Eliane Elias / Light My Fire

elianeelia

            ชื่อของศิลปินแจ๊สสายเลือดละติน อีเลน เอลิส (Eliane Elias) อาจไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก หากแต่ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของวงการแจ๊สอย่างต่อเนื่องคงจะคุ้นเคยกับงานเพลงคุณภาพของเธอผู้นี้เป็นอย่างดี อีเลน เรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และเข้าศึกษาต่อในสถาบัน Free Center of Music Apprenticeship ใน São Paulo เริ่มต้นทำงานร่วมกับนักกีตาร์ Toquinho และกวี Vinicius de Moraes เมื่ออายุ 17 ปี ออกแสดงดนตรีในแถบ South America และยุโรป จากนั้น อีเลน ตัดสินใจเดินทางมานิวยอร์คเพื่อร่วมงานกับวง Steps Ahead และมีผลงานบันทึกเสียงร่วมกับวง 1 ชุด ก่อนที่จะออกมาทำงานร่วมกับนักทรัมเป็ต เรนดี แบรคเกอร์ (Randy Brecker) และสร้างครอบครัวร่วมกัน
              ด้วยน้ำเสียงอันเข้มข้น ความสามารถในการบรรเลงเปียโน และการประพันธ์เพลงทำให้ อีเลน กลายเป็นดาวเด่นที่ได้รับการโหวตจากผู้อ่านนิตยสาร Jazziz ให้ครองรางวัล Best New Talent เมื่อปี 1988 จากนั้นเธอมีผลงานคุณภาพออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลงานชิ้นเด่น Solos and Duets (1995) ที่ อีเลน มีโอกาสร่วมงานกับนักเปียโนชั้นครูอย่าง เฮอร์บี แฮนคอก (Herbie Hancock) และ Impulsive!(1997) อัลบั้มรวมงานประพันธ์ของเธอที่ได้รับการเรียงเรียงใหม่โดย บ็อบ บรูคเมเยอร์ (Bob Brookmeyer)
             ผลงานล่าสุดของเธอเปิดตัวในชื่อ Light My Fire กับบ้านใหม่สังกัด Concord พร้อมพรั่งไปด้วยเพื่อนนักดนตรีและแขกรับเชิญมากฝีมืออย่าง จิลแบร์โต จิล (Gilberto Gil) ที่มาร่วมแจมใน Aquele Abraco และ Turn to Me ผลงานจากการประพันธ์ของ อีเลน เมื่อปี 1988 ซึ่งมีกลิ่นอายของดนตรีแซมบาชวนโยกย้าย นอกจากนี้ยังเลือกคัฟเวอร์บทเพลงคุ้นเคย อาทิ My Cherie Amour ของศิลปินตาบอด สตีวี วันเดอร์ (Stevie Wonder), Take Five เพลงเด่นของวง Dave Brubeck Quartet ที่หลายคนหลงรัก และ Light My Life งานเก่าของ จิม มอร์ริสัน (Jim Morrison) และวง The Doors ที่เรียบเรียงปรับแต่งหน้าตาใหม่ในสไตล์บราซิลเลี่ยนแจ๊สได้อย่างน่าฟัง บทเพลงในอัลบั้มนี้จึงเป็นผลงานที่ฟังง่าย ฟังสบายกว่าหลายชุดที่ผ่านมา เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำความรู้จักกับเธอ หรือกลับมาสนใจเธออีกครั้งหากคุณเคยปฏิเสธงานเพลงของเธอมาก่อน

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.