บนแผง 15-30 พ.ย. 53
By JazzLife Editor | November 18th, 2010 | Category: New Release | No Comments »![nikkiyanofskynikkilivei[1] nikkiyanofskynikkilivei[1]](http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2010/11/nikkiyanofskynikkilivei1-214x300.jpg)
ใครที่เป็นแฟนเพลงของสาวน้อยมหัศจรรย์ Niki Yanofsky ที่ตอนนี้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว แม้จะยังไม่มีโปรแกรมเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่แฟนเพลงชาวไทยก็ชมความสามารถของเธอกันได้อย่างเต็มอิ่มกับการร้องสดกว่า 20 บทเพลงจากผลงานดีวีดี Nikki Yanofsky Live In Montreal ซึ่งคละเคล้าบทเพลงในดวงใจของ นิกกี ที่มิได้มีเพียงเพลงสแตนดาร์ดแจ๊สอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่ นิกกี เลือกผสมผสานงานเพลงทั้ง แจ๊ส บลูส์ โซล ป็อป และ ร็อค รวมอยู่บนเวทีเดียวกันได้อย่างน่าชม เธอปรากฏตัวบนเวทีด้วยท่าทางสบาย ๆ ภายใต้ผมหางม้าแกว่งไกวในช่วงแรก และปล่อยสยายตามธรรมชาติในช่วงท้าย เสียงร้องธรรมชาติของ นิกกี ถ่ายทอดบทเพลงต่อบทเพลงให้ได้รื่นรมย์ไปกับ Over The Rainbow, Never Make It on Time, Old Mcdonald, Take The “A” Train…..รับรองว่าฟังเพลิน ดูเพลินจนลืมเวลาไปเลย

ผลงานบันทึกการแสดงสด Live At The Royal Conservatory of Music ในรูปแบบดีวีดีของ 4 หนุ่ม Canadian Tenors กลุ่มนักร้องประสานเสียงมาดเท่ห์ที่เลือกผสมผสานเพลงคลาสสิคและเพลงป็อป ลดดีกรีความเข้มข้นของโอเปร่าขนานแท้ให้เบาบางลง เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนฟังทั่วไปได้กว้างขึ้น บันทึกการแสดงสดชุดนี้เก็บภาพบรรยากาศอันน่าประทับใจบนเวทีมาให้ได้ชมกันอย่างเต็มอิ่ม ให้อารมณ์ในการเสพฟังแตกต่างจากออริจินัลอัลบั้มจากแผ่นซีดีออดิโอ โดยเฉพาะช่วงเปิดตัวแขกรับเชิญที่มาร่วมแจมบนเวที ทั้ง David Foster และ Sarah McLachlan ต่างเป็นสีสันเจิดจ้าดึงดูดทุกสายตาบนเวที ทำให้การแสดงสดครั้งนี้พิเศษสุดพิเศษ เป็นอีกหนึ่งดีวีดีทางเลือกที่เหมาะสำหรับการรับชมในช่วงฤดูหนาวมาเยือนจริง ๆ

สาวกรุ่นป้าของอดีตสาวซ่า Liza Minnelli หากอยากติดตามผลงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของเธอในวงการเพลง สามารถตรวจสอบความเป็นไปของเธอได้จาก ดีวีดี Liza’s At The Palace บันทึกการแสดงสดที่ MGM Grand ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี 2009 งานนี้ Lisa ซึ่งอยู่ในวัยเกษียณเลือกขับกล่อมแฟน ๆ ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็กด้วยงานเพลงอย่าง Teach Mt Tonight, May Be This Time, He’s Funny That Way, I Don’t Care, Basin Street Blues, My Own Best Friend…. และอีกหลายบทเพลงที่แม้ว่าเสียงร้องของเธอจะไม่สดใสเท่าในอดีต รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ลีลาบนเวทีของเธอยังเรียกร้องความน่าสนใจ ตรึงใจคนดูได้ในแบบที่เรียกว่า ‘น่ารักสมวัย’ สมกับเป็นดาวค้างฟ้า

อีกหนึ่งผลงานดีวีดีน่าดูของชุมชนชาวร็อคต้องขอมอบให้กับ Megadeth Rust In Peace /Live บันทึกการแสดงสดที่ Hollywood Palladium ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตคืนสุดท้ายของการออกทัวร์ฉลองครบรอบความสำเร็จ 20 ปีของผลงานขึ้นหิ้งระดับคลาสสิค Rust In Peace ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 1990 สร้างยอดขายเฉพาะในอเมริกาไปกว่า 1 ล้านแผ่น งานนี้ประเดิมเครื่องบนเวทีด้วยซิงเกิลฮิต Holy Wars…The Punishment Due และ Hangar 18 ที่อัดแน่นไปด้วยสำเนียงร็อคเน้น ๆ มีเสียงกีตาร์ เสียงเบส เสียงกลองสอดประสานฉุดกระชากจังหวะการเต้นของหัวใจให้เร่งเร้ากว่าเคย เพิ่มเติมความพิเศษด้วย Bonus Performances 6 บทเพลงพิเศษ Skin O’ My Teeth, In My Darkest Hour, She-Wolf, Trust, Symphony of Destruction และ Peace Sells สาวกชาวเฮฟวีเมทัลเตรียมเขย่าหัว เกาะติดขอบจอได้เลยค่ะ

ปิดท้ายกันด้วยผลงานชุดที่สอง Release ของวง The Like อัลเตอร์เนทีฟร็อคแบนด์จากลอสแองเจลิส เปิดตัวไปด้วยโทนขาวดำแซมชมพูหวานแหวว มาพร้อมกับลีลาร็อคส่ายสะโพกของสมาชิก 3 สาว Elizabeth “Z” Berg มือกีตาร์และนักร้องนำคนเก่ง Laena Geronimo มือเบสหน้าสวย Annie Monroe ออร์แกนตาคม และ Tennessee Thomas มือกลองสาวผู้มาดมั่น เปิดตัวไปด้วย Release Me และ He’s Not a Boy ที่บอกกล่าวภาวะจิตใจของสาว ๆ อย่างตรงไปตรงมา โดนใจด้วยสำเนียงร็อคย้อนยุคที่ไม่เน้นความรุนแรงของเนื้อหาและการบรรเลง เหมาะสำหรับเด็กสาวที่ชื่นชอบเพลงร็อค เพลงรักแบบไม่มีพิษภัย
คำถามที่ว่า วันนี้ – วงการแจ๊สร่วมสมัยของไทยพัฒนาไปถึงไหน ? และจะก้าวต่อไปอย่างไร ? น่าจะมีคำตอบให้ค้นหา ในงาน จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 42 ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2553 นี้ เวลา 17.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย







