ไร้ร่าง ‘ไมเคิล เบรกเกอร์’ รับรางวัล ‘แกรมมี่’ ครั้งที่ 49

michaelbreacker9

เรื่อง : ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ

งานประกาศผลรางวัล ‘แกรมมี่’ เกี่ยวกับดนตรีหลายประเภท ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้ง หลังสุดครั้งที่ 49 ณ ‘สเตเพิลเซ็นเตอร์’ ในเมืองแอลเอ สหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือนที่แล้ว ปรากฏว่า ไร้ร่างของ ไมเคิล เบรกเกอร์ ขึ้นไปรับรางวัลการบรรเลงเดี่ยวแจ๊สยอดเยี่ยม (Jazz Instrumental Solo)
ทั้งนี้เนื่องจากไมเคิล เบรกเกอร์เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือด เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่โรงพยาบาลในนครนิวยอร์ก ก่อนการประกาศผล ประมาณหนึ่งเดือน
ไมเคิล เบรกเกอร์ได้รับรางวัล ‘การบรรเลงเดี่ยวแจ๊ส’ จากเพลง Some Skunk Funk ในแผ่นชุด Some Skunk Funk ของแรนดี้ เบรกเกอร์พี่ชาย
แผ่นชุดนี้ยังได้รับรางวัล Large Jazz Ensemble Albumn นักดนตรีประกอบด้วย แรนดี้ เบรกเกอร์ เป็นหัวหน้าวง และเป่าทรัมเป็ต ไมเคิล เบรกเกอร์ เป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน และเพื่อนๆ นักดนตรี จิม เบียร์ด, วิลล์ ลี, ปีเตอร์ เอิร์สกิน, มาร์ซิโอ

Some Skunk Funk ไม่ใช่เพลงใหม่ แรนดี้แต่งไว้ตั้งแต่ปี 1975 บรรเลงอัดแผ่นเสียงครั้งแรกในปีเดียวกันชื่อชุด The Brecker Bros. แผ่นตรา ‘อริสตา’ สองพี่น้องแสดงบทบาทการเล่นเต็มที่ เครื่องเป่ามี เดวิด แซนบอร์น ช่วยเป่าอัลโตแซ็กโซโฟน กลุ่มริธึ่มแน่นปึ๊ก ดอน โกรลนิค เล่นคีย์บอร์ด วิลล์ ลี ดีดเบส ฮาร์วี เมสัน (กลอง) ราล์ฟ แม็คโดนัลด์ (เพอร์คัสชั่น) เฉพาะเพลง Some Skunk Funk ฮาร์วีอัดเต็มที่ ‘ฟั้งกี้’ เป็นแนวที่เขาถนัดอยู่แล้ว ฮาร์วีโด่งดังจากดนตรีแนวนี้ตั้งแต่ครั้งเล่นกับ เฮอร์บี แฮนค็อค และวง ‘เฮดฮันเตอร์ส’

Some Skunk Funk เป็นเพลงที่ท้าทายฝีมือการเล่นของนักดนตรี ตอนเริ่มท่อนแรก ค่อนข้างเข้าใจยาก เป็นรูปแบบของเพลงที่แนวทางคอร์ดส่อไปในทาง ‘เอโทนัล’ (Atonal) ซ้ำยังแทรกด้วย ‘ออดไทม์’ (Odd time) เป็นเพลง ‘ฟั้งค์’ ที่ไม่ธรรมดา บางช่วงแรนดี้วางแนวการบรรเลงเหมือนจงใจจะพิสูจน์คนเล่นว่ามีฝีมือแค่ไหน…ความเด่นหลายประการของ Some Skunk Funk ทำให้แรนดี้ตัดสินใจนำเพลงนี้มาบรรเลงใหม่ โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า Some Skunk Funk
ก่อนหน้านี้ไมเคิล เบรกเกอร์ นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนยิ่งใหญ่แห่งวงการดนตรีแจ๊ส ได้รับรางวัล ‘แกรมมี่’ มาหลายครั้ง

ปี 1995 ไมเคิลได้รับรางวัล ‘แกรมมี่’ จากแผ่นชุด Out Of The Loop ถึง 2 รางวัล รางวัลแรก African Skies เพลงที่เขาแต่งเป็น ‘เพลงบรรเลงยอดเยี่ยม’ รางวัลที่สองเป็น ‘ผู้บรรเลงแจ๊สร่วมสมัยยอดเยี่ยม’
ปีถัดมา ไมเคิลได้รับรางวัลผู้โซโลแจ๊สยอดเยี่ยมเพลง Impressions จากแผ่นชุด Infinity ที่เขาร่วมเล่นกับ แม็คคอย ไทเนอร์ อดีตนักเปียโนวง จอห์น โคลเทรน อันลือชื่อ และยังทำให้ Infinity ได้รับรางวัล ‘วงแจ๊สยอดเยี่ยม’ อีกหนึ่งรางวัล
ไมเคิล โปรดปรานแนวการเล่นของ จอห์น โคลเทรน เขาไม่เคยเล่นกับแม็คคอยมาก่อน ตราบจนกระทั่งช่วงมกราคมปี 1995 ทั้งสองโคจรมาเจอกันที่ ‘โยชิ’ แจ๊สคลับชื่อดังแห่งเมืองโอคแลนด์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ ซานฟรานซิสโก ได้ว่าจ้างให้ทั้งคู่เล่นรวม 6 คืน

บนเวที ‘โยชิ’ ไมเคิลเล่นเฉพาะเทเนอร์แซ็กโซโฟนเท่านั้น ไม่ใช้เครื่องเป่าไฟฟ้าที่มีชื่อย่อว่า EWI เพื่อต้องการให้เป็นวงแจ๊สเสียงธรรมชาติ แม็คคอย นั่งเล่นเปียโน ‘สไตน์เวย์’ พร้อมกับนักดนตรีประจำวงอีกสองคนคือ แอเวอรี ชาร์ป (เบส) และแอรอน สกอตต์ (กลอง) สไตล์การบรรเลงเน้น ‘ฮาร์ดบ็อพ’ ทุกคนเล่นเข้ากันเหมือนเคยเล่นด้วยกันมาเป็นเวลาแรมปี กองเชียร์ข้างเวทีนอกจากผู้นิยมแจ๊สแล้ว ยังมีนักเทเนอร์แซ็กโซโฟนดาวรุ่งในช่วงนั้น โจชัว เรดแมน, แดนนี แครอน นักกีตาร์วงชาร์ลส์ บราวน์ และ รูธ เดวิส นักเบสรวมอยู่ด้วย…ผลจากการเล่นด้วยกันทำให้แม็คคอย ไทเนอร์ เกิดความคิดออกแผ่นชุด Infinity
แทบไม่น่าเชื่อว่ากว่าไมเคิลจะได้ออกแผ่นในนามของเขาเอง ชุดแรก Tour De Force กับบริษัทแผ่นเสียง ‘อิมพัลส์’ ในปี 1987 เขาใช้เวลาคลุกคลีอยู่กับวงการดนตรีนานเกือบ 20 ปี เล่นอัดแผ่นให้ใครต่อใครมาทั้งหมดมากกว่า 400 ชุด

ไมเคิลผูกพันกับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก เขาเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1949 ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ในครอบครัวดนตรี พ่อเป็นนักเปียโนแจ๊สกึ่งอาชีพ แรนดี้พี่ชายซึ่งอายุมากกว่าเขา 3 ปี เป่าทรัมเป็ต สองพี่น้องเรียนในโรงเรียนแถวชานเมือง เครื่องดนตรีที่พอจะมีให้หัดมีเพียงทรัมเป็ตกับคลาริเน็ต ไมเคิลไม่อยากเล่นทรัมเป็ตไปเรียนเป่าคลาริเน็ต ทั้งๆ ที่ไม่ชอบ
เขาเรียนดนตรีกับ วินซ์ ทรอมเบตตา และ โจ อัลลาร์ด เริ่มแรกเขาสนใจดนตรีร็อค ฟังวง ‘ครีม’ ที่มีเอริก แคลปตัน เป็นนักดนตรีหลัก ชอบคิง เคอร์ทิส นักแซ็กโซโฟนบลูส์ และจิมี เฮนดริกซ์ เหมือนวัยรุ่นทั่วไป จากนั้นจึงหันมาสนใจดนตรี “บีบ็อพ” ชอบแจ๊สเหมือนพ่อแม่ ไมเคิลเปลี่ยนไปหัดอัลโต แซ็กโซโฟน คงจะเป็นเพราะได้ฟังแผ่นของแคนนอนบอล แอดเดอร์ลี ที่แรนดี้ทิ้งไว้ให้ฟัง
หลังจบมัธยมไมเคิลเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา ในบลูมมิงตัน เขาเปลี่ยนจาก อัลโตแซ็กซ์ไปเล่นเทเนอร์แซ็กโซโฟน เมื่อได้ฟังแผ่นชุด Live At Birdland ของ จอห์น โคลเทรน ชอบแนวความคิดการใช้ ‘โหมด’ ที่ไม่เคยฟังจากที่ใดมาก่อน เขาตามเก็บแผ่นของ จอห์น โคลเทรน

ไมเคิลตามไปฟังการบรรเลงของ จอห์น โคลเทรน ที่มหาวิทยาลัย ‘เทมเพิล’ ในช่วงปลายที่โคลเทรนเล่นกับ ฟาโรห์ แซนเดอร์ส…
ไมเคิลเรียนที่อินเดียนาแค่ปีเดียวก็ตัดสินใจไปนิวยอร์ก ซึ่งแรนดี้ปักหลักอยู่ที่นั่น 4 ปีแล้ว ไมเคิลเล่นดนตรีเป็นอาชีพครั้งแรก ในวงที่เล่นเพลงประเภท ‘ริธึ่ม แอนด์บลูส์’ หรือ ‘อาร์ แอนด์บี’… ที่นิวยอร์ก ไมเคิลเล่นกับนักกีตาร์ จอห์น แอเบอร์ครอมบี แรนดี้ เบรกเกอร์ และ บิลลี ค็อบแฮม มือกลองทรงพลัง แล้วร่วมกันก่อตั้งวง ‘ฟิวชั่น’ ชื่อวง ‘ดรีมส์’ รวมกันแค่ช่วงสั้นๆ
ระหว่างปี 1973-74 ไมเคิลเข้าไปเล่นในวงฮอเรซ ซิลเวอร์ ที่มีแรนดี้เล่นอยู่ก่อนแล้ว

ผลงานชุด Michael Brecker ที่อัดกับ “เอ็มซีเอ/อิมพัลส์” ได้เพื่อนนักดนตรีชั้นแนวหน้าช่วยเล่นให้ เบสฝีมือเยี่ยม ชาร์ลี เฮเดน นักกีตาร์มือดีอย่างแพ็ต เมธีนี กลองโดยแจ็ค ดีจอห์นเนตต์ และนักเปียโนที่กำลังมาแรงในช่วงนั้น เคนนี เคิร์คแลนด์ ทำให้ชื่อเสียงของไมเคิลเป็นที่รู้จักของนักฟังแจ๊สกว้างขวางขึ้น
ถัดมาเพียงปีเดียวไมเคิลออกชุด Don’t Try This At Home มีนักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาเสริมหลายคน ไมค์ สเติร์น (กีตาร์) โจอี้ คัลเดอรัซโซ (เปียโน) เจฟฟ์ แอนดรูส์ (เบส) อดัม นัสบอม (กลอง) ได้รับคำชมจากบรรดานักวิจารณ์ แต่แผ่นขายไม่ดีเท่าที่ควร

อีกสองปีต่อมา เขาออกแผ่น Now You See It…Now You Don’t ทิ้งช่วงไปหลายปี ไมเคิลสร้างความฮือฮาด้วยชุด Tales From The Hudson
ปี 1999 แผ่นชุด Time Is Of The Essence ที่จัดว่าเป็นชุดที่ดีของไมเคิลชุดหนึ่งมีนักดนตรีรุ่นเก่าฝีมือเยี่ยม เอลวิน โจนส์ อดีตมือกลองของ จอห์น โคลเทรน ร่วมเล่นด้วย
แผ่นชุด Nearest Of You:The Ballad Book ที่ไมเคิลได้รับอิทธิพลจากชุด Ballad ของ จอห์น โคลเทรนที่ออกในปี 2002 จัดเป็นแผ่นชุดที่น่าฟังอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เลือกสรรเพลงไพเราะและมีความหมายเท่านั้น เขายังเลือกนักดนตรีฝีมือเยี่ยมที่เคยร่วมงานกันมาช้านาน เขานำเอาเพลงดังของเจมส์ เทย์เลอร์ Don’t Let Me Be Lonely Tonight มารวมอยู่ในแผ่นชุดนี้และยังเชิญเจมส์ เทย์เลอร์มาร้องให้เป็นพิเศษอีกด้วย

ผลงานสุดท้ายชุด Wide Angles ที่ออกในปี 2003 บรรเลงโดยวงขนาด 15 เครื่อง ทำให้ไมเคิล เบรกเกอร์ได้รับรางวัล ‘แกรมมี่’
จากนั้นไมเคิลช่วยทำให้ชุด Direction In Music ของเฮอร์บี แฮนค็อค แสดงสดที่ ‘แมสซ์ฮอล’ ได้ชิงรางวัล ‘แกรมมี่’
ไมเคิล เบรกเกอร์ร่วมกับนักเทเนอร์แซ็กโซโฟนอีกสองคนคือ เดฟ ลีบแมน และ โจ โลวาโน บันทึกแผ่นชุด Gathering Of Spirits แผ่นตรา ‘เทลาร์ค’ ในปี 2004 เป็นผลงานสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบ ส่วน Pilgrimage ที่จะออกเผยแพร่เร็วๆ นี้ดูเหมือนยังไม่แล้วเสร็จดี

หมายเหตุ : ข้อมูลจากคุณต้น ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค กรุ๊ป (ประเทศไทย) แจ้งมาว่า อัลบั้มชุด Pilgrimage กำลังจะออกวางขายเร็วๆ นี้ รายละเอียดความคืบหน้า ติดตามได้ที่เว็บไซต์แห่งนี้ / JazzLife Editor

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.