All entries by this author

ธีรพจน์ ผลิตากุล

pre_

เครื่องดนตรี : เปียโน จบการศึกษาครุศาตร์บัณฑิต ดนตรีศึกษาจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อที่ สวิสแจ๊สสคูล กรุงเบิร์น และ เอคโคล เดอ แจ๊ส เดอ โลซาน ประเทศ สวิสเซอแลนด์ ได้เข้าทำงานที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป ม.มหิดลเมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยเป็นอาจารย์ในภาควิชาดนตรีแจ๊ส รับผิดชอบ วิชา แจ๊สเปียโน, วิชาพื้นฐานดนตรีแจ๊ส 1 และ 2, วิชารวมวง, วิชาดุริยวรรณกรรมในดนตรีแจ๊สได้ร่วมเล่น ดนตรีกับนักดนตรีหลายท่านทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ Brook Gills, Von Barlow, Kitt Lough, Silvia Howard, Koh Mr.Saxman (2ndAlbum), Groove Rider, Even Of Love album1-3, Kangsanova, Longineu Parsons etc….



” กัลปาวสานนั้นนานเพียงใด ”

surasee1

จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 41 สุรสีห์ อิทธิกุล ตอน ” กัลปาวสานนั้นนานเพียงใด ”

 หลังจากแวะมาเป็น “แขกรับเชิญ” ให้ผองเพื่อนคนดนตรีในคอนเสิร์ตหลายครั้งของ “จุดประกาย” ในที่สุด สุรสีห์ อิทธิกุล พร้อมแล้วสำหรับการก้าวขึ้นเป็นศิลปินหลักของงาน ตามคำเรียกร้องของแฟนเพลง ในตอน “กัลปาวสานนั้นนานเพียงใด” จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 41 ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 เวลา 17.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ (more…)



บนแผง 15 ต.ค. – 31 ต.ค. 53

will

ผลงานเพลงรักโรแมนติกส่งตรงจากประเทศสหรัฐอเมริกา Lust, Love & Lies อัลบั้มใหม่ล่าสุดของ Will Downing นิวยอร์คเกอร์หนุ่มผิวสี เจ้าของเสียงบาริโทน เสียงนุ่ม ทุ้มที่สาว ๆ ฟังแล้วจั๊กกะจี้หัวใจ นำเสนอ 20 แทร็ก ร้อยเรียงบอกเล่าเรื่องราวความรักหลากความรู้สึก อาทิ Tell Me, Safe In His Arm, Do You Know, Glad I Met You Tonight……พร้อมสลับบรรยากาศการฟังด้วยบทสนทนาในสถานการต่าง ๆ เพื่อดึงผู้ฟังเข้าสู่บทเพลง บรรยากาศโดยรวมอยู่ในแนวทางของเพลงบัลลาดที่เข้ากันได้ดีกับท้องฟ้าสีหม่นปราศจากแสงอาทิตย์และละอองฝนพรำตลอดทั้งวัน

seal

หนุ่ม ‘Seal’ กับผลงานใหม่ล่าสุด ‘Commitment’ ภายใต้การดูแลของโพรดิวเซอร์มือทอง David Foster มาพร้อมกับ 11 งานเพลงจากความคิดสร้างสรรค์ของ Seal และทีมนักแต่งเพลง ที่ร่วมกันกลั่นกรองเรื่องราวความรักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เปิดตัวไปด้วยซิงเกิล Secret และการเข้าสู่อันดับที่ 8 ของ UK Albums Chart นอกจากนี้ยังมีอีกหลายบทเพลงน่าสนใจ อาทิ Best of Me, All For You, You Get Me …..

Jane

Jane Monheit นักร้องแจ๊สสาวสวย ขวัญใจนักเล่นเครื่องเสียงชาวไทย กลับมาอีกครั้งด้วยผลงานลำดับที่ 10 Home ซึ่งยังคงเลือกหยิบจับเพลงรักความหมายดี อาทิ Tonight You Belong To Me, Isn’t It A Lovely Day มาตีความให้นักฟังได้ซาบซึ้งตรึงใจกันเช่นเคย ในครั้งนี้เกี่ยวก้อยเพื่อนคนดังอย่าง John Pizzarelli และ Mark O’Connor มาร่วมฝากผลงานในอัลบั้มนี้ด้วย แต่จะมาร่วมกันทำอะไรบ้างนั้นต้องขออุบไว้เป็นความลับ

Jerry

แม้จะล่วงเข้าสู่วัยชราแต่ผู้เฒ่าหัวใจหนุ่มท่านนี้ ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของศิลปินผู้สร้าง ก่อกำเนิดเป็นผลงานใหม่ล่าสุด Mean Old Man ที่สิงห์เฒ่า Jerry Lee Lewis ร็อคแอนด์โรลชั้นครู ขนเอาเพื่อนนักดนตรีมาร่วมแจมกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น Sheryl Crow, Mick Jagger, Eric Clapton, John Fogerty และอีกหากหลายหลายศิลปินชั้นนำ มาร่วมร้องและบรรเลงบทเพลงที่ผสมผสานทั้ง Rock & Roll, Country, Blues และ Gospel ให้ความเข้นข้นระดับ 5 ดาว

Brian

อีกหนึ่งผู้เฒ่าในตำนานที่ยังคงสร้างสรรค์งานเพลงอย่างต่อเนื่อง Brian Wilson อดีตสมาชิกวง Beach Boy และผลงานสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 9 Reimagines Gershwin ซึ่งเลือกนำบทเพลงสุดคลาสสิคของนักแต่งเพลงชื่อดัง George และ Ira Gershwin กลับมาแต่งแต้มสีสันใหม่ตามแนวคิดและประสบการณ์ทางดนตรีของวิลสัน พบกับ Summertime, I Love You, Porgy, I Got A Plenty o’ Nuttin’, It Ain’t Necessarily So…. ในรูปแบบของ Medley ถ่ายทอดเคียงคู่ 2 เพลงพิเศษ The Like I Love และ Nothing But Love ที่ วิลสัน ร่วมแต่งเพลงกับ George Gershwin ให้อารมณ์รัก อารมณ์โรแมนติกแปลกใหม่ แบบไม่ค่อยคุ้นเคย



บนแผง 1 ต.ค. – 15 ต.ค. 53

DavidFoster

* นับเป็นข่าวดี ข่าวเด่น แสนจะชื่นใจนักฟังเพลงชาวไทย สำหรับคอนเสิร์ต David Foster & Friends – Live in Bangkok ของนักเปียโน นักแต่งเพลง โพรดิวเซอร์ และอะเรนเจอร์ชื่อดัง David Foster ที่งานนี้ควงคู่มากับศิลปินดังอย่าง Peter Cetera, Natalie Cole, Charice และ Ruben Studdard ยึดเวทีอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันจันทร์ที่ 25 ตุลาคมนี้ ร่วมสร้างความสุขด้วยเสียงเพลงมอบสำหรับแฟนเพลงชาวไทยโดยเฉพาะ งานนี้ต้นสังกัดปืนไวอย่าง Warner Music ไม่รอช้าส่งผลงานรวมฮิต The Magic of David Foster & Friends อัลบั้มคู่ที่รวบรวมผลงาน 34 บทเพลงจากการทำงานร่วมกับศิลปินระดับซุปเปอร์สตาร์ในวงการเพลง อาทิ  Toni Brexton, Michael Buble, All-4-one, Celine Dion, Barbra Streisand…… แต่ละบทเพลงนั้นล้วนโด่งดังก้องกังวานไปทั่วโลก ภายในบุ๊กเลตพิมพ์สี่สีมีเนื้อเพลง ภาพ รวมไปถึงคำนิยมสั้นๆ ที่เดวิด ฟอสเตอร์ มีต่อศิลปินที่เขาได้ร่วมงาน  ให้ได้ฟัง ได้หัดร้อง เตรียมความพร้อมก่อนชมคอนเสิร์ตค่ะ

Eat_Pray_Love

*ส่วนใครที่รอชมหนังรักสุดโรแมนติก Eat Pray Love ของสาว Julie Roberts ที่กำลังจะเข้าฉายในช่วงเดือนตุลาคมนี้ สามารถวอร์มหัวใจ ใส่ความโรแมนิกก่อนเข้าชมภาพยนตร์ด้วยซาวน์แทร็กของหนังเรื่องนี้ภายใต้การดูแลของ Rayn Murphy และ Dede Gardner ที่ดึงเอาเพลงน่าฟังหลากแนวมาร้อยเรียงเข้ากับเรื่องราวของภาพยนตร์ 14 บทเพลงในอัลบั้มนี้ชวนให้ใคร่รู้เรื่องราวการดำเนินเรื่องเป็นอย่างมาก เนื่องจากรสชาติ กลิ่นอายของบทเพลงที่เลือกนำมาใช้นั้นมีทั้งสำเนียงภาระตะ สำเนียงโอเปร่า สำเนียงร็อค และสำเนียงบอสซาโนวา เช่นเดียวกับสถานที่ของเนื้อเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวพันกับประเทศอิตาลี ประเทศอินเดีย และเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย แต่ความรักในแบบของชาวตะวันตกจะลึกซึ้งกินใจสาวไทยหัวใจเกาหลีหรือไม่นั้นอันนี้ไม่ขอรับรอง

reg2reg1

*สาวกชาวเร็กเก้กรุณาอัพเดทชั้นสะสมซีดีโดยด่วน ซีรีส์รวมฮิตใหม่ล่าสุดจากค่าย Trojan ชุด Trojan Reggae Chartbusters Vol. 1-6 ในรูปแบบของดิจิแพ็คกิ๊บเก๋ที่มาพร้อมกับงานอาร์ตสวย ๆ บนหน้าปก แม้แพ็คเก็จจะเลือกใช้กระดาษบางไปนิดทำให้กล่องกระดาษบอบบางไปหน่อย แต่ภายในมีบุคเล็ตขนาดกะทัดรัด ให้รายละเอียดความเป็นมาเป็นไปของแต่ละบทเพลง เพิ่มเติมความรู้คู่การฟังได้อย่างน่ายกย่อง แต่ละ Volume อัดแน่นไปด้วยเร็กเก้ขนาดแท้ไม่งว่าจะเป็นงานเพลงของ Bob Marley, Errol Dunkley, Jacob Miller & Inner Circle, The Pioneers, Judge Dread…. จัดว่าเป็นซีรีส์รวมเพลงเร็กเก้คุณภาพที่ไม่อาจมองข้าม

reg6reg5

ปิดท้ายด้วยงานแจ๊สทริโอฟังสบายจากอัลบั้ม In The Moonlight ผลงานของสาว Shauna Antoniuc และวงดนตรีของเธอ The Shauna Antoniuc Trio ซึ่งประกอบไปด้วยนักดนตรีหลัก 2 คนคือ Joe Capps มือกีตาร์ และ Chris Peterman แซ็กโซโฟน ตีความเพลงสแตนดาร์ดในแนวทางของบัลลาดหวาน ปล่อยที่ว่างให้เสียงร้องของ Shauna ไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติในบทเพลงคุ้นเคย อาทิ Like Someone In iove, Blue Moon, My One And Only Love… เป็นที่น่าเสียดายว่าปกซีดีอัลบั้มนี้เป็นเพียงปกบาง ๆ เพียง 1 แผ่นที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังรู้จักกับเธอและวงดนตรีที่ร่วมบรรเลง ส่วนใครต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมต้องเข้าไปทำความรู้จักเธอที่ www.shaunasing.com ค่ะ

shauna



มาเรีย ชไนเดอร์ สุภาพสตรีแจ๊สหมายเลข 1

 

maria_sch2            “ไม่มีนักประพันธ์เพลงแจ๊ส และผู้นำวงแจ๊สบิ๊กแบนด์ในทศวรรษนี้ที่จะมีความสามารถ และยิ่งใหญ่เท่ากับ มาเรีย ชไนเดอร์ อีกแล้ว…”

            ข้อความพีอาร์ข้างต้น ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ Thaiticketmajor.com ซึ่งอาจทำให้ใครหลายๆ คนที่เคยเข็ดขยาดกับการอวดอ้างสรรพคุณ “เกินจริง” จากเวทย์มนต์การตลาดนึกดูแคลนเอาได้ว่า มันจริงหรือ ?

            เพราะที่ผ่านมา แวดวงบันเทิงบ้านเรานิยมติดป้ายโฆษณาชวนเชื่อแบบตีหัวเข้าบ้านกันเหลือเกิน มีการใช้ข้อความทำนอง “ระดับโลก” “เวิลด์คลาส” “สุดยอดของโลก” ฯลฯ กันอย่างพร่ำเพรื่อ จนไร้ความหมาย

            แต่สำหรับ มาเรีย ชไนเดอร์ (Maria Schneider) นั่นคงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินจริงแต่อย่างใด 

            เมื่อเราพิจารณาจากผลงานของนักประพันธ์ดนตรีหญิงคนนี้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ใน “การเฝ้ามอง” ของศิลปินแจ๊สทั่วโลกมาโดยตลอด ไม่ว่าเธอจะขยับตัวเริ่มต้นทำโครงการใดก็ตาม

            ประการแรก บิ๊กแบนด์ (Big Band) หรือหากจะให้เรียกชัดเจนยิ่งขึ้น คือ “แจ๊ส ออร์เคสตรา” (Jazz Orchestra) ของ มาเรีย ชไนเดอร์ พลิกความคาดหมายและความเข้าใจของผู้คนที่เคยมีต่อความยิ่งใหญ่ของวงบิ๊กแบนด์ เมื่อครั้งอดีตในยุคสมัยสวิง (Swing Era) อย่างลิบลับ

            ด้วยแนวทางการประพันธ์ การเรียบเรียง การประสมวง และการบรรเลงที่มีความสลับซับซ้อนอย่างไม่น่าเชื่อ หากทุกตัวโน้ตคลี่คลายออกมาได้งดงามและน่าอัศจรรย์

            อย่าได้เปรียบเทียบผลงานของเธอ กับวงบิ๊กแบนด์สวิง อย่าง เคาน์ เบซี ออร์เคสตรา , จิมมี ลันซ์ฟอร์ด, เกลน มิลลเอร์ , ทอมมี ดอร์ซีย์ หรือแม้กระทั่งวงบิ๊กแบนด์ของ สแตน เคนตัน ที่ประกาศความเป็นวงดนตรีบิ๊กแบนด์หัวก้าวหน้า

            แม้รายชื่อข้างต้นนั้น ล้วนเป็นตำนานที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการในวงการแจ๊สก็จริง แต่ในเวลาเดียวกัน เมื่อธรรมชาติของแจ๊ส คือดนตรีที่เคลื่อนจาก “จุดเดิม” ไปข้างหน้าเสมอ เพื่อมองหาระดับเพดานบินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น พัฒนาการของวงบิ๊กแบนด์แจ๊สในวันนี้ จึงไม่ต่างจากการเล่นแร่แปรธาตุทางเคมี ที่นับวันจะทวีองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง (more…)