Articles

90 นาทีกับ มาร์ติน เทย์เลอร์

martin
        งาน The Bangkok Guitar Fiesta ผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อ 25-27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
งานนี้จัดโดย AMI ที่มีนักกีตาร์ชาวเยอรมันที่ปักหลักอยู่ในประเทศไทยมานาน คือ ฮัคกี ไฮเคิลมานน์ เป็นหัวเรือใหญ่ ร่วมด้วยสปอนเซอร์ที่เล็งเห็นคุณค่าของเสียงดนตรี อย่าง Staedtler และสถานทูตที่เกี่ยวข้อง คือออสเตรเลีย และสเปน
         The Bangkok Guitar Fiesta มุ่งนำเสนอการแสดงกีตาร์ขั้นสูง ในสาขาแจ๊ส, คลาสสิก และ ฟลาเมงโก ซึ่งศิลปินที่เทียบเชิญมาแสดงในงานนี้ ล้วนอยู่ในสถานภาพที่ได้รับการยอมรับจากเวทีโลกไม่ว่าจะเป็น Victor Monge ‘Serrantino’ Quartet , กลุ่มพี่น้องตระกูล Grigoryan (ซึ่งน่าเสียดายว่า สลาวา คนพี่ป่วยกระทันหัน งานนี้ จึงมี เลียวนาร์ด และมือเครื่องสายโบราณ Oud ชื่อ โจเซฟ ทาวาดรอส มาแทนที่ ) และอีกคนที่แฟนเพลงบ้านเราคุ้ยเคยเป็นอย่างดี คือ มาร์ติน เทย์เลอร์ นักกีตาร์แจ๊สจากอังกฤษ
ในการแสดงของ มาร์ติน เทย์เลอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ นั้น เจ้าตัวมาพร้อมกับกีตาร์เพียง 1 ตัว ไม่มีนักร้อง อย่าง อลิสัน เบิร์นส์ เหมือนเมื่อคราวที่แล้ว และไม่มีวงทริโอ , ควอร์เทท มาคอยแบ็คอัพหรือเพิ่มสีสันให้แต่อย่างใด
          ถึงกระนั้นก็ตาม การเดี่ยวกีตาร์ของมาร์ติน เทย์เลอร์ ก็ได้รับความสนใจจากแฟนเพลงที่หวังจะได้สดับฟังเสียงกีตาร์จากการบรรเลงของคนๆ เดียวอย่างเต็มศักยภาพ และพลังกีตาร์ของเขาก็สามารถสะกดคนฟังได้ตลอดการแสดงทั้ง 2 ช่วงๆ ละ 45 นาที เป็นความเต็มอิ่มของเสียงกีตาร์ตลอดความยาว 90 นาที (more…)



ชูโช วัลเดส บนถนนสายดนตรีที่ไม่สิ้นสุด

chuc2

พลันที่ฟังโน้ตห้องแรกๆ ของเพลง Las dos caras แทร็คแรกสุดจากอัลบั้มใหม่ของหนุ่มใหญ่วัย 70 ปี ผมก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของซิการ์แห่งเมืองฮาวานา คิวบา ลอยมาแต่ไกล สลับกับฉากบรรยากาศของไนต์คลับในเขตบรองซ์ของนิวยอร์ก ซิตี บรรเลงเพลงสไตล์ฟังกี้แจ๊ส มีสาวๆ สุดเซ็กซี่เต้นรำกันอย่างเมามัน
ใช่แล้วครับ ผมไม่ได้เขียนผิด เพราะบุคลากรในแวดวงดนตรีต่างมองว่า ชูโช วัลเดส (Chucho Valdes) ที่เกิดเมื่อปี 1941 คือ “หนุ่มใหญ่” โดยแท้ ด้วยเหตุผลหลายอย่างประกอบกัน
ไม่ว่าจะด้วยเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยพลัง มุมมองต่อความเป็นไปของแวดวงดนตรีที่เขาซึมซับความร่วมสมัยเอาไว้ ชนิดไม่มีความเชยมาเหนี่ยวรั้ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อลูกชายคนเล็กของเขา เพิ่งมีอายุ 4 ขวบเมื่อเร็วๆ นี้นี่เอง
อัลบั้ม Chucho’s Steps (2010) คือผลงานใหม่ในรอบ 7 ปีของเขา เป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการปรับเปลี่ยนวงควอร์เทท 4 ชิ้น ให้กลายมาเป็นวงเซ็พเทท 7 ชิ้น แถมพ่วงด้วยนักร้องอีกต่างหาก
นี่คืองานดนตรี “แอโฟร-คิวบัน แจ๊ส” ที่ประสานกลมกลืน ทั้งรากเหง้าอันลึกล้ำ กับมุมมองอันโฉบเฉี่ยวที่มีต่อภาวะความเป็นไปของโลกได้อย่างแยบยล (more…)



ผู้จัดการวงเคิร์ท โรเซนวิงเคิล ทริโอ เผยเคล็ดลับการบริหารศิลปินในงาน TIJC2011

Ander

          แอนเดอร์ จัน-ไทเดอร์แมน (Ander Chan-Tiedeman) ผู้จัดการวงเคิร์ท โรเซนวิงเคิล ทริโอ ของนักกีตาร์แจ๊สเจ้าของฉายา “มือกีตาร์เทพแห่งการ Improvisation” ได้ร่วมทำ Workshop ในงาน TIJC 2011 ในหัวข้อ Music Artists Management หรือ การบริหารศิลปินอย่างมืออาชีพ ในกิจกรรม โดยการบรรยายในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากบรรดานักดนตรีอาชีพ อย่าง แมว-จิระศักดิ์ ปานพุ่ม และเหล่านักดนตรีรุ่นใหม่ที่มาร่วมฟังกันอย่างคับคั่ง

          แอนเดอร์ เริ่มอาชีพดูแลวงให้กับศิลปินเต็มตัวในปี 1987 เขามองว่าการที่ศิลปินจะโด่งดัง เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปนั้น ควรเริ่มจากความสามารถของตนเองก่อน ส่วนการพรีเซนต์ตัวเองไม่ต้องมากนัก นอกจากนี้ควรจะใช้สื่อออนไลน์แนะนำฝีมือตัวเองอีกช่องทางหนึ่ง
         “ถ้าคุณทำเพลงมีคุณภาพ และได้ออกแสดงตามที่ต่างๆ ซึ่งจะทำให้มีแฟนเพลงติดตาม เมื่อแฟนเพลงเพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็นที่สนใจของบรรดาผู้จัดการศิลปินมืออาชีพ และเขาเหล่านั้นก็จะเดินเข้ามาหาคุณเอง”

Kurt

         โดยการบรรยายในครั้งนี้ เคิร์ท โรเซนวิงเคิล ได้เข้าร่วมนั่งฟังและตั้งคำถามถึงข้อแตกต่างของการบริหารวงเองกับการมีผู้จัดการเข้ามาบริหาร และได้คำตอบอย่างมั่นใจจากแอนเดอร์ว่า “ในช่วงแรก วงดนตรีอาจจะบริหารจัดการและรับงานได้เอง ในลักษณะที่มองจากมุมของตัวเอง แต่ระยะยาว การบริหารและดูแลโดยผู้จัดการหรือบุคลากรภายนอกจะดีกว่า ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ รวมถึงการบริหารจัดการรับงานต่างๆ”

        สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมworkshop หรือชมการแสดงดนตรีแจ๊สจากศิลปินระดับโลก สามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ม.ค.นี้ โดยคลิกเข้าไปดูข้อมูลที่ www.tijc.net



เตรียมตัวเตรียมใจไปสัมผัสแจ๊สที่มหิดล

william
วันที่ 28-30 มกราคมนี้ ใครที่เป็นแฟนแจ๊สต้องไม่พลาดกับกิจกรรมดนตรีแจ๊สที่ทางวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดขึ้นในแคมพัสที่ศาลายา
ดานิโล เปเรซ นักเปียโนที่ผมเคยดู “ดีวีดี” การแสดงสดกับวง Dizzy Gillespie United Nations Orchestra ที่รอยัลฮอล ในกรุงลอนดอน เมื่อปี 1989 ซึ่งเป็นปีแรกที่ ดานิโล เข้ามาเล่นกับวงนี้ ในวงส่วนหนึ่งเป็นนักดนตรีมีชื่อเสียงชาวอเมริกัน สมทบด้วยนักดนตรีฝีมือดีหลายชาติ เช่น จากบราซิล ไอร์โต โมเรอีรา (เพอร์คัสชั่น) เคลาดิโอ โรดิตี (ทรัมเป็ต) ฟลอรา ปุริม (นักร้อง) จากคิวบา อาร์ตูโร ซันโดวัล (ทรัมเป็ต) ปากีโต ดริเวร่า (อัลโตแซ็กโซโฟน, คลาริเน็ต)
ดานิโล เล่นเปียโน “ดูเอ็ต” กับ คลาริเน็ตฝีมือของปากิโต ในเพลง Tin Tin Deo ยาวเหยียด ก่อนจะบรรเลงเต็มวง ดานิโล โชว์การอิมโพรไวส์ เพลง Seresta ในลีลา “คาลิปโซ” และอีกหลายๆ เพลงที่ ดิซซีหัวหน้าวงเปิดโอกาสให้แสดงฝีมือ (more…)



แดนิโล เปเรซ นักเล่าเรื่องจากปานามา

danilo_face (Small)
มีคนเปรียบเปรย “แจ๊ส” เป็นเสมือนบทสนทนาอันมีชีวิตชีวาของผู้คน เปิดโอกาสให้สมาชิกในวงได้แสดงความคิดเห็น บอกเล่าเรื่องราวอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าคุณจะเล่นอยู่ในตำแหน่งเครื่องดนตรีใด ดนตรีแจ๊สให้อิสรภาพแก่การแสดงออกมากกว่าดนตรีแขนงอื่นๆ เผยให้เห็นตัวตน บุคลิกภาพ ความรู้สึกนึกคิดของคุณ แบ่งปันประสบการณ์ผ่านเสียงสูงต่ำที่สั่นไหวจิตใจใครก็ตามที่ได้ฟัง
นั่นตรงกับสิ่งที่ วินตัน มาร์แซลิส (Wynton Marsalis) นักทรัมเป็ตชื่อก้อง พยายามสะท้อนไว้ในหนังสือ Moving to Higher Ground : How Jazz Can Change Your Life ของเขา ภายในหนังสือเล่มนี้ บรรจุปรัชญาและมุมมองอันลึกซึ้งต่อแจ๊ส โดยพิจารณาเชิงเปรียบเทียบผ่านปรากฏการณ์ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นหัวใจของประชาธิปไตย การให้ความเคารพนับถือต่อกันและกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ฯ ซึ่งมีปรากฏในวัฒนธรรมแจ๊สทั้งสิ้น
นอกจากการบอกเล่าเรื่องราวแล้ว ลักษณะที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของแจ๊ส คือการรู้จักประสมประสานสิ่งใหม่ๆ กับสารัตถะที่มีอยู่ในตัวเอง ตลอดช่วงเวลาหนึ่งร้อยปีของแจ๊ส เราพบว่าพัฒนาการของแจ๊สดำเนินไปอย่างไม่หยุดนิ่ง และระหว่างทางนั้น คือการปะทะสังสรรค์กับวัฒนธรรมรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แจ๊สเรียนรู้ที่จะปรับส่วนผสมให้กลมกลืน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแอฟริกัน ดนตรีคลาสสิกจากยุโรป เพลงพื้นบ้านสเปน เพลงร็อค และ ฯลฯ เรื่อยมาจนถึงฮิพฮ็อพ และอิเล็กทรอนิกาในวันนี้ (more…)