Kenny G

KennyG

จากยอดขายโดยรวมทุกอัลบั้มของ Kenny G ในปี 2003 ที่สูงถึง 48 ล้านแผ่นในอเมริกา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือนักแซ็กโซโฟนที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง แต่พูดถึง Kenny Gแล้ว อาจจะเป็นได้ทั้งศิลปินที่คนฟังเพลง ทั้งรัก ทั้งชัง นักแซ็กโซโฟนมากความสามารถ นักดนตรีที่ขายวิญญาณให้กับวงการเพลงป๊อบ ไม่ใช่ศิลปินของแท้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตามแต่

 แต่ก็นับว่าเป็นมือแซ็กโซโฟนที่มีความสามารถสูงและงานชุกอีกคนนึง ไม่ว่าจะเป็นในแนวป๊อบ แจ๊ส Adult Contemporary เขาก็ทำได้หมด แต่อาจจะเป็นเพราะนโยบายของค่ายเทปที่เขาสังกัดอยู่ ซึ่งเน้นเพลงตลาดเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้นักฟังเพลงที่ชอบเสพเพลงเจ๋งๆหรือนักวิจารณ์ไม่ค่อยจะชื่นชอบเท่าไหร่ แต่นั่นก็ทำให้เพลงของเขาฟังง่ายขึ้น จุดเด่นของเขาคือ เทคนิคการเป่าที่มีสไตล์เฉพาะตัว ฟังง่าย เข้าถึงง่าย จึงทำให้อัลบั้มทุกชุดของเขาไม่มีชุดไหนเลยที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพลงของเขามักจะถูกใช้บ่อยมากในการทำโฆษณาต่างๆ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเพลงสร้างบรรยากาศของห้างสรรพสินค้า

B00064K2RQ.01.LZZZZZZZ[1]

Kenny G หรือ Kenneth Gorelick เกิดในปี 1956 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ในเมือง Seattle รัฐ Washington เริ่มสนใจในการเป่าแซ็กโซโฟนเป็นครั้งแรกเมื่อได้ดูรายการ Ed Sullivan Show และประทับใจในการเป่าแซกโซโฟนของนักแซ็กโซโฟนในรายการหลังจากได้รับแซ็กโซโฟนตัวแรกในชีวิตจากแม่ของเขาเอง และได้ฝึกเป่าแซ็กอย่างจริงๆ จัง โดยเพลงที่เขาฝึกฝนส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงของ Grover Washington Jr. ซึ่งแน่นอนว่า การเป่าแซ็กของเขาก็ได้รับอิทธิพลจาก Grover เป็นส่วนใหญ่ แต่ภายหลังก็ผสมผสานกับการเป่าในลักษณะเฉพาะตัวของเขาเอง Kenny G เริ่มเข้าสู่วงการเพลง และใช้ชื่อ Kenny G เป็นครั้งแรกในปี 1976 โดยรับหน้าที่เป็นนักแซ็กโซโฟนโซโลให้กับวง Barry White’s Love Unlimited Orchestra แล้วก็เป่าให้กับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย จนจบการศึกษาจากมหาลัยวอชิงตัน และได้ร่วมงานกับวง Jeff Lorber Fusion ต่อมาเซ็นสัญญากับค่าย Arista ในปี 1982 ทำอัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเขาเอง ในชื่อชุดว่า “Kenny G” โดยมี Jeff Lorber เป็น Producerให้

หลังจากนั้น ออกงานเพลงชุดที่ 2 “G Force” ในปี 1983 และชุดที่ 3 “Gravity” ในปี 1985 3 อัลบั้มแรกนั้นยังไม่ถือว่าเปรี้ยงปร้างอะไรมากนัก แต่ก็ถือว่าสร้างฐานคนฟังได้ดีทีเดียว จนกระทั่งออกอัลบั้มที่ 4 “Duotones” ในปี 1986 แค่เพลง Songbird ก็ทำให้ Kenny G ดังเปรี้ยงปร้างอย่างงดงามเลยทีเดียว หลังจากนั้น Kenny G ได้ร่วมงานกับศิลปินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Aretha Franklin, Natalie Cole, Whitney Houston, Rippingtons ฯลฯ

เขากลับมามีผลงานเดี่ยวอีกครั้งในปี 1988 คือ “Silhouette” ตามมาด้วยอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 1992 อย่าง “Breathless” ซึ่งขายได้กว่า 8 ล้านแผ่นในอเมริกา นั่นทำให้ในปี1992 Kenny G ทำยอดขายรวมไป 30ล้านแผ่นเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันเพลงของเขาก็เริ่มกลายเป็นเพลงธุรกิจเอาใจตลาดมากขึ้น จนกลายเป็นศิลปินที่มีทั้งคนรัก และคนชังในเวลาเดียวกัน

KennyG1

ปี1994 Kenny G ออกผลงานพิเศษรวมเพลงคริสต์มาส “Miracles: The Holiday Album” และผลงานใหม่ในปี 1996 อย่าง “The Moment” ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปี1998 ก็มีเพลง My Heart Will Go On ในเวอร์ชั่นของเขาเองอีกด้วย

ในปี 1998 Kenny G ทำอัลบั้ม Cover แนวJazz Standards ที่มีชื่อว่า “Classics In The Key Of G” แต่ในการทำอัลบั้มชุดนี้ Kenny G ถูกวิจารณ์ในแง่ลบอย่างมากในการเอาเพลง What A Wonderful World ฉบับดั้งเดิมของ Louis Armstrongมา เเล้วอัดเสียงแซกของ Kenny G ทับลงไปในเพลงนั้น โดยเฉพาะ Pat Metheny มือกีต้าร์แจ๊สชื่อดังอีกคนหนึ่ง วิจารณ์ในการกระทำของ Kenny G ว่า “เป็นการดูหมิ่น Louis Armstrong อย่างมาก ” แล้วยังมีคนที่ทำเพลงล้อเลียน Kenny G อีกมากมาย เช่น Richard Thompson , Mos Def แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มชุดนี้ก็ยังคงขายดีเช่นเคย

“Faith: A Holiday Album” ในปี 1999 เป็นอีกอัลบั้มผลงานพิเศษรวมเพลงสำหรับเทศกาล วันหยุดต่างๆ ของ Kenny G และอีกชุดในทำนองเดียวกันอย่าง “Wishes: A Holiday Album” ในปี 2002 และปีเดียวกันนี้เองที่ Kenny G ทำอัลบั้มใหม่ของเขาจริงๆ ออกวางตลาดหลังจากทำอัลบั้มพิเศษมานานอย่าง “Paradise”

หลังจากนั้นเขาหันไปนำเอาของเก่าชาวบ้านเขามาทำใหม่ อย่าง “At Last…The Duets Album” ในปี 2004 และในปี 2006 กับ “I’m in the Mood for Love…The Most Romantic Melodies of All Time”

KennyG4

ปัจจุบัน Kenny G ย้ายมาอยู่กับค่าย Concord และออกผลงานใหม่ในปี 2008 ที่มีชื่อว่า “Rhythm & Romance” ในสไตล์โรแมนติกลาตินแจ๊ส….เรียบเรียงโดยคุณศันสนะ

Leave Comment

You must be logged in to post a comment.