ดีดี บริดจ์วอเตอร์ ค้นพบตัวเองที่มาลี
By admin | April 10th, 2009 | Category: Articles | No Comments »
เรื่องโดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ
Red Earth อัลบั้มล่าสุดของ ดีดี บริดจ์วอเตอร์ ได้เข้ารอบสุดท้ายในการชิงรางวัล ‘แกรมมี่’ ซึ่งจะประกาศผลช่วงกลางเดือนหน้า เท่าที่พิจารณาจากเนื้อหาของเพลงในแผ่นชุดนี้ คิดว่าน่าจะเอาชนะคู่แข่งอีก 4 ชุดได้
กว่าจะมาเป็น Red Earth ดีดีใช้เวลาเกือบ 10 ปี กล่าวคือเมื่อปี 1999 เธอได้รับเลือกจากหน่วยงานผลไม้และการเกษตร องค์การสหประชาชาติให้เป็นทูตโครงการเยี่ยมเยือนประเทศต่างๆ ในแอฟริกา เช่น ที่เซนีกัล ระหว่างทางเธอถือโอกาสเก็บสะสมเพลงจากแหล่งต่างๆมาร้องที่กรุงปารีสที่เธอพำนักอยู่กับสามีฌองมารี ดูรองด์ เพลงของชาวมาลีดึงดูดใจเธอทั้งๆไม่รู้ที่มาของเพลง ยามใดก็ตามที่ได้ยินได้ฟังเพลงของพวกมาลี รู้สึกหวั่นไหว เสมือนเธอเข้าถึงส่วนลึกของบทเพลง
ห้าปีต่อมาเธอไปเยือนสาธารณรัฐมาลีอีกครั้งหนึ่ง ดินแดนแห่งบรรพบุรุษชาวแอฟริกาของเธอ ดีดีติดต่อชีคติเดียน เสค ให้ช่วยสำรวจวงการดนตรีและหานักดนตรีฝีมือดีไว้ให้ด้วย เธออยากไปเปิดตัวในรายการแสดง ‘แจ๊สพบมาลี’ เธออยากให้ชีคจัดการให้พร้อม เหมือนกับที่เคยจัดการให้แฮงค์ โจนส์ ได้เล่นอัดแผ่นชุด Sarala เมื่อปี 1995 ให้ชีคประสานงานด้านหาเพลง หานักดนตรี นักร้อง และเรียบเรียงเพลงดั้งเดิมของมาลีใหม่
เมื่อดีดีเดินทางถึงบามาโก เมืองหลวงของมาลี เธอแวะไปที่ภัตตาคารเป็นแห่งแรกเพื่อพบบัสเซกู กูยาเต นักเล่น ‘โงนี’ ชีคคะยั้นคะยอให้ดีดีขึ้นไปร้องกับวงบนเวที เสียงเพลงทำให้จิตใจเธอเบิกบาน ทุกคนพูดภาษาเดียวกันคือ ภาษาดนตรี เธอแต่งเนื้อร้องร้องแจมกับวง เธอรู้สึกเสมือนจิตล่องลอยไปในภวังค์
ก่อนหน้าที่จะมาปลดปล่อยอารมณ์บนเวที เธอมีประสบการณ์กับสองเหตุการณ์ณ์สำคัญที่ไม่เกี่ยวกับดนตรีในบามาโก เหตุการณ์แรกคือ ที่สนามบินมีชายชราเรียกชื่อเธอแต่เธอไม่เข้าใจ ส่วนชายผู้นั้นไม่รู้ภาษาฝรั่งเศส เขาเริ่มไม่สบอารมณ์เพราะรู้สึกว่าดีดีไม่เอาใจใส่เขา เธอจึงขอร้องให้ชีคพูดกับเขาด้วย ทำให้บรรยากาศดีขึ้น ชายชราดังกล่าวเชื่อว่าเธอคือหลานสาวของเขาที่พรากจากกันมานาน ในที่สุดก็กลับบ้าน
วันหนึ่งเธอแต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายมาลีเดินไปตามถนนมีคนทักทายเธอด้วยภาษาบัมบารา บอกเธอเหมือนพวกชนเผ่า ‘เปิล’ ชนกลุ่มน้อยที่เร่ร่อนจากทางเหนือ ไม่ห่างจากติมบุคตูมากนัก เป็นเรื่องแปลกเมื่อครั้งเธอเคยพบกับประธานาธิบดีมาลี เขาบอกว่าเธอเป็น ‘เปิล’
ดีดี บริดจ์วอเตอร์ เริ่มเห็นร่องรอยรากเหง้าบรรพบุรุษของเธออยู่ในมาลีนี่เอง สิ่งยืนยันคือ วันถัดมาเธอเปิดม่านในห้องโรงแรมที่เธอพัก มองไปทางไหนแดงทั่วพื้นปฐพี ตลอดชีวิตเธอหลงเสน่ห์พื้นดินแดงแบบนี้
เมื่อครั้งอยู่ในวัยเด็กที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ถิ่นกำเนิด เธอเคยสนุกสนานบนดินแดงทางเข้าบ้าน แม่เล่าให้ฟังว่า เธอถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วเกลือกกลิ้งไปบนดิน ผมเผ้าแดงเถือก เธอชอบแบบนั้น
หลังเยือนมาลีเธอกลับไปยังกรุงปารีส เริ่มวางแผนอัดแผ่นชุด ‘แจ๊สพบดนตรีมาลี’ ในฝรั่งเศสกับพวกนักดนตรีชาวมาลีย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส แต่เธอคิดว่าอาจทำไม่ได้ จึงบอกกับสามีฌอง-มารีว่าต้องกลับไปยังเมืองบามาโก เธออยากอยู่ที่นั่นอยากสัมผัสกลิ่นดินและผู้คน เพื่อจะได้รู้สึกกับแผ่นดิน ได้แรงบันดาลใจจากชาวมาลี เธออยากอยู่ในอ้อมกอดของวัฒนธรรม
ดังนั้นในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ดีดี บริดจ์วอเตอร์เดินทางถึงเมืองบัมมาโกกับภารกิจที่จะต้องทำ พบและแจมกับพวกนักดนตรี ได้นักดนตรีและเพลงที่ต้องการ ก็เริ่มเข้าห้องอัดโบโกลอน ในบามาโกของ อาลี ฟาร์กา ตูเร วันที่สองที่ถึงที่นั่น เธอต้องการงานออกมาในลักษณะประสานสองวัฒนธรรม
นี่แหละเป็นที่มาของอัลบั้ม Red Earth ในแผ่นชุดนี้มีเพลง Afro Blue; Bad Spirits; Dee Dee; Mama Don’t Ever Go Away; Long Time Ago; Children Go ‘Round; The Giots; On My Love; Four Women; No More; Red Earth; Meanwhile; Compared To What
เธอนำเอา Afro Blue ของ มองโก ซานตามาเรีย เพลงที่เคยสร้างชื่อเสียงให้แก่เธอมาร้องบรรจุลงในแผ่นชุดนี้ด้วย ส่วน Compared To What เป็นเพลงเก่าของนักเปียโน เลส แม็คแคนน์ ที่เคยโด่งดังในอดีต

ดีดี บริดจ์วอเตอร์ (Dee Dee Bridgewater) ชื่อจริงคือ เดอไนส์ ไอลีน แกร์เรตต์ (Denise Eileen Garrett) เกิดที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา วันที่ 27 พฤษภาคม 1950 เธอเติบโตที่ฟลินต์ มิชิแกน พ่อแมทธิว แกร์เรตต์ เป็นนักทรัมเป็ตแจ๊สและเป็นครูสอนที่โรงเรียนมัธยมมานัสสัส เดอไนส์เข้าไปร้องในวงร็อคและอาร์แอนด์บี ตอนอายุ 16 ร้องตามคลับในมิชิแกน พออายุ 18 ก็เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่เออร์บานาแชมเปญ
ปี 1969 นักร้องสาววัย 19 โชคดีได้เดินทางไปแสดงที่สหภาพโซเวียตกับวงบิ๊กแบนด์ของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ ปีถัดมาเธอพบกับนักทรัมเป็ต ซีซิล บริดจ์วอเตอร์ หลังจากที่ร่วมงานกันระยะหนึ่งเธอก็แต่งงานกับซีซิล เธอใช้ชื่อว่าดีดี ต่อท้ายด้วยนามสกุลของซีซิล นี่เป็นที่มาของนักร้องแจ๊สชื่อก้อง ดีดี บริดจ์วอเตอร์ จากนั้นทั้งคู่ก็ย้ายไปยังนิวยอร์ก ซีซิลได้เล่นกับวงของ ฮอเรซ ซิลเวอร์ นักเปียโน นักแต่งเพลง ชั้นแนวหน้าในสาย ‘ฮาร์ดบ็อพ’
ช่วงปี 1972-1974 ดีดีร้องอยู่ในวงแจ๊สที่มีชื่อเสียง แธด โจนส์-เมล ลุยส์ แจ๊ส ออร์เคสตรา เป็นนักร้องนำของวง อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีดีโดดเด่นในอาชีพนักร้องแจ๊ส เธอร้องกับนักดนตรีแจ๊สชั้นยอดมากมายเช่น ซันนี รอลลินส์, ดิซซี กิลเลสปี, เด็กซ์เตอร์ กอร์ดอน, แม็กซ์ โรช เธอร้องในเทศกาลดนตรีมอนเทอเรย์ ในปี 1973 ปี 1974 ดีดีออกอัลบั้มแรก Afro Blue
นอกจากจะเป็นนักร้องแจ๊สแล้ว เธอยังมีความสามารถทางการแสดงด้วย ดีดีรับบทแสดงเป็น กลินดาแม่มดใจดีในละครเพลงเรื่อง The Wiz ปรากฏว่าเธอได้รับรางวัล ‘โทนี่’ ในฐานะนักแสดงนำยอดเยี่ยม ในปี 1975 ปีถัดมาเพลงในละคร The wiz ยังได้รับรางวัลแกรมมี่ เป็น ‘แผ่นเพลงประกอบละครยอดเยี่ยม’
ช่วงที่คลุกคลีอยู่ในวงการแสดงเธอแต่งงานเป็นครั้งที่สองกับกิลเบิร์ต โมเสส ผู้กำกับภาพยนตร์และโทรทัศน์ อาชีพการเป็นนักแสดง ดีดี บริดจ์วอเตอร์ไปได้สวย
ดีดีคร่ำหวอดอยู่บนเวทีการแสดงจนเป็นที่คุ้นเคยของผู้ชื่นชอบละครเพลง
หลังกลับจากตระเวนแสดงละครเพลงเรื่อง Sophisticateed Ladies ที่เพลงทั้งหมดเป็นผลงานของ ดุ๊ก เอลลิงตัน ในฝรั่งเศสเมื่อปี 1984 อีกสองปีต่อมาเธอตัดสินใจย้ายไปอยู่ปารีส เธอออกแสดงเป็นบิลลี ฮอลิเดย์ ในละครเรื่องราวชีวิตของ บิลลี ฮอลิเดย์ นักร้องแจ๊สที่มีชีวิตค่อนข้างอาภัพ บทบาทการแสดงของดีดีทำให้เธอถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘ลอเรนซ์ ออลิเวอร์’
ช่วงปลายทศวรรษที่ ‘80 เชื่อมต่อกับต้นทศวรรษที่ ‘90 เธอหวนคืนสู่วงการดนตรีแจ๊สอีกครั้งหนึ่ง โดยร้องอัดแผ่นชุด Live in Paris ในปลายปี 1986 แผ่นชุดนี้มีเพลงที่น่าสนใจหลายเพลง เช่น All Blues; There Is No Greater Love; Cherokee…
ปี 1990 เธอไปแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สที่”มงเตรอซ์” สวิตเซอร์แลนด์ การแสดงสดครั้งนั้นได้บันทึกลงในแผ่นชุด In Montreux จัดเป็นแผ่นแจ๊สแสดงสดที่ดีเยี่ยมของเธอ นอกจากร้องเพลงเมดลีย์ของ ฮอเรซ ซิลเวอร์ 3 เพลง ยังมีเพลงฮิตของโชบิม How Insensitive เพลงเด่นของ ดิซซี กิลเลสปี Night In Tunisia เพลงที่บิลลี ฮอลิเดย์ เคยร้องด้วยอารมณ์หดหู่ Strange Fruit และ All Of Me ที่เราคุ้นเคยกันดี
Love and Peace ที่ออกเมื่อปี 1992 เป็นชุดที่เธอตั้งใจอุทิศให้แด่ ฮอเรซ ซิลเวอร์ ควินเททที่บรรเลงประกอบเป็นวงชั้นยอดของฝรั่งเศส โดยมีนักดนตรีรับเชิญเป็นพิเศษ ฮอเรซ ซิลเวอร์ (เปียโน) และ จิมมี สมิธ (ออร์แกน)
Dear Ella ชุดที่เธอร้องอุทิศแด่นักร้องแจ๊สอมตะ เอลลา ฟิตซ์เจอรัล เธอได้รางวัล ‘แกรมมี่’ อย่างง่ายดาย ผมคิดว่าเป็นชุดที่ดีที่สุดของ ดีดี บริดจ์วอเตอร์ ใครที่เป็นแฟนของเอลลาและดีดีต้องหาแผ่น Dear Ella มาเป็นเจ้าของให้ได้
ดีดี บริดจ์วอเตอร์จะถึงหลักชัยจากอัลบั้ม Red Earth หรือไม่ แฟนเพลงของเธอคงต้องช่วยกันลุ้น.