เมื่อแจ๊สสายเลือดเอเชียผงาด

vijay

           คนศึกษาประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส ย่อมทราบดีว่า ดนตรีแขนงนี้พัฒนามาจากเบ้าหลอมทางวัฒนธรรม 2 กระแส คือ ยุโรปและแอฟริกา ณ พื้นที่ที่มีคุณลักษณะเฉพาะเจาะจงที่เอื้อต่อการก่อเกิดของดนตรีแขนงใหม่ นั่นคือเมืองนิวออร์ลีนส์ ที่อุดมด้วยความเป็น “พหุวัฒนธรรม”
           ตลอด 1 ศตวรรษที่ผ่านมา ดูเหมือนจะมีเพียง 2 ชาติพันธุ์ที่มีบทบาทหลักในการสร้างสรรค์ดนตรีแจ๊สให้เป็นที่รู้จักและเสพฟังในวงกว้าง หนึ่งนั้นคือ ชาวแอโฟร-อเมริกัน ลูกหลานของทาส (รวมถึงครีโอลหรือบรรดาลูกครึ่ง) ที่เกิดและเติบโตในทวีปใหม่ และอีกกลุ่มหนึ่งคือคนผิวขาวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “แจ๊ส” มาตั้งแต่แรกเริ่ม
ท่ามกลางมิติพิศวงของดนตรีแขนงนี้ ผ่านคำพูดของคนอย่าง หลุยส์ อาร์มสตรอง ที่เคยระบุทำนองว่า “เมื่อถามถึงแจ๊ส เมื่อนั้นคุณจะไม่มีวันเข้าถึงแจ๊ส” เพราะแจ๊สนั้นสัมผัสด้วยใจ โดยที่มีศิลปินแจ๊สหลายคนออกมาประกาศว่า แจ๊สคือดนตรีคลาสสิกของอเมริกัน แต่ในอีกหลายๆ เสียงก็เห็นแตกต่างว่า แจ๊สนั้นมีความเป็นสากลเพียงพอที่ใครๆ ก็ย่อมเรียนรู้กันได้
ความคิดเห็นหลังน่าจะถูกต้องกว่า เราจึงได้เห็นแจ๊สผลิบานในทวีปอื่น เช่น ในหลายๆ เมืองของยุโรป และได้เห็นการแพร่กระจายของดนตรีแขนงนี้ไปทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น และแถบดาวน์อันเดอร์ อย่าง ออสเตรเลีย
            เอเชีย และชาติพันธุ์ “มองโกลอยด์” ดูจะมาช้ากว่าใครในขบวนรถไฟสายนี้ ทว่า มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา อีกทั้งยังเป็นความจริงที่พิสูจน์และยืนยันว่า “แจ๊ส” เป็นดนตรีที่มีปรัชญาในความเป็นสากลมากพอที่ใครๆ ก็ซึมซับและเรียนรู้ได้หากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ดังเห็นได้จากศิลปินเอเชียหลายรายที่กำลังสำแดงบทบาทในเวลานี้ แม้ส่วนใหญ่ยังเป็น “อเมริกันเชื้อสายเอเชีย” ก็เถอะ
            ในเวทีรางวัลแกรมมี่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วิเจย์ ไอเยอร์ (Vijay Iyer) เจ้าของอัลบั้ม Historicitty ได้เข้าชิงแกรมมี่กับเขาด้วย วิเจย์ เป็นนักเปียโนดาวรุ่งที่กำลังผาดโผนอยู่ในยุทธจักรดนตรีในนิวยอร์กซิตี เขาเป็นอเมริกันเชื้อสายอินเดีย ที่พ่อแม่เพิ่งย้ายจากอินเดียมาลงหลักปักฐานในดินแดนแห่งเสรีภาพนี้
วิเจย์คนนี้ไม่เพียงเล่นเปียโนเก่ง ทั้งที่เรียนจบปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ และกำลังทำปริญญาเอกด้านศิลปะกับเทคโนโลยี แต่เขายังโยนระเบิดให้แก่วงการแจ๊สอเมริกัน ด้วยการเขียนบทความที่ปลุกให้ทุกคนหันมามองความจริงว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นกับวงการ ขณะที่นักดนตรีแจ๊สไม่มีงานทำ แต่ธุรกิจการศึกษาดนตรีกลับฟูเฟื่อง

rudresh          

        นอกจาก วิเจย์ ไอเยอร์ เรายังมี “อเมริกันเชื้อสายอินเดีย” อีกรายที่กำลังได้รับการกล่าวขวัญถึงเสมอๆ ในฐานนักแซ็กโซโฟนที่มีสำเนียงการบรรเลงเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เขามีชื่อว่า รูเดรช มหันธัพพา (Rudresh Mahanthappa) ซึ่งในอัลบั้ม Providencia ของ แดนิโล เปเรซ ที่ได้ชิงแกรมมี่อวอร์ด ก็มี รูเดรช คนนี้ฝากเสียงแซ็กไว้
รูเดรช ไม่เพียงบรรเลงแจ๊สตามแบบฉบับของจารีตหลัก แต่เขากลับไปหารากเหง้าทางดนตรีอันรุ่มรวย แล้วหยิบเอามรดกดนตรีที่ได้รับและมีอยู่ใน “ดีเอ็นเอ” ของเขามาฉายให้ทุกคนได้สัมผัส เช่นการนำกลองแขกทาบลามาใช้ในการบรรเลง เป็นต้น

helen
          ถัดจากรูเดรช เรามี เฮเลน ซัง (Helen Sung) สาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่เล่นเปียโนได้ไม่แพ้ผู้ชาย เธอเติบโตจากดนตรีคลาสสิก แต่แล้ววันหนึ่งชีวิตเปลี่ยนเมื่อได้ฟังไลน์โซโลของ ทอมมี ฟลานาแกน จึงหันเหความสนใจมาสู่ดนตรีแขนงนี้ ผ่านรั้วสถาบันธีโลเนียส มังค์ และได้เล่นกับศิลปินระดับตำนานอย่าง รอน คาร์เตอร์, เวย์น ชอร์เตอร์ , คลาร์ค เทอร์รี ตอนนี้มีอัลบั้ม Going Express เป็นผลงานล่าสุด

grace
         หาก เฮเลน เริ่มมีชื่อเสียงหลังออกจากรั้วมหาวิทยาลัย สาววัยรุ่นอเมริกันเชื้อสายเกาหลี อย่าง เกรซ เคลลี (Grace Kelly) ก็สร้างความตื่นตะลึงให้แก่วงการยิ่งกว่า เธอเป็นนักแซ็กโซโฟนที่ดังตั้งแต่อายุ 14-15 ฝีมือเล่นแซ็กนั้น ถึงขั้น ฟิล วูดส์ นักแซ็กอาวุโส ยังต้องยกหมวกใบงามให้เธอ เกรซ มีผลงานเดี่ยวแล้ว ชุดหลังๆ เธอทำร่วมกับ ลี โคนิตซ์ เจ้าของแนวทางแจ๊สในสาย “คูล” นอกจากนี้ เกรซ ยังเคยได้รางวัลการแต่งเพลงยอดเยี่ยมจากเวทีระดับประเทศมาแล้ว

linda
         สาวเอเชียอีกคนที่ไม่ใช่ “อเมริกัน” คือ ลินดา โอห์ (Linda Oh) เธอมาจากมาเลเซีย ไปเรียนดนตรีที่ออสเตรเลีย ด้วยเหตุที่มีเครื่องดนตรีหลักเป็นดับเบิลเบส ตอนเรียนดนตรีที่ดาวน์อันเดอร์ เธอจึงทำสาระนิพนธ์ที่มีหัวข้อท้าทายมาก “ศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบแพทเทิร์นเบสของ เดฟ ฮอลแลนด์ กับแพทเทิร์นจังหวะแอฟริกัน”
ผละจากออสเตรเลีย มาเลย์หน้าหมวยคนนี้สานต่อความฝันของเธอ ด้วยการบินไปนครนิวยอร์ก ณ ที่นั่นเธอทำหน้าที่เป็นผู้นำวง ทรัมเป็ต ทริโอ และมีอัลบั้มออกมา 1 ชุดแล้ว
ดูจากศิลปินชาติพันธุ์เอเชียที่กำลังมีบทบาทในแวดวงแจ๊สเวลานี้ ก็นับว่าพวกเขาและเธอกำลังเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีความหวัง ซึ่งโดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ในอนาคต เราคงจะได้เห็นคนเอเชียก้าวออกมาแสดงศักยภาพมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่ปรากฏในแวดวงดนตรีคลาสสิก
          เหลือแต่ศิลปินไทยที่ปัจจุบันกำลังฟูมฟักตัวเองเพื่อก้าวออกสู่โลกกว้าง…. หวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น คงยังไม่สายเกินไป.
………………………………
หมายเหตุ : ก่อนหน้านี้เรามีศิลปินจากแดนอาทิตย์อุทัย อย่าง โตชิโกะ อาคิโยชิ, ซาดาโอะ วาตานาเบะ หรือ มาโคโตะ โอโซเนะ หรือนักกีตาร์เวียดนาม เหงียนเล และนักทรัมเป็ตเวียดนาม กวง วู ที่เป็นสมาชิกในวงของ แพท เมธินี

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.