<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BangkokJazzLife.com &#187; Thai Musicians</title>
	<atom:link href="http://www.bangkokjazzlife.com/archives/category/thai-musician/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bangkokjazzlife.com</link>
	<description>The Best Companion for Thai Jazz Society</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 06:03:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>พิสุทธิ ประทีปะเสน</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2196</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2196#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2012 06:01:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=2196</guid>
		<description><![CDATA[
            พิสุทธิเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 10 ขวบ แต่หันมาสนใจดนตรีแจ๊สจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 16 ปี โดยเล่นเครื่องดนตรีคือแซ็กโซโฟน จากนั้นเขาได้เข้าประกวดดนตรีเยาวชนของวิทยาลัยดุริยางศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 1 ปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงได้โควตาเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล
            ความสำเร็จข้างต้นเป็นตัวจุดประกายให้พิสุทธิเริ่มศึกษาดนตรีแจ๊สกับ อ.เด่น อยู่ประเสริฐ, อ.กฤต บูรณะวิทยวุฒิ, อ. Dan Phillip และ Don Aligo, ได้ร่วมแสดงในงาน World Saxophone Congress 13th Minneapolis, Minnesota ประเทศสหรัฐอเมริกา
เครื่องดนตรี :  แซ็กโซโฟน
ปัจจุบัน 
- อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร 
- สมาชิกวงทีโบน ตำแหน่ง เทเนอร์แซกโซโฟน
- สมาชิกวงแม้นศรี ของอาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2544
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="aligncenter size-full wp-image-2197" title="pisut" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2012/02/pisut.jpg" alt="pisut" width="200" height="293" /></strong></p>
<p>            พิสุทธิเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 10 ขวบ แต่หันมาสนใจดนตรีแจ๊สจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 16 ปี โดยเล่นเครื่องดนตรีคือแซ็กโซโฟน จากนั้นเขาได้เข้าประกวดดนตรีเยาวชนของวิทยาลัยดุริยางศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 1 ปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงได้โควตาเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล<span id="more-2196"></span></p>
<p>            ความสำเร็จข้างต้นเป็นตัวจุดประกายให้พิสุทธิเริ่มศึกษาดนตรีแจ๊สกับ อ.เด่น อยู่ประเสริฐ, อ.กฤต บูรณะวิทยวุฒิ, อ. Dan Phillip และ Don Aligo, ได้ร่วมแสดงในงาน World Saxophone Congress 13th Minneapolis, Minnesota ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p><strong><strong>เครื่องดนตรี </strong><strong>:  แซ็กโซโฟน</strong></strong></p>
<p><strong>ปัจจุบัน </strong><strong></strong></p>
<p>- อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร </p>
<p>- สมาชิกวงทีโบน ตำแหน่ง เทเนอร์แซกโซโฟน</p>
<p>- สมาชิกวงแม้นศรี ของอาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2544</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2196/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Mellow Motif</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2065</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2065#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Aug 2011 06:03:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=2065</guid>
		<description><![CDATA[
        จุดกำเนิดของ เมลโลว์ โมทิฟ เริ่มต้นขึ้นที่เมืองพิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา นำโดย โอ่ง ณัฐชา ปัทมพงศ์ นักร้องนำ และ ยูจีน อัง มือเปียโนชาวสิงคโปร์ โดยมีเพื่อนนักดนตรีมากหน้าหลายตามาสนับสนุน
        ในชุดแรก “เมลโลว์ โมทิฟ” ประกอบด้วย โอม นฤป เพชรรักษ์ แห่ง เอ็กซอติค เพอร์คัสชั่น และ เอ๊าะ วรรณวุฒิ วรรณารุณ มือเบส แห่งวง สกาย คิก เรนเจอร์  พร้อมแขกรับเชิญเพิ่มเติมในบางเพลง โดยเลือกเพลงในกลุ่ม แจ๊ส สแตนดาร์ด และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2011/08/mellow1-299x300.jpg" alt="mellow1" title="mellow1" width="299" height="300" class="aligncenter size-medium wp-image-2067" /></p>
<p>        จุดกำเนิดของ เมลโลว์ โมทิฟ เริ่มต้นขึ้นที่เมืองพิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา นำโดย โอ่ง ณัฐชา ปัทมพงศ์ นักร้องนำ และ ยูจีน อัง มือเปียโนชาวสิงคโปร์ โดยมีเพื่อนนักดนตรีมากหน้าหลายตามาสนับสนุน<br />
        ในชุดแรก “เมลโลว์ โมทิฟ” ประกอบด้วย โอม นฤป เพชรรักษ์ แห่ง เอ็กซอติค เพอร์คัสชั่น และ เอ๊าะ วรรณวุฒิ วรรณารุณ มือเบส แห่งวง สกาย คิก เรนเจอร์  พร้อมแขกรับเชิญเพิ่มเติมในบางเพลง โดยเลือกเพลงในกลุ่ม แจ๊ส สแตนดาร์ด และ บอสซา โนวา รวมถึงเพลงร่วมสมัยอื่นๆ ที่หยิบมาเรียบเรียงใหม่ เช่น Lemon Tree  ของ ฟุลส์ การ์เดน เป็นต้น<br />
         ส่วนชุดที่ 2 “สบายดี”  ทิศทางการทำงานของ “เมลโลว์ โมทิฟ” ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ กล่าวคือไม่เน้นการปรุงแต่ง หรือปรับสไตล์ให้หลากหลายเอาใจตลาดจนเกินไป แต่มุ่งนำเสนอชีพจรสวิง (Swing) กับซาวด์อะคูสติคอิ่มๆ ให้ผู้ฟังได้เสพกันอย่างเต็มที่<br />
         จากอัลบั้มหลัง ต่อเนื่องจนถึงการแสดงสด โอ่ง ณัฐชา ปัทมพงศ์ นักร้องนำ ร่วมกับเพื่อนนักเปียโนชาวสิงคโปร์ ยูจีน อาง ทำหน้าที่ร่วมกันโปรดิวซ์ แต่งเพลงบางเพลง ส่วนนักดนตรีคนอื่นๆ ล้วนเป็นยอดฝีมือในวงการ เช่น ฮง ชนุตร์ เตชธนนันท์ มือกลอง, โอ๋ พรชาติ วิริยภาค มือเบส, แมว พงษ์ศิริ ขจรเวคิน มือกีตาร์ และ สฤษฎ์ ตันเป็นสุข มือทรัมเป็ต ฯ<br />
          โดยภาพรวม “เมลโลว์ โมทิฟ” คือศิลปินแจ๊สรุ่นใหม่ของไทยที่นำเสนอความเป็นสากลของดนตรีแขนงนี้ ด้วยอัตลักษณ์แบบเอเชีย วัตถุดิบส่วนหนึ่งนั้น เป็นงานเพลงสแตนดาร์ด (American Standard Songbook) ที่คัดสรรมาด้วยความรักความชื่นชอบส่วนตัว แต่ยังมีเพลงไทยที่นำมาเรียบเรียงใหม่ให้ได้คอนเซ็พท์ที่ต้องการ เพื่อขยายประสบการณ์และพรมแดนของการฟังดนตรีให้กว้างไกลออกไปยิ่งขึ้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2065/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Rangsit University Jazz Orchestra</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2015</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2015#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2011 04:28:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=2015</guid>
		<description><![CDATA[
วง Rangsit University Jazz Orchestra (RSU Jazz Orchestra) เป็นวงดนตรีแจ๊สบิ๊กแบนด์ขนาดใหญ่ มีจำนวนนักดนตรีทั้งสิ้น 20 ชีวิต ประกอบด้วย คณาจารย์ของวิทยาลัยดนตรีและนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งและควบคุมวงโดย ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรีที่มีประสบการณ์ด้านดนตรและการควบคุมวงแจ๊สบิ๊กแบนด์ในประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลายาวนาน และ นาวาตรี นบ ประทีปเสน รองคณบดีฝ่ายบริหารและอาจารย์ประจำของวิทยาลัยดนตรี ผู้มีประสบการณ์ควบคุมวงบิ๊กแบนด์ของราชนาวีไทย และ ผู้อยู่เบื้องหลังการประพันธ์เพลง และควบคุมวงดนตรีประกอบการแสดงละคร Musical หลายเรื่องในประเทศไทย
วง RSU Jazz Orchestra ได้เคยจัดการแสดงคอนเสิร์ตเปิดตัววงโดยใช้ชื่อว่า “Rangsit University Jazz Orchestra Monday Night Live! ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2553 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมจนกระทั่งหอประชุมล้น การได้รับเกียรติร่วมแสดงโดยมี Ms. Maria Schneider มาเป็นผู้ควบคุมวง และนำเพลงของเธอมาบรรเลงในกิจกรรมเดือนกันยายน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2016" title="rsu-band[1]" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2011/06/rsu-band1.jpg" alt="rsu-band[1]" width="300" height="225" /></p>
<p>วง Rangsit University Jazz Orchestra (RSU Jazz Orchestra) เป็นวงดนตรีแจ๊สบิ๊กแบนด์ขนาดใหญ่ มีจำนวนนักดนตรีทั้งสิ้น 20 ชีวิต ประกอบด้วย คณาจารย์ของวิทยาลัยดนตรีและนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งและควบคุมวงโดย ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดนตรีที่มีประสบการณ์ด้านดนตรและการควบคุมวงแจ๊สบิ๊กแบนด์ในประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นเวลายาวนาน และ นาวาตรี นบ ประทีปเสน รองคณบดีฝ่ายบริหารและอาจารย์ประจำของวิทยาลัยดนตรี ผู้มีประสบการณ์ควบคุมวงบิ๊กแบนด์ของราชนาวีไทย และ ผู้อยู่เบื้องหลังการประพันธ์เพลง และควบคุมวงดนตรีประกอบการแสดงละคร Musical หลายเรื่องในประเทศไทย<span id="more-2015"></span><br />
วง RSU Jazz Orchestra ได้เคยจัดการแสดงคอนเสิร์ตเปิดตัววงโดยใช้ชื่อว่า “Rangsit University Jazz Orchestra Monday Night Live! ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2553 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมจนกระทั่งหอประชุมล้น การได้รับเกียรติร่วมแสดงโดยมี Ms. Maria Schneider มาเป็นผู้ควบคุมวง และนำเพลงของเธอมาบรรเลงในกิจกรรมเดือนกันยายน 2553 ครั้งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของวงการดนตรีแจ๊สไทย ซึ่งคณาจารย์และ นักศึกษา รวมถึงผู้ชมจะได้รับประสบการณ์ใหม่ จากบทเพลงของ<br />
Maria Schneider ที่ขึ้นชื่อว่ายาก และมีความซับซ้อนแต่เปี่ยมไปด้วยความไพเราะมากที่สุด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/2015/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Mahidol Jazz Orchestra</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/1915</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/1915#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Mar 2011 02:57:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=1915</guid>
		<description><![CDATA[
Mahidol Jazz Orchestra (MJO) ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 2003 โดยนักเรียนในสาขาวิชาดนตรีแจ๊สของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ภายใต้การกำกับดูแลของ Dr. Joseph Bowman และภายใต้คำแนะนำของ
Dr. Gene Aitken ออกแสดงสู่สายตาของสาธารณะชนครั้งแรกเมื่อปี 2004 ที่ออดิทอเรียมในอาคาร Siam Motors Buliding สำนักงานใหญ่บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ผู้นำเข้า และจำหน่าย เครื่องเสียงระดับโลกแบรนด์ Yamaha จากนั้นได้มีการพัฒนาทักษะการแสดงอย่างต่อเนื่องร่วมกับคอนดักเตอร์หลายท่าน อาทิ
 Shuichi Komiyama, David Hart, Udo Van Boven, และ Hashem Assadullahi
            ในปี 2007 ได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงในงาน Chiayi Music Festival 2007-2008, Taiwan ROC และล่าสุดเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาตืประจำปี 2553 วง MJO เป็นวงแจ๊สออร์เคสตราที่สามารถบรรเลงเพลงแจ๊สในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น เพลงสแตนดาร์ด ลาติน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-1916" title="IMG_1987_1" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2011/03/IMG_1987_1-300x199.jpg" alt="IMG_1987_1" width="300" height="199" /></p>
<p>Mahidol Jazz Orchestra (MJO) ก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 2003 โดยนักเรียนในสาขาวิชาดนตรีแจ๊สของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ภายใต้การกำกับดูแลของ Dr. Joseph Bowman และภายใต้คำแนะนำของ</p>
<p>Dr. Gene Aitken ออกแสดงสู่สายตาของสาธารณะชนครั้งแรกเมื่อปี 2004 ที่ออดิทอเรียมในอาคาร Siam Motors Buliding สำนักงานใหญ่บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ผู้นำเข้า และจำหน่าย เครื่องเสียงระดับโลกแบรนด์ Yamaha จากนั้นได้มีการพัฒนาทักษะการแสดงอย่างต่อเนื่องร่วมกับคอนดักเตอร์หลายท่าน อาทิ</p>
<p> Shuichi Komiyama, David Hart, Udo Van Boven, และ Hashem Assadullahi<span id="more-1915"></span></p>
<p>            ในปี 2007 ได้รับเกียรติให้ร่วมแสดงในงาน Chiayi Music Festival 2007-2008, Taiwan ROC และล่าสุดเข้าร่วมงานเทศกาลดนตรีแจ๊สนานาชาตืประจำปี 2553 วง MJO เป็นวงแจ๊สออร์เคสตราที่สามารถบรรเลงเพลงแจ๊สในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น เพลงสแตนดาร์ด ลาติน เพลงร้อง เพลงในสไตล์ฟิวชั่น</p>
<p>รวมถึงเพลงคลาสสิคในสไตล์ Symphonic Band (วงที่ไม่มีเครื่องสาย) โดยหยิบยกงานเพลงของนักแต่งเพลงชื่อดังอย่าง Gordon Goodwin, Maria Schneider, Bob Mintzer, Bub Curnow และ Mark Tylor</p>
<p>            ปัจจุบันวง MJO อยู่ภายใต้การดูแลของ Taweesak Booranapanitpan, Annawin Kerdteesud, และ Sarit Tanpensuk</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/1915/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศรายุทธ สุปัญโญ</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/1830</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/1830#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Jan 2011 03:21:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=1830</guid>
		<description><![CDATA[
เกิดที่ปากนํ้าโพ จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2493 ในครอบครัวดนตรีที่คุณพ่อเป็นเจ้าของวงดนตรีไทยเดิม เขาเริ่มเรียนดนตรีไทยตั้งแต่อายุ 4 ขวบจนกระทั่งอายุ 16 ปี และคลุกคลีอยู่ในวงจนกระทั่งอายุ 16 ปี สามารถเล่นเครื่องดนตรีไทยได้แทบทุกชนิด ต่อมาย้ายตามคุณพ่อซึ่งทำงานที่การรถไฟมาอยู่ที่จ.นครราชสีมา เข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และได้เริ่มหันมาสนใจดนตรีสากลตั้งแต่ตอนนั้น เขาเข้าร่วมในวงโยธวาฑิตของโรงเรียน โดยได้รับการฝึกสอนจากคุณครูเลื่อน บรรเลงเสนาะ ต่อมาได้เรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติมจากศูนย์เยาวชนนครราชสีมา โดยมีอาจารย์ทวี สุขสุเมฆ เป็นผู้ฝึกสอน ในช่วงนี้ได้รู้จักเพลงสากลหลากหลาย อาทิ Glenn Miller, Count Basie, Buddy Morrow และ Ed Mundo Ros จากแผ่นเสียงที่ทหารอเมริกันนำออกมาขาย และในช่วงนี้เองที่ศรายุทธเริ่มเขียนโน๊ตและศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานด้วยตัวเอง ในขณะที่ยังเป็นนักเรียนอยู่
เมื่อศึกษาจบชั้น มศ.5 ศรายุทธศึกษาดนตรีสากลเพิ่มเติมจากโรงเรียนดนตรีของสยามกลการ เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์(ดร.)แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ และอาจารย์ประสิทธิ์ พยอมยงค์ จนกระทั่งหันมาเล่นดนตรีสากลอย่างจริงจังและมีงานเล่นที่ SANNY NIGHT CLUB ในจ.นครราชสีมา เมื่ออายุได้ 19 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-1831" title="Sarayout_Su" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2011/01/Sarayout_Su-199x300.jpg" alt="Sarayout_Su" width="199" height="300" /></p>
<p>เกิดที่ปากนํ้าโพ จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2493 ในครอบครัวดนตรีที่คุณพ่อเป็นเจ้าของวงดนตรีไทยเดิม เขาเริ่มเรียนดนตรีไทยตั้งแต่อายุ 4 ขวบจนกระทั่งอายุ 16 ปี และคลุกคลีอยู่ในวงจนกระทั่งอายุ 16 ปี สามารถเล่นเครื่องดนตรีไทยได้แทบทุกชนิด ต่อมาย้ายตามคุณพ่อซึ่งทำงานที่การรถไฟมาอยู่ที่จ.นครราชสีมา เข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และได้เริ่มหันมาสนใจดนตรีสากลตั้งแต่ตอนนั้น เขาเข้าร่วมในวงโยธวาฑิตของโรงเรียน โดยได้รับการฝึกสอนจากคุณครูเลื่อน บรรเลงเสนาะ ต่อมาได้เรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติมจากศูนย์เยาวชนนครราชสีมา โดยมีอาจารย์ทวี สุขสุเมฆ เป็นผู้ฝึกสอน ในช่วงนี้ได้รู้จักเพลงสากลหลากหลาย อาทิ Glenn Miller, Count Basie, Buddy Morrow และ Ed Mundo Ros จากแผ่นเสียงที่ทหารอเมริกันนำออกมาขาย และในช่วงนี้เองที่ศรายุทธเริ่มเขียนโน๊ตและศึกษาการเรียบเรียงเสียงประสานด้วยตัวเอง ในขณะที่ยังเป็นนักเรียนอยู่<br />
เมื่อศึกษาจบชั้น มศ.5 ศรายุทธศึกษาดนตรีสากลเพิ่มเติมจากโรงเรียนดนตรีของสยามกลการ เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์(ดร.)แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ และอาจารย์ประสิทธิ์ พยอมยงค์ จนกระทั่งหันมาเล่นดนตรีสากลอย่างจริงจังและมีงานเล่นที่ SANNY NIGHT CLUB ในจ.นครราชสีมา เมื่ออายุได้ 19 ปี จากนั้นย้ายมาเล่นดนตรีในกรุงเทพตามคำชักชวนของ พี่สาว คือฉันทนา กิติยพันธ์ และพี่ชาย คือมนตรี สุปัญโญ โดยเริ่มเล่นที่ภัตราคารโคลีเซียม และได้จัดตั้งวงดนตรีร่วมกันในนาม PROFESSIONAL โดยมีฉันทนาเป็นนักร้องนํา เล่นเพลงแนว Pop, Jazz และ Standard<span id="more-1830"></span><br />
              หลังจากวง THE IMPOSSIBLE ได้ยุติลง เรวัต พุทธินันทน์ และวินัย พันธุรักษ์ ได้ชักชวนศรายุทธจัดตั้งวง THE ORIENTAL FUNK ร่วมกัน โดยเล่นเพลงแนว Funky และ Soul เป็นหลัก ซึ่งเป็นช่วงที่ศรายุทธได้ศึกษาดนตรีแนว Fusion Jazz จากศิลปินต้นตํารับของเพลงแนวนี้ อาทิ วง SPYRO GYRA, Larry Carlton, Lee Ritenour, Dave Grusin และ Bob James เป็นแม่แบบ<br />
ศรายุทธและวง THE ORIENTAL FUNK ได้สร้างผลงานอมตะให้แก่วงการเพลงไทยมากมาย อาทิ เพลง “รักเพรียกหา” ที่ศรายุทธแต่งทํานอง และเรวัต พุทธินันทน์ แต่งคําร้อง เพื่อเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “แก้ว” ผลงานกํากับของเปี๊ยก โปสเตอร์ เป็นต้น<br />
             ศรายุทธอยู่กับวง THE ORIENTAL FUNK ได้ 3 ปีก่อนที่จะลาออกจากวง และได้จัดตั้งวงใหม่ชื่อว่า MAGNIFICENT YAMAHA ซึ่งนับได้ว่าเป็นวงดนตรีแนว Fusion Jazz วงแรกของเมืองไทย ภายใต้การสนับสนุนของคุณหญิงพรทิพย์ พรประภา(ณรงค์เดช) จากนั้นต้องยุติวงไปหลังจากตั้งวงได้เพียง 1 ปี เนื่องจากดนตรีแนวนี้ใหม่เกินไปสําหรับเมืองไทยจึงไม่เป็นที่นิยมมากนัก<br />
             ศรายุทธ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกวง GRAND EX’ ในปี พ.ศ. 2525 และนําพัฒนาการทางดนตรีมาสู่วงอย่างมากมาย ทำให้วงแกรนด์เอ็กซ์เป็นวงที่มีทักษะทางดนตรียอดเยี่ยม และสร้างประวัติศาสตร์หลายอย่างให้กับวงการเพลงของเมืองไทย อาทิ สร้างยอดขายนับล้านชุดหลายอัลบั้ม และเป็นวงดนตรีวงแรกที่มีนิตยสาร (IQ, GX’) มีรายการวิทยุ (กระป๋อง กระแป๋ง) และมี FAN CLUB อย่างเป็นทางการ วงแรกของเมืองไทย<br />
ในผลงานของวง GRAND EX’ ศรายุทธได้แต่งและรียบเรียงเสียงประสานเพลงฮิต ๆ ให้กับวงมากมายอาทิ “อาลัย”, “เดียวดาย”, “เพียงสบตา”, “เชื่อฉัน” , “รักใน C Major” และ “โลกที่ไม่เท่ากัน” เป็นต้น ในช่วงที่อยู่กับวง GRAND EX’ ศรายุทธยังได้นําเสนอเพลงบรรเลง Fusion Jazz เพลงแรกของเมืองไทยคือ “ทราย” และเพลงร้องแนว Jazz Rock ชื่อ เดียวกับชื่ออัลบั้มคือ “เพชร” เมื่อปีพ.ศ. 2526 อีกด้วย<br />
             หลังจากอยู่วง GRAND EX’ ได้ 2 ปี ก็ได้แยกตัวออกมาก่อตั้งวง INFINITY ร่วมกับ เทวัญ ทรัพย์แสนยากร (Saxophone), ชุมพล สุปัญโญ (Guitar) , โซเฟี่ยน (Bass), เอ็นโซ่ นักร้องและผู้เขียนเนื้อเพลงภาษาอังกฤษ ชาวอิตาลี, ยงยุทธ มีแสง (Trumpet) จอร์จ ยงศิริ (Drums) และอภิไชย เย็นพูนสุข (Keyboard) ทั้งหมดจัดได้ว่าเป็นนักดนตรีฝีมือดีมากประสบการณ์ ด้วยกันทั้งสิ้น<br />
            วง INFINITY ออกอัลบั้มแรก “THE CANDLELIGHT BLUES” กับสังกัดแผ่นเสียงระดับโลกอย่าง WEA RECORDS (Warner, Elektra, Atlantic) โดยในอัลบั้มแรกของวง ได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “แสงเทียน” หรือ “THE CANDLELIGHT BLUES” มาบรรเลงและตั้งชื่ออัลบั้มเพื่อความเป็นศิริมงคล เมื่อปี พ.ศ. 2529 ในชุดนี้ยังมีเพลงร้องที่เขียนเนื้อร้องภาษาอังกฤษโดย เอ็นโซ่ นักร้องนําของวง และมีฉันทนา กิติยพันธ์ เป็นศิลปินรับเชิญขับร้องในเพลง “Flying Away” และมีเรวัต พุทธินันทน์ ใส่เนื้อเพลงภาษาอังกฤษให้กับเพลง “Moving On” หรือเพลง “ทราย” เพลงบรรเลงจากอัลบั้ม“เพชร” ของวง GRAND EX’ ที่ศรายุทธเคยทําไว้นั่นเอง<br />
            ปี พ.ศ. 2530 INFINITY ออกอัลบั้มที่ 2 “MAJESTIC RAIN” กับสังกัด EMI โดยได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ “สายฝน” หรือ “MAJESTIC RAIN” มาบรรเลงอีกครั้ง ในอัลบั้มนี้มีเพลงร้องอย่าง “I Have You” ที่ขับร้องโดยฉันทนา กิติยพันธ์ และเพลงอมตะของ John Lennon อย่าง “IMAGINE”<br />
ปี พ.ศ. 2531 อัลบั้มทื่ 3 “NOW&amp;THEN” ก็ตามออกมา ในสังกัด Grammy ที่ร่วมก่อตั้งโดย เรวัต พุทธินันทน์<br />
           อัลบัมนี้มีเพลงดังของวงอย่าง “Lonely Cloud” มาเรียบเรียงใหม่ และได้นําเพลงฮิตอย่าง “เพียงแค่ใจเรารักกัน” และ “เหมือนเป็นคนอื่น” มาเรียบเรียงใหม่ในแนว Fusion Jazz ในชุดนี้ได้เปลี่ยนมือกลองและเบสมาเป็น วรฤทธิ์ เลห์วิสุทธ์ และ ประสิทธิ์ เหลืองอรุณ<br />
           ปี พ.ศ. 2532 อัลบั้มที่ 4 “NIGHT&amp;DAY” หรือ “วันและคืน” เป็นการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาบรรเลงทั้งอัลบั้ม ในรูปแบบ Fusion Jazz อาทิ “เกาะในฝัน”, “ไร้เดือน” ออกจําหน่ายภายใต้สังกัด Grammy<br />
            3 ปีต่อมา ใน พ.ศ. 2535 อัลบั้มที่ 5 “NIGHTWINGS” หรือ “ปีกฝัน” ร่วมกับสังกัด CBS/EPIC (ต่อมากลายเป็น Sony Music) มีเพลงฮิตอย่าง “You’ll Be Mine” ขับร้องโดยวรรณยศ มิตรานนท์ และสุภาวดี บุญมี ในอัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนสมาชิกใหม่ คือ มือ Saxophone ชาวอเมริกัน Mr.Daniel A. Kiely เข้ามาแทน เทวัญ ทรัพย์แสนยากร ที่แยกตัวออกไป อัลบั้มนี้นับเป็นก้าวแรกของ บอยด์ โกสิยพงษ์ ที่ได้มาศึกษาการทํางาน และร่วมแต่งบางเพลงในอัลบั้ม หลังจากจบการศึกษาจากต่างประเทศในช่วงนั้นด้วย<br />
             ปี พ.ศ. 2537 ออกอัลบั้ม “TOGETHER” ร่วมกับสังกัด Sony Music อีกครั้ง มี Mr.Ben Findon เป็นโปรดิวเซอร์ ร่วม ด้วย บอยด์ โกสิยพงษ์ ผู้แต่งคําร้องเพลง “Together Again” และ “Tell Her” ทั้ง 2 เพลงขับร้องโดย Angelita Li ที่ต่อมากลายเป็นศิลปินเดี่ยวยอดนิยมในแถบเอเชียและยุโรป อัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกอีกครั้ง มี เศกพล อุ่นสําราญ หรือ Koh Mr.Saxman มาเป็นมือ Saxophone แทนที่ Mr. Daniel R. Kelly<br />
            ในปี พ.ศ. 2548 ห่างจากอัลบั้มที่ 6 นานถึง 12 ปี วง INFINITY จึงได้ออกอัลบั้มชุดที่ 7 คือ “FOURCOLORS” โดยมี<br />
สมาชิก 2 คนใหม่คือ วรรณยศ มิตรานนท์ และ วิโรจน์ สถาปนาวัตร เป็นสมาชิกใหม่ ในอัลบั้มชุดนี้วง INFINITY ได้ผสมผสานดนตรีไทยทั้ง 4 ภาค ตามแนวคิดของศรายุทธ และกลายเป็นเอกลักษณ์ของวง ที่ในทุกอัลบั้มจะมีเพลงไทยเดิมนำมาเรียบเรียงใหม่ในแบบ Fusion Jazz นชุดนี้ก็ อัลบั้มนี้ยังเป็นอัลบั้มแรกของ INFINITY ที่ได้<br />
ออกจําหน่ายไปทั่วโลกผ่าน iTunes และ Amazon อีกด้วย<br />
            ในปีเดียวกันอัลบั้มชุดที่ 8 เป็นอัลบั้มบันทึกการแสดงสดชื่อ The Miracle ตามด้วยผลงานลำดับที่ 9 “ANDAMAN DAYS” ในปี 2550 ในอัลบั้มนี้ได้ผ่านกระบวนการบันทึกเสียงและทําต้นฉบับอย่างปราณีตจากประเทศอังกฤษ โดยไปบันทึกเสียงบางส่วนที่ Abbey Road Studio และมีนักดนตรีเครื่องเป่าฝีมือมาร่วมบันทึกเสียง ในอัลบั้มนี้ทางวงได้เพิ่มสมาชิกใหม่ คือ มินท์-ภาสกร โมระศิลปิน มือ Tenor Saxophone, Soprano Saxophone &amp; EWI ไฟแรง และได้เปลี่ยนมือกลองจาก วรรณยศ มิตรานนท์ มาเป็น สุทธิพงษ์ ปานคง อัลบั้มนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากลด้วย<br />
          และในวาระครบรอบ 25 ปีของวง ในปีพ.ศ. 2553 อัลบั้มชุดที่ 10 “TEN” โดยนําเพลงอมตะยุค ’50-’60 ของสหรัฐอเมริกาอาทิ “Love For Sale” และ “Summertime” มาบรรเลงใหม่ และเป็นอีกก้าวหนึ่งของวงที่ได้ร่วมงานกับซาวด์เอนจิเนียร์ระดับโลกอย่าง Ken Freeman และ Steve Vavagiakis</p>
<p>         จากแนวแนวคิดของ ศรายุทธ ที่วางไว้ว่าในทุกอัลบั้มจะมีเพลงไทยเดิมนํามาทําใหม่ เพื่อเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล จึงได้มีเพลงอย่าง ต้นบรเทศ (Song For Success), สร้อยแสงแดง, คลื่นกระทบฝั่ง (Blue Waves On The Shore) ในรูปแบบของ Fusion Jazz ต่อมาศรายุทธและวง INFINITY ได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน ถึง 3 รางวัล จากเพลง หนึ่งมิดชิดใกล้ เพลง ต้นบรเทศ และเพลง คลื่นกระทบ นอกจากนี้อัลบั้ม “FOURCOLORS” และ “ANDAMAN DAYS” ยังคว้ารางวัลสีสันอวอร์ดมาครอง อัลบั้ม FOURCOLORS ยังได้รับรางวัล “คมชัดลึกอวอร์ด” มาครองอีก 1 รางวัล<br />
         และจากปณิธานและความไฝ่ฝันของศรายุทธ ที่ต้องการสร้างสรรค์และเผยแพร่ดนตรี Jazz ฝีมือคนไทย ไปสู่ระดับสากลให้ได้ ปัจจุบันผลงานของศรายุทธและวง INFINITY ถูกเผยแพร่และออกจําหน่ายทั่วโลกผ่านทาง iTunes, Amazon.com และอีกหลายช่องทางแล้ว พวกเขา ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศ และยังคงสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพในนาม Thai Jazz ต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/1830/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

