยหลัง คนฟังจะรู้สึกกับมัน
มีอะไรที่ขาดหายไปจากวงการวันนี้บ้างมั้ย?
มันมีเรื่องขำๆ มากมาย โดยเฉพาะเกี่ยวกับคนแก่ๆ วันนี้ บางคนอาจอยู่ในวิทยาลัยหรือในโรงเรียนไฮสกูล และทุกคนต่างมีโครงการเป็นของตนเอง ในยุคเริ่มแรก มันไม่ได้เกิดขึ้นเช่นนี้มาก่อน ผู้คนไม่เคยแม้กระทั่งจะพูดถึงการบันทึกเสียง วันนี้บริษัทแผ่นเสียงพร้อมที่จะเซ็นคุณเข้าสังกัด นั่นคือสิ่งหนึ่งที่แตกต่าง ผมไม่รู้ว่ามันดีหรือเลวกันแน่
มือกลองคนหนึ่งเคยบอกผมหลายปีก่อนว่า “ไม่มีใครสนใจพวกคุณแล้ว เรามีทุกอย่างภายใต้การควบคุม พวกเราเจ๋ง” และนั่นเป็นเรื่องจริงเสียด้วย พวกเขารู้ว่าจะจัดการอย่างไร บางครั้งพวกเขารู้มากเกินไปด้วยซ้ำ จนไม่รู้ว่าจะใช้ความรู้อย่างไรกับดนตรีก็เหมือนกัน บางครั้งนักดนตรีบางคนในกลุ่มคนพวกนี้ทำอะไรมากเกินไป พวกเขาต้องการทำมันเสียทั้งหมด ทุกอย่างเร่งรีบและรวดเร็ว แต่อย่างที่เลสเตอร์ ยัง เคยพูดไว้ “แต่คุณร้องเพลงให้ผมฟังสักทำนองหนึ่งได้มั้ย?” คุณวาดรูปสักรูปได้มั้ย ทำนองยังคงสำคัญอยู่
คุณคิดว่าแจ๊สวันนี้ยังสุขภาพดีอยู่มั้ย?
ในนิวยอร์กเหรอ? น่าจะเป็นอย่างนั้น มีคลับมากมาย เมื่อผมไป ผมรู้สึกดี นิวยอร์กยังเป็นเมืองยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก แจ๊สยังแข็งแรงดี แต่ไม่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างที่ควรจะเป็น วันนี้ คุณไม่ได้เห็นมันในทีวี แน่นอน คุณไม่ได้เห็นมันหลายปีมาแล้ว
ครั้งหนึ่ง ยังมี เอ็ด ซัลลิแวน โชว์ ที่มี ราห์ซาน โรแลนด์ เคิร์ก อยู่ที่นั่น แต่ทุกวันนี้ เพื่อนเอ๋ย แม้กระทั่ง (พิธีมอบ) รางวัลแกรมมี่