Pilgrimage มรดกชิ้นสุดท้าย ไมเคิล เบรคเกอร์ เหลือไว้ให้แจ๊ส

brecker3

เรื่องโดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ

13 มกราคม ปีที่แล้ว ไมเคิล เบรคเกอร์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในเม็ดโลหิตขาว (Leukemia) ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครนิวยอร์ก คนทั้งวงการแจ๊สต่างอาลัยกับการจากไปของนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่คนนี้

ทุกคนที่เคยคลุกคลีกับไมเคิล กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกเสียดาย เพราะเขาเป็นนักเทเนอร์แซ็กโซโฟนฝีมือเลิศ บุคลิกภาพส่วนตัวเป็นคนเงียบ พูดน้อย สุภาพ อ่อนโยน เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป

หลังมรณกรรมเพียงเดือนเดียว ไมเคิลได้รับสองรางวัล ‘แกรมมี่’ จากอัลบั้ม Some Shunk Funk ที่มีพี่ชาย แรนดี เบรคเกอร์ เป็นหัวหน้าวง

Some Shunk Funk เป็นเพลงเก่าที่แรนดี้แต่งเมื่อปี 1975 เพื่ออัดแผ่นเสียงชุด The Brecker Bros. เป็นเพลง ‘ฟั๊งค์’ ที่แน่นปึ้ก ลีลาเร้าใจ ฟังได้เรื่อยๆ เครื่องเป่าสามคนล้วนผ่านงานเล่นดนตรีหลากหลายสไตล์มาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะ ‘ฟั๊งกี้’ แรนดี้เป่าทรัมเป็ต ไมเคิล เบรคเกอร์ เป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน เดวิด แซนบอร์น เป่าอัลโตแซ็กโซโฟน กลุ่มริธึ่มฝีมือแต่ละคนเฉียบขาด ดอน โกรลนิก (เปียโน) บ็อบ แมนน์ (กีตาร์) วิลล์ ลี (เบส) ฮาร์วี เมสัน (กลอง) ราล์ฟ แม็คโดนัล (เพอร์คัสชั่น) แผ่นชุดนี้จึงได้รับการต้อนรับทั้งจากแฟนแจ๊สและร็อค เนื้อหาของเพลงทั้งแนวทำนอง ทางคอร์ดและจังหวะ ค่อนข้างซับซ้อนเหมือนจงใจจะพิสูจน์ความสามารถของนักดนตรีว่าฝีมือและประสบการณ์เพียงพอหรือไม่

สองรางวัลจาก Some Shunk Funk ทำให้ไมเคิล เบรคเกอร์ ได้ ‘แกรมมี่’ รวม 13 รางวัล

ความจริงก่อนหน้านี้ แผ่นที่ไมเคิลเล่นด้วย เคยได้รับสองรางวัลแกรมมี่มาก่อนแล้ว คือ ชุด Infinity ของแม็คคอย ไทเนอร์ ได้รางวัล ‘วงแจ๊สยอดเยี่ยม’ ปี 1996 อีกหนึ่งรางวัลคือ ‘การบรรเลงเดี่ยวแจ๊สยอดเยี่ยม’ จากฝีมือโซโลเทเนอร์แซ็กโซโฟนของไมเคิลในเพลง Impressions ของจอห์น โคลเทรน ที่ได้แบบอย่างมาจากเพลง So What ของไมล์ส เดวิส เพลงที่มีรูปแบบง่ายๆ ยาว 32 ห้อง แบ่งออกเป็น 4 ท่อน แต่ละท่อนยาว 8 ห้อง ทำนองซ้ำกันทุกท่อน เฉพาะท่อนที่สามเปลี่ยนสูงขึ้นครึ่งเสียง แนวทำนองสร้างจาก ‘ดอเรียนโหมด’ จอห์น โคลเทรน รับเอารูปแบบนี้มา เนื่องจากเป็นผู้หนึ่งที่เล่นเพลงนี้ขณะเป็นนักดนตรีในวง ไมล์ส เดวิส

หลายสิ่งหลายอย่างได้เอื้ออำนวยให้การบรรเลงอัดแผ่น Infinity เป็นไปด้วยดี ก่อนที่นักดนตรีทั้งสองจะเล่นด้วยกันที่ ‘โยชิ’ แจ๊สคลับลือชื่อในเมืองโอคแลนด์ ติดต่อกัน 6 คืน ทั้งคู่เคยประลองฝีมือกันที่ ‘อูมบัวแจ๊สเซ็นเตอร์’ ในซานตาครูซ

บนเวที ‘โยชิ’ ไมเคิลเล่นเฉพาะเทเนอร์แซ็กโซโฟน ไม่ใช้เครื่องลมไม้ไฟฟ้า (Electronic wind instrument) เพื่อต้องการให้เป็นเสียงแจ๊สธรรมชาติ แม็คคอย ไทเนอร์ นั่งเล่นเปียโน ‘สไตน์เวย์’ แอเวอรี ชาร์ป ดีดเบส เอรอน สกอตต์ ตีกลอง เพลงส่วนใหญ่เน้นเล่นเพลงแบบ ‘ฮาร์ดบ็อพ’ นักดนตรีทั้งสี่คนเล่นเข้ากันราวกับเคยเล่นกันมานานปี…กองเชียร์ข้างเวทีนอกจากพวกแฟนแจ๊สแล้ว ยังมีเพื่อนนักดนตรีรุ่นใหม่อย่าง โจชัว เรดแมน, แดนนี แครอน, ชาร์ลส์ บราวน์ และรูธ เดวิส ร่วมเชียร์และให้กำลังใจ

ผลจากการเล่นเข้าขากันดี จึงทำให้แม็คคอยเกิดความคิดอยากออกแผ่นชุด Infinity การบรรเลงเพลง Impressions เข้าทางแม็คคอย ในฐานะที่เขาเคยมีบทบาทสำคัญในวงจอห์น โคลเทรน หัวหน้าวงและเป็นเจ้าของผลงานเพลงนี้ เข้าทางไมเคิล เพราะจอห์น โคลเทรน เป็นนักดนตรีคนโปรดที่เล่นเครื่องดนตรีชนิดเดียวกันและเป็นคนบ้านเดียวกัน นอกจากเขารับเอาอิทธิพลการเป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟนจากซันนี รอลลินส์ และ โจ เฮนเดอร์สัน แน่นอน จอห์น โคลเทรน เป็นแบบอย่างการเป่าแซ็กโซโฟนของเขามากที่สุด

brecker2

ประวัติจะซ้ำรอยหรือไม่ ต้องติดตามการประกาศผลรางวัลแกรมมี่ ในช่วงกลางเดือนหน้า อีกอาทิตย์กว่าเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากแผ่นชุดสุดท้าย Pilgrimage ของไมเคิล ที่ออกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้เข้าชิง ‘แกรมมี่’ 2 รางวัล คือประเภท Best Jazz Instrument Solo และ Best Jazz Instrument Album

ผลงานชุดนี้มี 9 เพลง คือ The Mean Time; Five Months from Midnight; Anagram; Tumble weed; When Can I Kiss You Again?; Cardinal Rule; Half Moon Lane; Loose Threads; Pilgrimage ทั้งหมดแต่งโดยไมเคิล เบรคเกอร์

นักดนตรีที่ร่วมบรรเลงในชุดนี้ ทุกคนเป็นนักดนตรีแจ๊สชั้นแนวหน้าแห่งยุค ไมเคิล เบรคเกอร์ เป่าเทเนอร์แซ็กโซโฟน และเครื่องลมไม้ไฟฟ้า แพ็ต เมธีนี (กีตาร์) เฮอร์บี แฮนด์ค็อก (เปียโน) แบรด เมลเดา (เปียโน) จอห์น พาทิทุชชี (เบส) แจ็ค ดีจอห์นเนตต์ (กลอง)

ในประเภท ‘การบรรเลงเดี่ยวแจ๊สยอดเยี่ยม’ จากเพลง Anagram ของไมเคิล จะต้องชิงกับเพลง Both Sides Now ของเฮอร์บี แฮนค็อก จากชุด River : The Joni Letters ส่วนประเภท ‘อัลบั้มเพลงบรรเลงแจ๊สยอดเยี่ยม’ แผ่นชุด Pilgrimage ของไมเคิล จะต้องชิงกับแผ่นชุด Line By Line ของ จอห์น พาทิทุชชี

เท่าที่เปิดฟังแผ่นชุด Pilgrimage อยู่หลายรอบ ต้องยอมรับว่าเนื้อหาของเพลงและการบรรเลงเข้มข้น โดยเฉพาะการโซโลเพลง Anagram ของไมเคิล เยี่ยมมาก เล่นอย่างสุดฝีมือ เหมือนจะรู้ตัวว่าวาระสุดท้ายของชีวิตกำลังจะมาถึง แผ่นชุดนี้บันทึกแล้วเสร็จก่อนเขาจะหมดลมหายใจเพียงไม่กี่เดือน

พิจารณาจากหลายด้าน คาดว่า ไมเคิล เบรคเกอร์ น่าจะได้ชัยชนะทั้งสองรางวัล แม้จะต้องขับเคี่ยวกับแผ่นชุดอื่นอีกหลายชุดที่ล้วนมีคุณภาพทางดนตรี

จะชนะหรือไม่ก็ตาม Pilgrimage ถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่ไมเคิล เบรคเกอร์ ได้ทุ่มเทแรงใจแรงกายบรรจงสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเป็นมรดกล้ำค่าสำหรับวงการดนตรีแจ๊ส

brecker1

ไมเคิล เบรคเกอร์ ที่คนในวงการมักชอบเรียกสั้นๆ ว่า ‘ไมค์’ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 1949 ที่ฟิลาเดลเฟีย ในครอบครัวดนตรี พ่อเป็นนักเปียโนกึ่งอาชีพ แรนดี้ พี่ชาย ที่แก่กว่าเขา 3 ปี เป็นนักทรัมเป็ตแจ๊สชื่อก้องโลก สองพี่น้องเข้าเรียนในโรงเรียนแถวย่านชานเมืองฟิลาเดลเฟีย ในโรงเรียนมีเครื่องดนตรีให้เลือกเล่นได้สองชนิดเท่านั้น คือ ทรัมเป็ตและคลาริเน็ต แรนดี้เลือกทรัมเป็ต ไมเคิลไม่อยากเล่นทรัมเป็ต ดังนั้นมีทางเลือกทางเดียวคือเล่นคลาริเน็ต พอถึงเกรด 9 หรือ 10 เขาก็ทิ้งคลาริเน็ต

เมื่อไมเคิลเข้าเรียนดนตรีที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา ในเมืองบลูมมิงตัน รัฐอิลลินอยส์ ได้ระยะหนึ่ง เขาเปลี่ยนไปเรียนเคมี ดนตรีก็ยังไม่ทิ้ง แรนดี้เล่าว่า เขาให้น้องชายฟังแผ่นเสียงแคนนอนบอลล์ แอดเดอร์ลี นักอัลโตแซ็กโซโฟน พอกลับถึงบ้านเห็นไมเคิลฝึกเป่าอัลโตแซ็กโซโฟนอย่างขะมักเขม้น ต่อมาได้เปลี่ยนไปเล่นเทเนอร์แซ็กโซโฟน หลังจากที่ได้ฟังแผ่นชุด Live At Birdland ของ จอห์น โคลเทรน เป็นครั้งแรก จากการตามเก็บผลงานของโคลเทรนอย่างต่อเนื่องจากแผ่นเสียง เริ่มเข้าใจแนวการเล่นที่แตกต่างอย่างช้าๆ เฉพาะอย่างยิ่งการใช้ ‘โหมด’ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสียง

ในปี 1968 มีการแข่งขันวงดนตรีแจ๊สระหว่างมหาวิทยาลัยที่นอเตอร์ดัม (Nortre Dame) ไมเคิลเล่นอยู่ในวงมหาวิทยาลัยอินเดียนา ชาร์ลี เฮเดน ยอดนักเบส เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน เล่าว่า เขายกให้ไมเคิล เบรคเกอร์ เป็นนักดนตรียอดเยี่ยมในเทศกาลการแข่งขันครั้งนั้น

ไมเคิลเรียนที่มหาวิทยาลัยอินเดียนาเพียงปีเดียว เขาตัดสินใจมุ่งเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักดนตรีอาชีพ โดยเดินทางไปยังนิวยอร์กในปี 1970 นักดนตรีหนุ่มวัย 21 มีความหวังอย่างแรงกล้าว่าจะต้องปักธงลงที่นิวยอร์กให้ได้ จากนั้นไม่นาน เขาก็ได้เล่นวงฟิวชั่น ‘ดรีมส์’ ในวงมีแรนดี้ เบรคเกอร์ (ทรัมเป็ต), แบร์รี รอเจอร์ส (ทรอมโบน) บิลลี ค็อบแฮม (กลอง) ยังมีเจฟฟ์ เคนต์ และดัก ลูบาน วง “ดรีมส์” อยู่ได้ประมาณปีเดียวก็แตกแยกย้ายกันไป

ไมเคิลได้เล่นกับฮอเรซ ซิลเวอร์ นักเปียโน นักแต่งเพลงแจ๊สชื่อก้อง ช่วงระหว่างปี 1973-1974 สองพี่น้องประสบความสำเร็จจากการร่วมก่อตั้งวง The Brecker Brothers ออกเกือบ 10 ชุด

ไมเคิลเป็นนักดนตรีรับจ้างเล่นให้ใครต่อใครมากมาย เช่น เจมส์ เทเลอร์, โยโกะ โอโนะ, พอล ไซมอน, สตีลลี แดน, ไดร์ สเตรตส์, เอริก แคลปตัน, แอโรสมิธ, แฟรงค์ แซปปา, แฟรงค์ สินาตรา…เป็นนักดนตรีประจำรายการ Saturday Night Live ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี

แสดงและอัดแผ่นกับนักดนตรีแจ๊สชั้นนำเช่น เชต เบเกอร์, จอร์จ เบนสัน, ควินซี โจนส์, ชาร์ลส์ มิงกัส, แจโค แพสโทริอัส, แพ็ต เมธีนี … มีผลงานอัดแผ่นนับไม่ถ้วน

จวบจนกระทั่งปี 1986 วัยเกือบ 40 จึงมีโอกาสอัดแผ่นในนามตนเองชุด Michael Brecker กับแผ่น ‘อิมพัลส์’ จนถึงชุดที่ห้า Two Blocks from the Edge จึงเปลี่ยนไปอัดกับ “โพลิแกรม” เพียงชุดเดียวคือ Time Is of the Essence

ก่อนที่จะอัดชุดสุดท้าย Pilgrimage ไมเคิล เบรคเกอร์ ได้อัดแผ่นชุด Nearness of You : The Ballad Book ในปี 2000 น่าจะเป็นชุดดีที่สุดของไมเคิล เบรคเกอร์ นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนที่เหลือไว้เพียงเสียงให้เราได้สัมผัส

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.