
บายไลน์ ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ
ร่างไร้วิญญาณของ ลูชีอาโน ปาวารอตตี นักร้องเพลงอุปรากรเสียงเทเนอร์ชาวอิตาลี ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในตับอ่อน เมื่อวันที่ 6 กันยายนนี้ ทางรัฐบาลอิตาลีได้จัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ ณ โบสถ์เมืองโมเดนา บ้านเกิดปาวารอตตี
ผู้คนนับแสนหลั่งไหลจากทั่วสารทิศอิตาลี พากันแสดงคารวะร่างอันแน่นิ่งของปาวารอตตี นักร้องเสียงเทเนอร์ยิ่งใหญ่ ยากที่จะมีใครเทียบเทียม ด้วยความอาลัยอาวรณ์ ในหมู่คนจำนวนมหาศาลที่ไปร่วมงาน มีโบโน นักร้องนักแต่งเพลงชาวไอริชแห่งวง ‘ยู ทู’ ผู้เคยร้องคู่กับปาวารอตตี ในคอนเสิร์ตหารายได้ช่วยเหลือชาวบอสเนียผู้ยากไร้ โบโนได้กล่าวสรรเสริญ ปาวารอตตีว่า
“ผู้เปรียบเสมือนภูเขาไฟอันยิ่งใหญ่ ร้องเพลงอันร้อนแรง…ใครก็ร้องเพลงอุปรากรได้แต่ ลูชีอาโน ปาวารอตตี คือนักร้องเพลงอุปรากรตัวจริง”
อันเดรอา โบเชลลี เป็นนักร้องเสียงเทเนอร์ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ร้องเพลงสดุดีผู้วายชนม์ครั้งนี้ โบเชลลีนักร้องอุปรากรตาพิการ ผู้เจริญรอยตาม ปาวารอตตี บางคนให้สมญานามเขาว่าเป็น ‘นักร้องเสียงเทเนอร์คนที่สี่’ เนื่องจากที่ผ่านมานักร้องเทเนอร์ที่อยู่ในดวงใจของผู้นิยมเพลงอุปรากรทั้งโลกในนาม ‘Three Tenors’ ประกอบด้วย ลูชีอาโน ปาวารอตตี และนักร้องเสียงเทเนอร์ชาวสเปนอีกสองคน ปลาซีโด โดมิงโก, โฮเซ่ การ์เรรัส
โบเชลลี นอกจากเคยร่วมร้อง ‘ดูเอ็ต’ อัดแผ่นกับปาวารอตตีในเพลง Miserere ที่เขาแต่งร่วมกับโบโน นักร้องวงร็อคชื่อก้อง ‘ยู ทู’ โบเชลลีได้รับเชิญไปร่วมร้องเพลงในเทศกาลดนตรี Pavarotti International ที่จัดขึ้น ณ เมืองโมเดนา ในเดือนกันยายน 1994 ปีถัดมาเขาร้องกับนักร้องป๊อปและแจ๊ส เซลีน ดิออน, ซาราห์ ไบรท์แมน, อัล จาร์โร…โบเชลลี กล่าวว่า “เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมร้องเพลงกับนักร้องเสียงแสนโสภาในโลก”
ก่อนหน้านี้ปาวารอตตีเคยร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับนักร้องร็อคและป๊อปอย่าง เอลตัน จอห์น, สตริง, โบโน, สไปซ์เกิลส์…ในสวนไฮพาร์คกลางกรุงลอนดอน เมื่อปี 1991 เพื่อหาทุนช่วยเด็กบอสเนียผู้น่าสงสาร ในยูโกสลาเวีย มีผู้เข้าชมประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ไดอานาเจ้าหญิงแห่งเวลส์ได้เสด็จไปร่วมงานคอนเสิร์ตด้วย เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความตกตะลึงแก่วงการดนตรีคลาสสิก ขณะที่ผู้เข้าชมการแสดงและชมคอนเสิร์ตจากการบันทึกสด ส่วนใหญ่พากันชื่นชม แต่นักวิจารณ์บางคนยังยึดมั่นในกรอบของการร้องเพลงอุปรากรแบบขนบ บอกยอมรับไม่ได้พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ คนพวกนี้ยังยึดติดอยู่กับความคิดเดิม ประสบการณ์เดิม เหมือนพยายามจะบังคับให้โลกนี้หยุดอยู่กับที่ ไม่อยากให้มันหมุนไปตามธรรมชาติ บ่อยครั้งศิลปินที่พยายามเสนอแนวคิดใหม่ๆ ต้องประสบกับแรงต้านกับพวกสุดขั้วทางความคิด ไม่ยอมรับรู้การเปลี่ยนแปลงของสังคม
ความจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ มารีโอ ลันซา หรือมีชื่อจริงว่า ‘อัลเฟรโด อาร์โนลด์ โกกอซซา’ นักร้องเสียงเทเนอร์อเมริกันเชื้อสายอิตาลี ผู้ที่วาทยกรเอก ตอสกานินี ยกย่องให้เป็นผู้มี ‘เสียงร้องเยี่ยมที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20′ เคยทำมาแล้ว นอกเหนือจากร้องเพลงอุปรากร มารีโอ ลันซา ยังเล่นละคร แสดงภาพยนตร์และร้องเพลงป๊อป นักร้องผู้นี้แหละที่ปาวารอตตีถือเป็นแบบอย่าง ช่วงที่ฝึกร้องบ่อยครั้ง ปาวารอตตี ยืนอยู่หน้ากระจกเลียนแบบการร้องและท่าทางของ มารีโอ ลันซา
ถามว่าการร่วมกิจกรรมกับคนในวงการดนตรีสายอื่นผิดหรือไม่ สมควรหรือไม่ หากมองโลกในแง่ดี ไม่มีอคติ ไม่มีอัตตา คิดว่าไม่น่าจะผิด เป็นสิ่งที่ควรกระทำ อย่างน้อยก็ทำให้คนฟังที่ไม่เคยชอบเพลงอุปรากรหรือคลาสสิกหันมาชอบก็เป็นได้ บางทีอาจจะได้รูปแบบของดนตรีใหม่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการขยายเครือข่ายคนฟังให้กว้างขวางขึ้น และเป็นการแบ่งปันความสุขแห่งเสียงเพลงเสียงดนตรีให้แก่คนในวงการอื่น ลองมองโลกอย่างสร้างสรรค์ค์บ้างน่าจะดี…หากไม่ดี ไม่เหมาะ นักร้องเสียงเทเนอร์นิติศาสตร์ดุษฏีบัณฑิตอย่างโบเชลลีคงไม่เอาเป็นแบบอย่าง
ลูชีอาโน ปาวารอตตี เกิดที่เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 1935 พ่อทำขนมปังเป็นอาชีพ เป็นนักร้องเสียงเทเนอร์สมัครเล่น แม่ทำงานในโรงงานผลิตซิกาสมัยเป็นนักร้องเสียงอัลโตวงประสานเสียงในโบสถ์ เมื่อโตขึ้นหน่อยสุ้มเสียงเปลี่ยนไป เขาจึงย้ายไปเป็นนักร้องในคณะนักร้องประสานเสียง เมืองโมเดนา ปาวารอตตีเรียนรู้การร้องเพลงโดยฟังเพลงอุปรากรหรือ ‘โอเปร่า’ จากแผ่นเสียงของนักร้องเสียงเทเนอร์ที่มีชื่อเสียงสมัยนั้น เบเนียมีโน จีกลี และตีโต สกีปา เลียนแบบมาริโอ ลันซา จากภาพยนตร์
เริ่มแรก ปาวารอตตียึดอาชีพเป็นครูสอนหนังสืออยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาได้เจอกับอดูอาที่ต่อมาเป็นภรรยาคนแรกของเขา จากนั้นหันไปทำงานในบริษัทประกัน ตอนนั้นกิจกรรมหลักของเขาไม่ใช่ดนตรีแต่เป็นฟุตบอล เป็นนักเตะระดับดาราท้องถิ่น อย่างไรก็ตามการมีส่วนร่วมในวงประสานเสียงที่ชนะประกวดระดับนานาชาติทำให้อยากเรียนร้องเพลง ในที่สุดได้หันเข้าหาการร้องเพลงตามปรารถนา
ปาวารอตตีเรียนการใช้เสียงกับอาร์ริโก โปโล ในเมืองโมเดนา แล้วย้ายไปเรียนกับเอตโตเร กัมโปกัลเลียนี ในเมืองมันตูอา
ปี 1961 เขาชนะการแข่งขันการร้องเพลงระดับนานาชาติที่ ‘เตอาโตร เรจโจ เอมิเลีย’ ปาวารอตตีออกแสดงอุปรากรครั้งแรก เรื่อง La Boheme ผลงานของปุชชินี ในบทบาทโรดอลโฟ สองปีต่อมาเริ่มงานแสดงอุปรากรระดับโลกครั้งแรกที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์หรือเนเธอร์แลนด์ แสดงเป็นเอดการ์โดในอุปรากรเรื่อง Lucia di Lammermoor ผลงานของ โดนี เซตตี แสดงต่อไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และเมืองซูริก เยอรมนี ช่วงเดียวกันเขาแสดงแทน
จู เซปเป ดิ สเตฟาโน ในอุปรากร La Boheme ที่ ‘คะเวนต์ การ์เดน’ หรือ ‘รอยัลโอเปร่าเฮ้าส์’ โรงอุปรากรชื่อก้องโลก ในกรุงลอนดอน
จุดเปลี่ยนสำคัญของปาวารอตตี เมื่อเขาได้ร่วมงานกับโจน ซัทเทอร์แลนด์ นักร้องเสียงโซปราโนชื่อดังชาวออสเตรเลีย อยู่ในคณะซัทเทอร์แลนด์-วิลเลียมสัน วารอตตีกับซัทเทอร์แลนด์ร่วมแสดงในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1965 อุปรากร เรื่อง Lucia di Lammermoor ผลงานอมตะของ โดนีเซตตี ปาวารอตตีรับบทเอดการ์โด ส่วนซัทเทอร์แลนด์รับบท ลูชีอา ตัวเอกของเรื่อง การแสดงได้รับเสียงแซ่ซ้องรอบทิศ ยอดเยี่ยมเป็นที่กล่าวขวัญของแฟนอุปรากรอเมริกัน เป็นความสำเร็จที่ปาวารอตตีต้องจดจำชั่วชีวิต
เพิ่งนึกได้ว่าเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2005 ระหว่างที่ผมท่องเที่ยวอยู่นอกเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขณะนั่งรออาหารมื้อเที่ยงในร้านอาหารหยิบหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นขึ้นมาอ่าน เห็นข่าวปาวารอตตีจะแสดง ‘คอนเสิร์ตอำลา’ (farewell tour) ค่าบัตรเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่รู้สึกว่าแพงมาก หลังจากที่ทบทวนที่มาของคอนเสิร์ต น่าจะมาจากที่เขาเคยร่วมงานกับซัทเทอร์แลนด์
ปาวารอตตีได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญต่อหน้าผู้ชมล้นหลาม โดยเขาเลือกบทเพลง ‘อาริยา’ Nessun Dorma จากอุปรากรเรื่อง Turandot ของปุชชินี เป็นเพลงเอกสำหรับพิธีเปิดการแข่งขัน ‘ฟุตบอลเวิลด์คัพ’ ปี 1990 ที่อิตาลีเป็นเจ้าภาพ ความไพเราะของเพลง Nessun Dorma สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมทั้งสนามและผู้ชมหน้าจอโทรทัศน์ทั่วโลก
ปาวารอตตีร้อง Nessun Dorma ยิ่งใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายในพิธีเปิด ‘กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว’ (Winter Olympics) ในเมืองตูริน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006
ปาวารอตตี นักร้องเพลงอุปรากรยิ่งใหญ่ของโลกมีผลงานอัดแผ่นไว้มากมาย การจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้คนที่รักเสียงเทเนอร์เต็มพิกัดของเขาพากันไว้อาลัย… ‘ลา สกาลา โอเปร่าเฮ้าส์’ ในเมืองมิลาน ยืนสงบเป็นการไว้อาลัย ‘เวียนนาสเตท โอเปร่าเฮ้าส์’ ที่มี เซจิ โอซาวะ เป็นผู้อำนวยการชักธงดำขึ้นเสา เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ ลูชีอา ปาวารอตตี