เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์

efitzgerald300dpi1

เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ (Ella Fitzgerald)
เรื่องโดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ

การไปรษณีย์สหรัฐอเมริกาได้ประกาศออกดวงตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ 30 เซนต์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ ยอดนักร้องแจ๊สแห่งศตวรรษที่ 20 ภาพของ เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ ที่ปรากฏบนดวงตราไปรษณียากร เป็นฝีมือของ พอล เดวิส เอลลา นับเป็นคนผิวสีคนที่ 30 ที่ได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้ ในฐานะที่เป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสหรัฐอเมริกา

วันแรกที่ออกดวงตราไปรษณียากร มีการฉลองอุทิศแด่ เอลลา ที่ลิงคอล์นเซ็นเตอร์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมสำคัญแห่งมหานครนิวยอร์ก แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กด้อยโอกาสในสังคมอย่างเธอจะประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้ วิถีชีวิตของเอลลาพลิกผันยิ่งกว่านิยายหรือเรื่องราวในละครน้ำเน่า

เอลลา เจน ฟิตซ์เจอรัลด์ เกิดในเมืองนิวพอร์ตนิวส์ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา วันที่ 25 เมษายน 1917 พ่อชื่อวิลเลียม แม่ชื่อเทมเพอแรนซ์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า เทมพี หลังเธอเกิดไม่นานนัก พ่อแม่ก็แยกทางกัน เอลลา กับแม่ย้ายไปยังยองเกอร์ นิวยอร์ก สองแม่ลูกอยู่กับโจเซฟดา ซิลวา พ่อเลี้ยง

jc_ella_photoc_zoom1

ปี 1932 แม่เสียชีวิตเนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ จากนั้นไม่นานโจเซฟดา ซิลวา สิ้นชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย
ในวัยเรียน ผลการเรียนของ เอลลา ตกต่ำ หนีเรียนบ่อย เพราะต้องหาเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัว เธอรับโพยหวยให้เจ้ามือซึ่งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายในนครนิวยอร์ก ซ้ำร้ายบางครั้งรับจ้างดูต้นทางให้พวกโสเภณีเพื่อหลบหลีกตำรวจ เป็นประสบการณ์ช่วงหนึ่งของชีวิตบัดซบที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

ช่วงแรกเธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักเต้นอย่างลินดี้ ฮอพพิง นักเต้นที่ ‘ซาวอย’ ที่ผู้คนหลงใหล อยู่ที่บ้านเอลลาพยายามฝึกเต้นเลียนแบบ เอิร์ล “สเนกฮิปส์” ทักเกอร์ ตอนพักเที่ยงที่โรงเรียน เธอกับเพื่อนมักโดดร่มหนีไปดูการแสดงที่โรงละคร

วันหนึ่ง เอลลา สาวรุ่นวัย 16-17 เข้าไปที่ ‘อพอลโลเธียเตอร์’ ในรายการ ‘อเมเจอร์ไนต์ส’ เพื่อแข่งขันกับเพื่อนคนอื่นอีกสองคน พอถึงคิวเธอออกเต้น รู้สึกประหม่าตื่นเต้น ขาสั่น เท้าเย็นชา มีผู้ตะโกนบอกว่าลองทำอย่างอื่นดีกว่า เธอประกาศต่อหน้าผู้ชมว่าขอร้องเพลงแทน คนดูพากันขบขัน เธอตัดสินใจร้องเพลง Judy และ The Object of My Affection ผลงานของโฮกี คาร์ไมเคิล ที่จำมาจากแผ่นเสียงของแม่ ร้องโดย คอนนี บอสเวลล์ นักร้องคนโปรดของเธอ พอเธอร้องจบผู้คนที่เคยหัวเราะเปลี่ยนมาเป็นปรบมือให้ด้วยความชื่นชม ขอให้เอลลาร้องต่ออีก 3 เพลง เป็นอันว่าเธอชนะการแข่งขัน ได้รับรางวัล 25 เหรียญ หนทางแห่งความเป็นนักร้องอาชีพเริ่มสว่างขึ้นแล้ว

ในเดือนมกราคม 1935 หลังจากได้รับรางวัลที่ ‘อพอลโลเธียเตอร์’ เอลลามีโอกาสได้ร้องกับวงไทนี แบรดชอว์ที่ “ฮาร์เล็มโอเปร่าเฮ้าส์” หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนั้นโชคยังเข้าข้างเอลลา เพราะวันที่เธอไปร้องที่ ‘อพอลโลเธียเตอร์’ เบนนี คาร์เตอร์ นักอัลโตแซ็กโซโฟน ยิ่งใหญ่ในแวดวงดนตรีแจ๊ส เป็นหนึ่งในหมู่ผู้ชมคืนนั้น เห็นแววของเอลลาจึงชักนำให้ไปรู้จักกับ ชิค เวบบ์ หัวหน้าวงและมือกลองคนสำคัญแห่งวงการแจ๊ส ชิคเปิดโอกาสให้ เอลลา ร้องกับวง งานแรกที่มหาวิทยาลัยเยล ถือเป็นการทดสอบไปในตัว ผลปรากฏว่า เป็นที่ถูกใจของคนฟัง ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ชิค ตกลงจ้างเธอออกตระเวนร้องกับวงไปยังที่ต่างๆ โดยให้ค่าตัวสัปดาห์ละ 12 เหรียญ 50 เซนต์ ต่อจากนั้นร้องประจำกับวงชิค เวบบ์ที่ ‘ซาวอยบอลรูม’ คลับชื่อดัง ในย่านฮาร์เล็ม นครนิวยอร์ก

เอลลา ได้ร้องอัดแผ่นเสียงกับวงชิค เวบบ์ หลายเพลงรวมทั้งเพลงที่เธอร้องอัดแผ่นครั้งแรก (If You Can’t Sing It) You’ll Have To Swing It (Mr.Paganini) และ Love And Kiss ในปี 1937 เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ ได้รับการจัดอันดับเป็นนักร้องยอดเยี่ยมโดย ‘ดาวน์บีท’ นิตยสารดนตรีแจ๊สที่เก่าแก่ ทรงอิทธิพลที่สุดของสหรัฐ ปี 1938 เพลง A-Tisket, A-Tasket ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง ชื่อเสียงของเอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ เริ่มเป็นที่กล่าวขวัญของแฟนเพลงแจ๊สทั่วโลก กล่าวได้ว่า เอลลา แจ้งเกิดเพราะเพลงนี้

วันที่ 16 มิถุนายน 1939 ชิค เวบบ์ สิ้นชีวิต เอลลาต้องรับช่วงทำหน้าที่หัวหน้าวงแทน เปลี่ยนชื่อวงเป็น “เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์แอนน์เฮอร์ ออร์เคสตรา” เธอทำหน้าที่นี้ไม่นานจึงได้เปลี่ยนไปเป็นศิลปินเดี่ยวเซ็นสัญญาอัดแผ่นเสียงกับแผ่นตรา Decca ขณะเดียวกันได้ร้องอัดแผ่นกับคณะ “อิงค์สปอตส์”, “เดลตาริธึ่มบอยส์” และ หลุยส์ จอร์แดน ผู้จัดการของเธอคือ มิลต์ เกเบลอร์

eydietonybennettandellafitzgerald1

เอลลาเริ่มร่วมงานแสดงคอนเสิร์ตเป็นประจำกับกลุ่ม “Jazz at the Philharmonic ของนักจัดแจ๊ส นอร์แมน แกรนซ์ ความสัมพันธ์ของเอลลากับนอร์แมนแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดนอร์แมน แกรนซ์ กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเอลลา
เอลลามีช่วงเสียงหรือพิสัยเสียงกว้างประมาณ 3 อ็อกเทฟ ซึ่งนักร้องทั่วไปมีช่วงเสียงประมาณ 1 อ็อกเทฟครึ่ง น้ำเสียงของเธอชัดเจน จังหวะแม่นยำ เธอพัฒนาเทคนิคการร้องเลียนเสียงเครื่องดนตรีโดยเปล่งคำที่ไม่มีความหมายในการร้อง “อิมโพรไวส์” หรือการร้องเชิงปฏิภาณ จนถือเป็นแบบอย่างการร้องที่นักร้องแจ๊สเอาเป็นแบบอย่าง

ในช่วงที่อยู่ในสังกัดกลุ่ม “แจ๊สแอตเดอะฟิลฮาร์โมนิค” เอลลาออกตระเวนแสดงคอนเสิร์ตทั่วสหรัฐอเมริกา ยุโรปและเอเชีย เมื่อสิ้นสุดยุค ‘สวิง’ ยุค ‘บีบ็อพ’ ก็เข้ามาแทนที่ เอลลาร้องกับวงบิ๊กแบนด์ของดิซซี กิลเลสปี เป็นช่วงเดียวกับเอลลาเริ่มเน้นการร้องแบบ ‘สแกต’ อัดแผ่นเสียงเพลง Oh, Lady Be Good; How High the Moon; Flying Home ได้รับความนิยมมาก ในปี 1947 เป็นหนึ่งในนักร้องแจ๊สชั้นนำ
Ella Sings Gershwin เธอร้องคู่กับนักเปียโนเอลลิส ลาร์กินส์ ที่อัดกับ ‘เดคกา’ เมื่อปี 1950 เป็นผลงานที่จัดว่าดีเยี่ยมชุดหนึ่ง จอร์จ เกิร์ชวิน เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง ไอรา เกิร์ชวิน พี่ชายของจอร์จ ผู้ประพันธ์เนื้อร้องหลังจากได้ฟังการร้องจากแผ่นเสียงถึงกับออกปากว่า “ผมไม่เคยทราบว่าเพลงของเราดีอย่างไร จนกระทั่งได้ฟัง เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ ร้องนั่นแหละจึงทราบ”

7779-1-photo1

ปี 1954 นิตยสาร ‘เมโทรโนม’ จัดให้เอลลาเป็นนักร้องหญิงยอดเยี่ยม และคะแนนนิยมจากนักฟังและนักวิจารณ์ที่จัดโดยนิตยสาร ‘ดาวน์บีท’ โหวตให้เธอเป็นนักร้องหญิงยอดเยี่ยม

ปี 1958 เอลลาได้รับรางวัล ‘แกรมมี่’ ครั้งแรก เป็นนักร้องหญิงยอดเยี่ยมจากแผ่นชุด The Irving Berlin Songbook และร้องเดี่ยวแจ๊สยอดเยี่ยมจากชุด The Duke Ellington Songbook

ปีถัดมาได้รางวัล ‘แกรมมี่’ นักร้องหญิงยอดเยี่ยมจากการร้องเพลง But Not For Me และนักร้องแจ๊สเดี่ยวยอดเยี่ยมจากแผ่นชุด Ella Swing Lightly เอลลา ได้รับรางวัลแกรมมี่ครั้งสุดท้ายปี 1990 จากแผ่นชุด All That Jazz ในสาขานักร้องแจ๊สหญิงยอดเยี่ยม รวมทั้งหมดเธอได้ ‘แกรมมี่’ ถึง 13 รางวัล และได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้รับเหรียญตราศิลปะแห่งชาติจากประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และเหรียญแห่งเสรีภาพจากประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช

ชีวิตในบั้นปลายของเอลลาต้องทนทรมานกับโรคเบาหวานถึงกับต้องตัดขาทั้งสองข้าง เสียชีวิตที่เบเวอร์ลี ฮิลล์ แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1996 รวมผลงานอัดแผ่นประมาณ 70 ชุด ออกแผ่นขายทั่วโลกกว่า 40 ล้านแผ่น ตลอดชีวิตการเป็นนักร้องอาชีพ เธอร่วมงานกับนักดนตรีแจ๊สชั้นยอดมากมาย เช่น ดุ๊ก เอลลิงตัน, เคาน์ท เบซี, โจ แพสส์, ออสการ์ พีเทอร์สัน…
ความยิ่งใหญ่ของเอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์ เป็นที่ยอมรับของวงการดนตรีแจ๊ส ทุกคนต่างให้สมญาเธอว่าเป็น ‘สตรีหมายเลขหนึ่งแห่งเสียงเพลง

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.