Articles

เคนนี จี ไลท์ มิวสิค เติมกลิ่นละติน

kenny2_resize

ห่างหายไปนานพอสมควร นักโซปราโนแซ็กโซโฟนหนุ่มนาม เคนนี จี กลับมาครั้งนี้ เขามาพร้อมอัลบั้ม Rhythm & Romance ซึ่งถือเป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งของนักดนตรีที่มียอดขายอัลบั้ม 38 ล้านแผ่นคนนี้ที่ต้องการรักษาระดับเพดานบินความนิยมของตนเองต่อไป

ในทัศนะของผม การเลือกรูปแบบของดนตรีละตินมานำเสนอทั้งที่เป็นเพลงแต่งใหม่และเพลงเก่า นับเป็นทางออกที่ค่อนข้างสวยทีเดียว เพราะจังหวะเต้นรำท้องถิ่นละตินอย่างคิวบา ขับเคลื่อนไปบนแพทเทิร์นของ “กลาเว” (clave) ที่นับแบบ “หนึ่ง-สอง-หนึ่ง-สอง-สาม” หรือ “หนึ่ง-สอง-สาม-หนึ่ง-สอง” นั้น ใครที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังย่อมอดมิได้ที่จะโยกตัวตามจังหวะไปด้วย

แต่ปัญหาสำคัญของ เคนนี จี (อย่างที่หลายคนรับทราบกัน) เขาสามารถถ่ายทอดความเข้มข้นของสารัตถะของดนตรีแนวนี้ได้ดีเพียงใด ? เพราะแนวทางโดยส่วนมากนั้น เจ้าตัวถนัดในการเจือจางเสียงดนตรีที่ได้ยินได้ฟัง ให้กลายเป็นเพียงความนุ่มนวลแบบสูตรสำเร็จมากกว่า และคงมีความเป็นไปได้น้อยมากในการถ่ายทอดด้านตรงข้าม คือความสากหรือความหยาบกร้าน อย่างที่พบเห็นในชีวิตจริงให้ปรากฏในเสียงเพลง

อัลบั้มนี้ หนุ่มผมฟูยังได้เพื่อนร่วมงานเดิม คือ วอลเตอร์ อฟานาเซียฟฟ์ มาร่วมแต่งเพลงและโปรดิวซ์เช่นเคย ส่วนมากเป็นเพลงประพันธ์ขึ้นใหม่ (มีเพลงเก่าอย่าง Besame Mucho) นอกจากเคนนี จี และวอลเตอร์ แล้ว ยังมี คลาวเดีย แบรนท์ เป็นทีมนักแต่งเพลงอีกคน พรั่งพร้อมด้วยนักดนตรีไซด์แมนที่มีชื่อเสียง อาทิ เช่น อเล็กซ์ อะคิวนา, นาธาน อีสต์, พอลินโญ ดา คอสตา ซึ่งล้วนแต่เป็นนักดนตรี “มือปืนรับจ้าง” ที่เจนจัดแทบทุกสไตล์ดนตรี

ในส่วนของโปรดักชั่น งานนี้ เคนนี จี ได้ ฮัมแบร์โต กาติกา โปรดิวเซอร์มือทองอีกคน รับหน้าที่คุมบอร์ดบันทึกเสียง
อารมณ์เพลงโดยทั่วไป เน้นทำนองคุ้นหู ฮัมตามได้โดยง่าย เช่นเดียวกับการคาดเดาทำนองได้ล่วงหน้า แม้กับการฟังครั้งแรกๆ ก็ตาม แนวฮาร์มอนีไม่ซับซ้อน ภาคริธึ่มเซคชั่นทำหน้าที่แบ็คอัพไปตามครรลอง แทบจะไม่มีโอกาสทำอะไรมากกว่านั้นเลย จึงเป็นการเปิดทางให้เสียงโซปราโน แซ็กโซโฟน เป็นพระเอกของงานนี้อย่างเต็มตัว

นั่นจึงทำให้ฐานะของเพลงในอัลบั้มนี้ ไปไม่ไกลกว่าความเป็นดนตรี ไลท์ มิวสิค (Light Music) กล่าวคือเป็นดนตรีที่ฟังสบาย มีไดนามิคน้อย โทนความหนักเบาของเสียงค่อนข้างราบเรียบ มุ่งให้คนจดจำจากซาวด์คาแร็คเตอร์ของเสียงแซ็กเป็นสำคัญ

บางครั้งดนตรีจำพวกนี้ จึงเหมาะสำหรับการเปิดเพื่อสร้างบรรยากาศให้สถานที่ไม่ดูหงอยเหงาจนเกินไป เราจึงได้ยินเพลงพวกนี้ตามล็อบบีโรงแรม หรือในลิฟท์โดยสาร บางคนถึงขนาดเรียกว่าเป็น Elevator Music ด้วยซ้ำไป เหตุเพราะมันทำหน้าที่แค่เสียงผ่านหูก็ให้ความเบิกบานได้ แต่ถ้าต้องนั่งลงฟังอย่างจริงจังแล้ว หยิบเพลงละตินแท้ๆ มาฟัง น่าจะได้อารมณ์และความอิ่มเอมมากกว่า
เขียนมาถึงบรรทัดนี้ แฟนเพลงตัวยงของ เคนนี จี อาจจะเคืองเอาได้ โดยเฉพาะแฟนเพลงรุ่นใหม่ที่เพิ่งหันมาสนใจผลงานของศิลปินคนนี้ แล้วพบว่าการฟังเพลงบรรเลงนั้นให้ความเพลิดเพลินเพียงใด แต่ผมเชื่อว่าแฟนเพลงเก่าที่เริ่มมีประสบการณ์ฟังเพลงมากขึ้น และอาจจะผ่านผลงานเพลงบรรเลงโดยศิลปินคนอื่นๆ มามากขึ้น น่าจะพอมองเห็นถึงประเด็นของการเขียนแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ว่า จริงๆ แล้ว งานของเคนนี จี นั้นมีข้อดีและข้อจำกัดในบางด้านที่ต้องพูดถึงไปพร้อมๆ กัน

ที่ผ่านมา กรณีของ เคนนี จี เคยเป็นวิวาทะที่โจษจันสนั่นเมืองมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อ แพท เมธินี มือกีตาร์แจ๊สระดับพระกาฬออกมาให้สัมภาษณ์และพาดพิงถึงตัวเขา หรือที่เป็นประเด็นถกเถียงกันเสมอๆ ก็คือ เคนนี จี เป็นแจ๊สจริงหรือไม่ บางคนถึงกับบอกว่า เคนนี จี เป็นแจ๊สแบบแมคโดนัลด์ (หรือแบบรับประทานด่วน) เพราะบังเอิญผลงานของเขาถูกนักการตลาดไปจับวางตำแหน่งสินค้าไว้ในกลุ่มแจ๊ส (Jazz Category) ซึ่งทำให้คนฟังจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่านี่คือ แจ๊ส บ้างล่ะ

หากเราพิจารณาจากพื้นฐานของคำนิยามสักหน่อย เราจะพบว่า แจ๊สเป็นดนตรีที่ให้ความสำคัญแก่ปฏิสัมพันธ์ของนักดนตรีภายในวงอย่างเท่าเทียม การบรรเลงแต่ละครั้ง แม้ในเพลงเดียวกัน ก็ยังเน้นความสดใหม่ ไม่มีการจำมาเล่นอย่างจายตัว

ดังนั้น เมื่อมองผ่านเกณฑ์ที่ว่านี้ ดนตรีของ เคนนี จี ย่อมไม่ใช่แจ๊ส แม้จะเป็นกลุ่มเพลงบรรเลงที่มีกลิ่นแจ๊สอยู่บ้างก็จริง แต่โดยหลักแล้วควรจะเป็น Light Music มากกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง คงต้องเน้นย้ำด้วยว่า ดนตรี Light Music ก็มิใช่คำกล่าวแบบดูถูกเหยียดหยามแต่อย่างใด ในอดีตนั้นมีศิลปินกลุ่มนี้ที่สร้างงานคุณภาพมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ ลาสต์ , พอล มอเรียต หรือใครต่อใคร เคนนี จี เองก็สร้างงานคุณภาพ และมีตัวตนทางดนตรีที่ชัดเจน เพียงแต่เขาตัดสินใจเลือกที่จะทำงานในแนวทางนี้มากกว่า เพราะเป็นสไตล์ที่เขาถนัด

ถึงตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนฟังแล้วว่า จะฟังดนตรีแค่กลิ่นเพราะเข้าถึงง่าย หรือจะกลับไปค้นหารากเหง้าดนตรีละตินที่รุ่มรวยด้วยมรดกทางดนตรีที่ลึกซึ้ง

ตรงนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน ประสบการณ์ และการเรียนรู้ในการเสพศิลปะดนตรีของแต่ละคน.



Tennessee Waltz…รักช้ำบนฟลอร์เต้นรำ

………I was dancin’ with my darlin’ to the Tennessee Waltz
When an old friend I happened to see
I introduced her to my loved one
And while they were dancin’
My friend stole my sweetheart from me
I remember the night and the Tennessee Waltz
Now I know just how much I have lost
Yes, I lost my little darlin’ the night they were playing
The beautiful Tennessee Waltz……………

เพลงรักอมตะชิ้นนี้มีอายุครบ 60 ปีในปีนี้ (2007) พอดี แต่งขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย เร็ดด์ สจ๊วร์ท และ พี วี คิง เมื่อปี ค.ศ.1946-1947 (more…)



จอห์น พาทิทุคชี เสนาะสำเนียงเบส

patitucci2

เรื่องโดย อนันต์ ลือประดิษฐ์

นอกจาก Pilgrimage ผลงานชุดสุดท้ายของ ไมเคิล เบรคเกอร์ นักแซ็กโซโฟนผู้วายชนม์ไปก่อนวัยอันควร ซึ่งจัดเป็นตัวเก็งสำคัญของรางวัลแกรมมี่ในสาขาอัลบั้มแจ๊สยอดเยี่ยมประจำปี 2008 แล้ว คู่ชิงที่ดูสูสีกันไม่น้อย เห็นจะหนีไม่พ้นอัลบั้ม Line By Line ของ จอห์น พาทิทุคชี มือเบสระดับพระกาฬคนหนึ่งของวงการแจ๊สวันนี้ (more…)



Pilgrimage มรดกชิ้นสุดท้าย ไมเคิล เบรคเกอร์ เหลือไว้ให้แจ๊ส

brecker3

เรื่องโดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ

13 มกราคม ปีที่แล้ว ไมเคิล เบรคเกอร์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในเม็ดโลหิตขาว (Leukemia) ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครนิวยอร์ก คนทั้งวงการแจ๊สต่างอาลัยกับการจากไปของนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ (more…)



ดีดี บริดจ์วอเตอร์ ค้นพบตัวเองที่มาลี

bridgewater2

เรื่องโดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ

Red Earth อัลบั้มล่าสุดของ ดีดี บริดจ์วอเตอร์ ได้เข้ารอบสุดท้ายในการชิงรางวัล ‘แกรมมี่’ ซึ่งจะประกาศผลช่วงกลางเดือนหน้า เท่าที่พิจารณาจากเนื้อหาของเพลงในแผ่นชุดนี้ คิดว่าน่าจะเอาชนะคู่แข่งอีก 4 ชุดได้ (more…)