All entries by this author

ชูโช วัลเดส บนถนนสายดนตรีที่ไม่สิ้นสุด

chuc2

พลันที่ฟังโน้ตห้องแรกๆ ของเพลง Las dos caras แทร็คแรกสุดจากอัลบั้มใหม่ของหนุ่มใหญ่วัย 70 ปี ผมก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของซิการ์แห่งเมืองฮาวานา คิวบา ลอยมาแต่ไกล สลับกับฉากบรรยากาศของไนต์คลับในเขตบรองซ์ของนิวยอร์ก ซิตี บรรเลงเพลงสไตล์ฟังกี้แจ๊ส มีสาวๆ สุดเซ็กซี่เต้นรำกันอย่างเมามัน
ใช่แล้วครับ ผมไม่ได้เขียนผิด เพราะบุคลากรในแวดวงดนตรีต่างมองว่า ชูโช วัลเดส (Chucho Valdes) ที่เกิดเมื่อปี 1941 คือ “หนุ่มใหญ่” โดยแท้ ด้วยเหตุผลหลายอย่างประกอบกัน
ไม่ว่าจะด้วยเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยพลัง มุมมองต่อความเป็นไปของแวดวงดนตรีที่เขาซึมซับความร่วมสมัยเอาไว้ ชนิดไม่มีความเชยมาเหนี่ยวรั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อลูกชายคนเล็กของเขา เพิ่งมีอายุ 4 ขวบเมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง
อัลบั้ม Chucho’s Steps (2010) คือผลงานใหม่ในรอบ 7 ปีของเขา เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการปรับเปลี่ยนวงควอร์เทท 4 ชิ้น ให้กลายมาเป็นวงเซ็พเทท 7 ชิ้น แถมพ่วงด้วยนักร้องอีกต่างหาก
นี่คืองานดนตรี “แอโฟร-คิวบัน แจ๊ส” ที่ประสานกลมกลืน ทั้งรากเหง้าอันลึกล้ำ กับมุมมองอันโฉบเฉี่ยวที่มีต่อภาวะความเป็นไปของโลกได้อย่างแยบยล (more…)



Moody 4B

MoodyB4
ผมมีอัลบั้ม Moody 4B อยู่ในมือนานหลายเดือน แต่เสียดายว่าไม่ได้ฟังเลยสักครั้ง จนกระทั่งทราบข่าวการเสียชีวิตของนักเทเนอร์แซ็กโซโฟนระดับตำนานคนนี้ จึงหยิบมาฟังอย่างตั้งใจ ด้วยระลึกถึงความยิ่งใหญ่และคุณูปการที่มีต่อวงการแจ๊ส
เจมส์ มูดี อายุ 85 ปี อยู่ในวงการเพลงมานานเกือบ 65 ปี เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2010 ณ บ้านพักในเมืองซานดิเอโก
เมื่อราว 7 ปีก่อนหน้านี้ วันที่ 20 มกราคม 2546 ณ เดบือ คาเฟ (เรโทรคาเฟ ปัจจุบัน) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มิตรรักแฟนเพลงแจ๊สชาวไทยจำนวนไม่น้อยคงมีโอกาสได้ชมการแสดงสดของ เจมส์ มูดี มาแล้ว โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ (more…)



Katherine Jenkins

Katherine

BSO-International Crossover Superstar
วันอังคารที่ 22 และ วันพุธที่ 23 มีนาคม 2554 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เวลา 20.00 น.



บนแผง 1-15 มี.ค. 54

N&D

อัลบั้มรวมเพลง Night And Day จากซีรีส์ Jazzclub ที่ขยันรวบรวมผลงานเพลงในคอนเซ็ปท์ต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้นำเลือกผลงานน่าฟัง อาทิ Candy, Stardust, From The Hot Afternoon, To Say Goodbye, No Moon At All….จากต้นฉบับภายใต้การบรรเลงของนักดนตรีแจ๊สชื่อดังมาทำการรีมาสเตอร์ใหม่ให้เสียงใสกว่าเดิม Chet Baker, John Coltrane, Paul Desmond, Bill Evan, Stan Getz, Oacar Perterson…. ล้วนสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างความบันเทิงที่ฟังได้เลือกเปิดฟังได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนตามแต่ใจต้องการ   

eliza 

น่ารักสดใสสมวัยจริง ๆ สำหรับงานเพลงเปิดตัวของสาวน้อยหน้าสวยจากประเทศอังกฤษนาม Eliza Doolittle หลังจากเดินสายเปิดอัลบั้มตามสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังวัยจี๊ด ซิงเกิลแรก Skinny Genes ก็กลายเป็นที่รู้จักในบัดดล ทำเอาชื่อของ Eliza Doolittle เข้าสู่ชาร์ทเพลงฮิตในประเทศอย่างรวดเร็ว แม้บทเพลงของเธอซึ่งนำเสนอเรื่องราวความคิด ความฝันของคนวัยใสจะยังไม่แรงพอจะก้าวออกมาประสพความสำเร็จนอกบ้านเกิด แต่ก็เป็นงานเพลงชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นความคิดสร้างสรรค์อันเต็มเปี่ยม ใครชอบความสดใหม่ของงานเพลงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวร้อยแปดของสาวรุ่นอัลบั้มนี้น่าจะตรงใจ

far-east

Far East Movement ความเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็กแนวชาวเอเชียในแอลเอที่รวมตัวกันทำดนตรีเพื่อตอบสนองรสนิยมของคนในวัยเดียวกัน สมาชิกในวงนั้นประกอบด้วย Virman, Kev Nish, Prohgress และ J-Splif 4 หนุ่มหล่อที่ไม่เน้นการสัก การเจาะ ให้ทรมานใจ มาพร้อมกับอัลบั้มแรกอย่างเป็นทางการที่มีชื่อว่า Free Wired หลังจากงานเพลง Round Round ของพวกเขาเป็นที่คุ้นเคยกันดีจากภาพยนตร์ The Fast and the Furious : Tokyo Drift สำหรับผลงานในอัลบั้มนี้ยังคงเน้นการใช้อิเล็คทริคซาวน์เพื่อความสนุกหู และสร้างความพิเศษด้วยแขกรับเชิญมากมาย อาทิ Snoop Dog, Kanobby, Vincent Frank และ Keri Hilson
deftones             มาสร้างความวุ่นวายในเมืองไทยด้วยการไม่ขึ้นแสดงซะงั้น สำหรับวงร็อครุ่นใหม่ Deftones ที่กล่าวขานกันว่า แสดงสดได้มันหยด เหงื่อกระจาย อัลบั้มนี้นับเป็นผลงานลำดับที่ 6 ซึ่งตามหลังงาน Saturday Night Wrist อยู่ราว 3 ปี กลยุทธแรกที่เรียกร้องความสนใจจากแฟนเพลงได้เป็นอย่างดีคือการเปิดให้ดาวน์โหลดซิงเกิลแรก Rocket Skates ไปฟังชิมลางกันแบบฟรี ๆ จนทำให้หลายคนโหยหาอัลบั้มเต็มมาเสพฟังกันอย่างเต็มอิ่ม ยังคงอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาของดนตรีที่เข้มข้นเช่นเคย เพลงเด่นโดนใจต้องยกให้ Royal, Sextape, Risk และ This Place Is Death

anberlin
Dark Is The Way, Light Is A Place ของวง Anberlin อัลเตอร์เนทีฟร็อคจากฟลอริดาที่ฟอร์มตัวทำงานดนตรีกันมาตั้งแต่ปี 2007 พร้อมสมาชิกอันประกอบไปด้วย นักร้องนำ Stephen Christian สองมือกีตาร์ Joseph Milligan และ Christian McAlhaney มือเบส Deon Rexroat และมือกลอง Nathan Young ที่ยังคงเหนียวแน่นปักหลักทำงานเพลงกันมาอย่างต่อเนื่อง อัลบั้มนี้เรียงร้องเรื่องราวความรักและชีวิต บอกผ่านเสียงดนตรีของทั้ง 5 หนุ่มแบบจัดเต็มพิกัดไม่มีอ่อนแรง ฟังแล้วร็อคไปทั้งวัน



บนแผง 1-15 ก.พ. 54

 

suntaraporn

บ้านครูเอื้อ…อัมพวาและมูลนิธิสุนทราภรณ์  จัดทำ 3 อัลบั้มเพลงพิเศษ เลือกนำส่วนหนึ่งของบทเพลงสุนราภรณ์จัดหมวดหมู่ออกเป็น 3 แนวคิดเพื่ออารมณ์การฟังที่ต่อเนื่อง ชุดที่ 1 ศิลปินชาย บรรจุ 16 บทเพลงเด่นจากเสียงร้องของนักร้องหนุ่มในยุคกระนู้น อาทิ วินัย จุลละบุษปะ, เลิศ ประสมทรัพย์, ม.ร.ว.ถนัดศรี สัวสดิวัตน์, ยรรยง เสลานนท์ ฯลฯ เข้าคู่กับบทเพลง ชุดที่ 2 ศิลปินหญิง มีเพลงเด่นน่าฟัง อาทิ หวานรัก และบนลานลั่นทม จากเสียงร้องของ รวงทอง ทองลั่นทม  สั่งไทร และรักในลมหนาวจาก บุษยา รังสี สัญญาที่เธอลืม จากเพ็ญศรี พุ่มชูศรี และท้ายสุดเพื่อการสะสมที่สมบูรณ์แบบชุดที่ 3 คลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์ มาพร้อมกับคนรุ่นใหม่ 16 ชีวิตร่วมกันขับขาน 16 บทเพลงสุนทราภรณ์ แต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าทั้งเสียงและลีลาการร้องใกล้เคียงกับศิลปินชั้นครู แม้ชื่อเสียงจะไม่โด่งดังเหมือนเหล่าเอเอฟหรือเดอะสตาร์แต่ทั้ง 16 ชีวิตล้วนเป็นนักร้องคุณภาพ ผู้สืบทอดความสวยงามของบทเพลงสุนทราภรณ์ให้ดำเนินสืบไป

CCF31012554_00000

จากวงสุนทราภรณ์ส่งต่อสู่วงพิ้งค์แพนเตอร์กลุ่มนักดนตรีเสือชมพู เจ้าของเพลงฮิต รักฉันนั้นเพื่อเธอ และรอยเท้าในผืนทราย ที่เคยโด่งดังทั่วบ้าน ทั่วเมือง เมื่อหลายสิบปีก่อน ถูกนำกลับมารวมไว้ด้วยกันอยู่ในอัลบั้ม พิ้งแพนเตอร์ รวมฮิตข้ามทศวรรษ กับบทเพลงที่ยังคงอยู่ในความทรงจำอย่าง ช้ำ แด่รักที่จากไป คอยเธอคืนมา และวันที่เราจากกัน งานนี้มาพร้อมกับหน้าปกสีชมพูหวานสดใสเช่นเดียวกับสีของเจ้าเสือพิ้งค์แพนเตอร์ขวัญใจเด็ก ๆ ภายในมีบุ๊คเล็ทเนื้อร้องครบทุกเพลง ให้คนรักเพลงของวงพิ้งแพนเตอร์ และคนรุ่นใหม่ที่อยากรู้จักเพลงของพวกเขาได้ศึกษา สะสม ตามแต่ใจต้องการ

LOREENA-

เพียงแค่เห็นชื่ออัลบั้มล่าสุด ของอาร์ติสสาว Loreena McKennitt ก็สามารถจินตนาการได้ถึงความโปร่งสบายของท่วงทำนองที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม The Wind That Shakes The Barley ผลงานลำดับที่ 9 ซึ่งเลือกนำเพลงเก่าแก่ในลักษณะของ Traditional มาเรียบเรียงและใส่คำร้องใหม่ ทั้ง 9 บทเพลงคงอยู่ในรูปแบบของเวิร์ลมิวสิค นำพาจินตนาการเดินทางไปยังโลกในฝันที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแปลกใหม่ที่มีเพียงคุณและเรื่องราวในบทเพลงของโลลีนาเป็นผู้กำหนด