การกลับมาของเพื่อนเก่า
By admin | April 6th, 2009 | Category: Articles | No Comments »
เรื่อง อนันต์ ลือประดิษฐ์
ผมจำได้ว่าชีวิตในวัยเด็กเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความสวยงามของบทเพลงในยุคก่อน ตั้งแต่เพลงลูกทุ่ง, ลูกกรุง, เพลงเพื่อชีวิต, ร็อคแอนด์โรลล์, บลูส์ ไล่เรียงกันเรื่อยมาจนมาถึงเวิร์ลมิวสิค, แจ๊ส และเพลงคลาสสิก ตามวุฒิภาวะในการฟังและวัยที่เพิ่มมากขึ้น
ผมเดินผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นโดยมีเสียงเพลงวนเวียนอยู่รอบตัวเสมอ แอบชื่นชอบศิลปินคนต่างๆ สนใจค้นหาประวัติความเป็นมา ติดตามความเคลื่อนไหวของเขาเหล่านั้น มีพวกเขาเป็นเสมือนเพื่อนสนิท จนเมื่อผมเติบโตขึ้น ใช้ชีวิตในวันๆหนึ่งหมดไปกับภารกิจอันเร่งรีบในโลกซึ่งหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต ผมเริ่มรู้จักกับศิลปินใหม่ๆ เพื่อนใหม่ บทเพลงใหม่ๆ ผมห่างหายหน้าไปจากเพื่อนเก่าหลายคน เก็บผลงานเพลงของพวกเขาไว้ในซอกซอยของความทรงจำ และไม่มีโอกาสได้แวะไปเยี่ยมเยียน
จนกระทั่งวันหนึ่งพวกเขากลับเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยียนผม พร้อมกับบทเพลงเก่าที่ครั้งหนึ่งผมเคยหลงใหล และทำให้หัวใจของผมพองโต ผมเชื่อว่าหลายท่านที่ติดตามคอลัมน์ “เพลินฟัง” ก็คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากผม และไม่แน่ว่าเพื่อนของผมในอดีตก็เป็นเพื่อนของคุณๆเช่นกัน

เริ่มต้นกับเพื่อนคนแรกที่มักทำให้ผมแปลกใจอยู่เสมอด้วยพลังในการสร้างสรรค์ผลงานที่ไม่เคยลดน้อยถอยลงของเขา รอด สจ๊วต (Rod Stewart) กับผลงานชุดใหม่ Still The Same… Great Rock Classics of Our Time ภาพของ รอด สจ๊วต เพื่อนเก่าซึ่งปรากฏอยู่บนปกซีดีดูไม่ต่างจากหลายสิบปีก่อนซึ่งผมรู้จักเขาเป็นครั้งแรก น่าแปลกที่เขายังดูแข็งแรง สดใส และดูอ่อนกว่าวัยจนผมเองยังแอบอิจฉา
สำหรับผมเมื่อเห็นชื่ออัลบั้ม และรายชื่อเพลงก็พอเดาได้แล้วว่าบรรยากาศโดยรวมของงานในชุดนี้ คงทำให้หลายคนที่ได้ยินได้ฟัง อดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มอย่างมีความสุข Have You Ever Seen The Rain ผลงานเก่าของวง CCR เพลงที่ร้องตามกันได้โดยไม่ต้องลังเล เช่นเดียวกับ The Best of My Love และ Everything I Own งานเก่าของ The Eagles และวง Bread
นอกจากนี้ยังมีเพลงซึ่งไม่ได้ยินได้ฟังมาแสนนานอย่าง I’ll Stand By You, Love Hurts, Crazy Love, Day After Day และอีกหลายบทเพลงซึ่งล้วนคุ้นหู และเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยหนุ่ม งานเพลงในอัลบั้มชุดนี้จึงเหมาะสำหรับความเพลิดเพลินในวันสบายกับเพื่อนรุ่นเก๋าวัย 62 ปีอย่าง รอด สจ๊วต

เพื่อนคนต่อมาของผมเป็นสาวผิวสี ที่แม้ความสาวจะลดน้อยถอยลง แต่เธอยังคงรักษาเสียงร้องของเธอให้คงคุณภาพไว้ได้เป็นอย่างดี ภาพจากปกอัลบั้มแสดงให้เห็นว่าเธอยังคงสวย สมวัย เรียกได้ว่าเธอคือ”ดาวค้างฟ้า” ของวงการเพลงพอพ และอาร์แอนด์บี ดิออน วอร์วิค (Dionne Warwick) กับผลงานชุดใหม่ล่าสุด My Friends & Me ที่เธอทำงานร่วมกับเพื่อนนักร้องรุ่นลูก รุ่นหลาน
บทเพลงในอัลบั้มนี้มักทำให้ผมนึกถึงอดีตอันแสนหวาน กับเพื่อนสาวหลายคนที่มาพร้อมกับมิตรภาพ และความรักในวัยหนุ่ม I Never Love This Way Again เพลงโปรดของเพื่อนสาวคนหนึ่ง จำได้ว่าเธอหลงรักเพลงนี้อย่างสุดหัวใจ และ I Say A Little Prayer, Wishin’ And Hopin’, Close To You, Déjà vu, Walk On By ที่ล้วนอยู่ในความทรงจำ
นักร้องรุ่นใหม่ที่มาร่วมงานกับ ดิออน ในครั้งนี้ เป็นนักร้องระดับแถวหน้าของวงการเพลง ที่รู้จักกันดีคงจะเป็น Gloria Estefan, Cyndi Lauper, Gladys Knight, Olivia Newton-John และ Reba McEntire กับการผสมผสานความเป็นตัวตนของพวกเธอเหล่านี้ ลงไปในบทเพลงพิเศษซึ่งทรงคุณค่า และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของ ดิออน วอร์วิค ให้บรรยากาศเหมือนการปลุกให้บทเพลงเหล่านั้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากการหลับใหลที่ยาวนาน

ตามติดมาด้วยผลงานพิเศษกับการจับคู่กันของ 2 เพื่อนเก่า ซึ่งประสบความสำเร็จอยู่ในสายพอพแจส ซึ่งผมเชื่อว่า หลายคนคงอดใจไม่ได้ ที่จะต้องหยิบจับงานเพลงในอัลบั้มชุดนี้ ผมกำลังพูดถึงอัลบั้ม Givin’ It Up ของ จอร์จ เบนสัน และ อัล จาร์โร (George Benson & Al Jarreau) นักร้อง 2 สหายที่เรารู้จักพวกเขากันเป็นอย่างดี
ทั้งคู่เปิดบ้านต้อนรับเพื่อนเก่าทั้งหลายด้วยเพลง Breezin’ ผลงานเพลงเก่าของ เบนสัน ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในปี 1976 กลับมาครั้งนี้ได้เสียงร้องนุ่มๆของ เบนสัน และ อัล จาร์โร เพิ่มความสดใส และที่ยังคงดูโดดเด่นเป็นพิเศษก็คือ เสียงการบรรเลงกีตาร์ของ เบนสัน ที่ยังคงทรงพลัง ไหลลื่น สวยงาม
Four งานเก่าของ Miles Davis และ Jon Hendricks ในท่วงทำนองสวิง เสียงร้องของทั้งคู่ ให้บรรยากาศการเหมือนการนั่งคุยกันในห้องรับแขกแสนสบาย ตามมาด้วยผลงานเพลงเก่าของ Paul Youngs เพลง Everytime You Go Away และ Summer Breeze งานของ Seals & Crofts ที่เหมาะสำหรับ การย้อนกลับไปหาอดีตอันน่าหวั่นไหว ในยามเช้าซึ่งอุณหภูมิลดต่ำลง
รวมไปถึง 3 บทเพลงพิเศษ Lets it Rain, God Bless The Child และ Bring It On Home To Me ที่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกับ Patty Austin, Jill Scott, Paul McCarney และ Chris Botti แขกรับเชิญผู้สร้างสีสันให้กับบทเพลง
นอกเหนือจากความโดดเด่นของทั้งคู่ในด้านเสียงร้องแล้ว ความสดใหม่ของภาคดนตรี และการเรียบเรียงเสียงประสานที่สวยงาม ยังช่วยผลักดันบทเพลงในอดีต หอมหวานดั่งเช่นวันวาน

อัลบั้มสุดท้าย Feeling Good เป็นงานของเพื่อนต่างวัยที่มีโอกาสได้ร่วมงานกันเป็นครั้งแรกอย่างนักร้องสาว แรนดี ครอวฟอร์ด (Randy Crawford) กับมือเปียโนชื่อดัง โจ แซมเพิล (Joe Sample) ผมจำได้ว่าเคยประทับใจกับเสียงใสๆ แต่เปี่ยมไปด้วยพลังในการร้องของเธอในเพลง Street Life และ Give Me The Night ในครั้งที่เธอร่วมงานกับ วง The Crusaders และ George Benson นอกจากนั้นยังเฝ้าติดตามผลงานเดี่ยวของเธออีกหลายชุด ก่อนที่ชื่อของเธอจะห่างหายไปจากความทรงจำ
และการกลับมาในครั้งนี้ของเธอ กับเพื่อนเก่าอดีตมือเปียโนของวง The Crusaders และผองเพื่อนนักดนตรีแจส ซึ่งมีฝีมือการเล่นในระดับแนวหน้าอย่าง Steve Gadd มือกลอง และเบสโดย Christian McBride
ความสดใสจากเสียงร้องของ แรนดี ผสมผสานไปกับการบรรเลงของเหล่านักดนตรีได้อย่างกลมกลืน Feeling Good, End of The Line, But Beautiful, Rio De Janiero Blue, Mr. Ugly และ When I Need You แม้จะไม่เป็นที่คุ้นเคยนัก ล้วนเป็นบทเพลงที่สวยงาม และสามารถเข้ามาอยู่ในหัวใจของคุณได้อย่างง่ายดาย