<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BangkokJazzLife.com &#187; ละติน</title>
	<atom:link href="http://www.bangkokjazzlife.com/archives/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bangkokjazzlife.com</link>
	<description>The Best Companion for Thai Jazz Society</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 06:03:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เอ็ดดี ปัลเมียรี ร้อนแรงด้วยบีทละติน</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/545</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/545#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 08:17:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[Eddie Palmieri]]></category>
		<category><![CDATA[ละติน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=545</guid>
		<description><![CDATA[
Artist :Eddie Palmieri
Album : Listen Here !
Record : Concord Picante 2005 (CD)
เอ็ดดี ปัลเมียรี ร้อนแรงด้วยบีทลาติน
เป็นไปตามความคาดหมาย ผลรางวัลแกรมมี่ปีนี้ (ค.ศ.2006) เอ็ดดี ปัลเมียรี (Eddie Palmieri) มือเปียโนชาวอเมริกันเชื้อสายเปอร์โตริกัน วัย 70 ปี คว้ารางวัลแกรมมี่ตัวที่ 7 ไปครองในสาขาอัลบั้มดนตรีลาตินแจ๊สยอดเยี่ยม จากอัลบั้ม Listen Here ! ที่ออกกับสังกัด &#8220;คองคอร์ด ปิกานเต&#8221;
แวดวงนักฟังแจ๊สบ้านเรา น่าจะรู้จักคุ้นเคยกับ เอ็ดดี ระดับหนึ่ง เพราะผลงานของเขาสรรหามาฟังได้ไม่ยากเย็นนัก อีกทั้งแนวดนตรีลาตินแจ๊สอันเร่าร้อนด้วยชีพจรซัลซ่า ผสมด้วยจังหวะรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รุมบ้า, กวนกวนโก, แมมโบ ฯลฯ ถือว่าเป็นมนต์เสน่ห์อันไม่ยากแก่การเข้าถึงแต่อย่างใด
เอ็ดดี เติบโตมาในย่าน เซาธ์ บรองซ์ ของมหานครนิวยอร์ก เขาเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่อมีโอกาสเติบโตและได้เล่นดนตรีที่ แพลลาเดียม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-548" title="003" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/04/003.jpg" alt="003" width="190" height="190" /></p>
<p>Artist :Eddie Palmieri<br />
Album : Listen Here !<br />
Record : Concord Picante 2005 (CD)</p>
<p><strong>เอ็ดดี ปัลเมียรี ร้อนแรงด้วยบีทลาติน</strong></p>
<p>เป็นไปตามความคาดหมาย ผลรางวัลแกรมมี่ปีนี้ (ค.ศ.2006) เอ็ดดี ปัลเมียรี (Eddie Palmieri) มือเปียโนชาวอเมริกันเชื้อสายเปอร์โตริกัน วัย 70 ปี คว้ารางวัลแกรมมี่ตัวที่ 7 ไปครองในสาขาอัลบั้มดนตรีลาตินแจ๊สยอดเยี่ยม จากอัลบั้ม Listen Here ! ที่ออกกับสังกัด &#8220;คองคอร์ด ปิกานเต&#8221;</p>
<p>แวดวงนักฟังแจ๊สบ้านเรา น่าจะรู้จักคุ้นเคยกับ เอ็ดดี ระดับหนึ่ง เพราะผลงานของเขาสรรหามาฟังได้ไม่ยากเย็นนัก อีกทั้งแนวดนตรีลาตินแจ๊สอันเร่าร้อนด้วยชีพจรซัลซ่า ผสมด้วยจังหวะรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รุมบ้า, กวนกวนโก, แมมโบ ฯลฯ ถือว่าเป็นมนต์เสน่ห์อันไม่ยากแก่การเข้าถึงแต่อย่างใด<br />
เอ็ดดี เติบโตมาในย่าน เซาธ์ บรองซ์ ของมหานครนิวยอร์ก เขาเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่อมีโอกาสเติบโตและได้เล่นดนตรีที่ แพลลาเดียม บอลรูม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น &#8220;บ้านของดนตรีแมมโบ&#8221; ตั้งอยู่บนถนนสายที่ 53 ย่านแมนฮัตตันของเมืองนิวยอร์ก ในช่วงทศวรรษ 1960s</p>
<p>จากนั้น เขาซึมซับรูปแบบดนตรีแจ๊สมาอย่างเต็มๆ เพียงแต่อาจจะไม่เบนเข็มสู่ถนนสายแจ๊สโดยตรงเหมือนอย่าง ชาร์ลี ปัลเมียรี ผู้เป็นพี่ชาย<br />
ในทางตรงกันข้าม เอ็ดดี กลับนำความรู้ทางด้านแจ๊สมาใช้ จนประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงจากการทดลองผสมผสานดนตรีลาตินกับดนตรีรูปแบบต่างๆ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ในบางขณะแฟนเพลงค้นพบว่า ผลงานของ เอ็ดดี ปัลเมียรี แม้จะไม่ยากแก่การเข้าถึง แต่ก็พลิกผันจากความคาดหมายเดิมๆ เสมอ<br />
เอ็ดดี ปัลเมียรี กำลังจะมีอายุครบ 70 ปีเต็มในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.2006 นี้ นับเป็นมือเปียโนรุ่นตำนาน  เป็นมือเรียบเรียงเสียงประสาน, นายวง และนักแต่งเพลงที่ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>Listen Here !  เป็นการคืนกลับแนวทางดนตรีลาตินแจ๊สแบบมาตรฐาน มีจัดวางแนวอะเรนจ์เมนต์อย่างพอเหมาะพอควร เลือกเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ตั้งแต่กีตาร์ไปจนถึงไวโอลิน และให้ความสำคัญแก่บทบาทของโซโลอิสต์รุ่นใหม่ซึ่งจัดจ้านและร้อนแรงด้วยพลังของการสร้างสรรค์<br />
จุดเด่นอยู่ตรงการเลือกสรรบทประพันธ์มารวมไว้ มีทั้งงานแต่งเอง (Original Compositions) ส่วนอีก 4 เพลงเป็นเพลงแจ๊สคลาสสิกที่รู้จักมักคุ้นกันดี เอ็ดดี นำมาปัดฝุ่นและใส่อะเรนจ์เมนต์ใหม่ โชว์ไอเดียในการเรียบเรียงและการอิมโพรไวส์อย่างแพรพราว</p>
<p>เริ่มกันจาก ไตเติลแทร็ค Listen Here ! ผลงานจากปลายปากกาของ เอ็ดดี แฮร์รี ในยุคซิกซ์ตีส์ ซึ่งมี ไมเคิล เบรคเกอร์ (ในสภาพร่างกายที่กำลังป่วยหรือไม่ &#8211; ไม่แน่ใจ) มาโซโล่เทเนอร์แซ็ก สำเนียง &#8220;แอโฟร-คิวบ็อพ&#8221; ฟังจากแนวทางโซโล่แล้วกระเดียดไปในโทนของ จอห์น โคลเทรน อ่อนๆ โดยมี คริสเชียน แมคไบรด์ มือเบสทำหน้าที่วอล์คเบสได้อย่างถึงฟีล<br />
ช่วงโซโลเบสตอนกลางของเพลงนั้น แค่โน้ตกลุ่มแรกๆ ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งที่ได้ฟัง คริสเชียน นำเสนอได้อย่างหมดจด ไม่ยืดเยื้อ ถูไถ ซ้ำไปซ้ำมา และมีความหมายทุกตัวโน้ต ผลลัพธ์โดยภาพรวมของแทร็คนี้ คือลาตินแจ๊สชั้นดีที่โน้มนำให้คุณโยกโยนตัวตามจังหวะโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>Tin Tin Deo เป็นเพลงเก่าของ ดิซซี กิลเลสปี ให้อารมณ์เยือกเย็นบนชีพจรอันรุ่มร้อน โซโลเทเนอร์แซ็กโซโฟน ของ เดวิด ซานเชซ ในเพลงนี้ช่างสละสลวยและนุ่มละมุนละไมยิ่งนัก ความคิดของเขาพร่างพรูอย่างต่อเนื่อง และไม่ขาดสาย โดยมีแอคคอมพานีเปียโนที่เปี่ยมด้วยสุขุมคัมภีรภาพ เป็นการนำภาพร่างของอดีตมาฉายให้เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกร่วมสมัย<br />
ตรงข้ามกับ Tin Tin Deo  เมื่อมาถึง In Walked Bud เพลงคลาสสิกของ ธีโลเนียส มังค์ ซึ่งแต่งให้ บัด พาวล์ มือเปียนัยน์ตาพิการรุ่นปรมาจารย์ มีการจัดวางเฟรสซิ่งของเพลงใหม่ อาจจะสั้นๆ ห้วนๆ แต่แพทเทิร์นของจังหวะโยกโยนมากพอที่จะทำให้บทเพลงมีความลื่นไหล ด้วยอารมณ์ของจังหวะเต้นรำแบบย้อนยุค การประชันสีสันของเครื่องลมในแทร็คนี้ เสมือนหนึ่งบทสนทนาของเพื่อนที่ถูกอกถูกใจกันและกัน</p>
<p>ในอัลบั้มเดียวกัน เอ็ดดี หยิบเพลงของนักเปียโนอีกคนมาถ่ายทอดไว้ด้วย นั่นคือ Nica&#8217;s Dream บทประพันธ์ของ ฮอเรซ ซิลเวอร์ (น่าจะแต่งให้แก่ แพนโนนิกา สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ชาวยุโรปที่มีบทบาทในการอุปถัมภ์ค้ำชูแจ๊สในช่วงทศวรรษ 1940-50s)  รื่นรมย์และงดงามด้วยท่วงทำนองที่ ฮอเรซ ถนัดเป็นพิเศษ นอกจากเปียโนแล้ว เพลงนี้ เรจินา คาร์เตอร์ มือไวโอลิน และ นิโคลาส เพย์ตัน มือทรัมเป็ต นำเสนอดนตรีได้อย่างกลมกล่อมและมีรสนิยม</p>
<p>เรจินา ถ่ายทอดเสียงไวโอลินได้อย่างพริ้วไหวสะท้อนถึงทักษะอันเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการควบคุมรักษาสัดส่วนของจังหวะยากๆ ของเพลงได้อย่างแม่นยำ ในเพลง In Flight ยืนยันถึงคุณสมบัตินี้ได้ดี<br />
แทร็คที่น่าสนใจอีกแทร็คหนึ่งในอัลบั้มนี้ คือ La Gitana บทประพันธ์ของ เอ็ดดี ปัลเมียรี ที่มีมือกีตาร์สุดเปรี้ยว จอห์น สโกฟิลด์ มาร่วมแจม ในเพลงช้าแบบ ฟลาเมงโก-บลูส์ เปิดที่ทางของดนตรีให้กว้างออก ด้วยทุกๆ บีทของตัวโน้ตที่เรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากนักดนตรีอย่างดียิ่ง เพลงนี้ สโกฟีลด์ พลิกมุมมองของแฟนเพลง ด้วยการบรรเลงที่กระเดียดไปยังสำเนียงสแปนิช ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะถ่ายทอดสุ้มเสียงกีตาร์ด้วยลีลาเช่นนี้</p>
<p>Vals Con Bata เป็นเพลงน่ารักอีกเพลงหนึ่ง ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักดนตรีได้ขยับขยายแนวทางการบรรเลงในช่วงอินโทร. อะเรนจ์เมนต์ในเพลงนี้รุ่มรวยและพิสดารกว่าเพลงอื่นๆ ส่วน Tema Para Eydie เป็นภาพสะท้อนของตัวตนและความคิดอ่านทางดนตรีของ เอ็ดดี ได้ดี</p>
<p>ขณะที่ Mira Flores เพลงที่มีอินโทร. โซโล่ด้วยดับเบิลเบสอย่างน่าสนใจ ตามด้วยเสียงแซ็กโซโฟนอันอ่อนโยน ในห้วงอารมณ์อันวาบหวามรัญจวน และ  EP Blues เป็นลาตินที่กระเดียดออกไปทางบลูซีย์ ถือเป็นเพลงปิดท้ายอัลบั้มที่ตอกย้ำคุณภาพระดับคลาสสิกของผลงานชุดนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น<br />
เมื่อเปรียบเทียบกับงานบันทึกเสียงระดับคลาสสิกจากเมื่อวันวาน นักเปียโนอาวุโสได้รังสรรค์เพชรเม็ดงามอีกชิ้นให้แก่แวดวงลาตินแจ๊สในวันนี้ ร่วมกับคนหนุ่มสาวฝีมือดี ด้วยคุณภาพที่เข้มข้น ชนิดที่คนหลงใหลมนต์เสน่ห์ของมันไม่อาจผ่านข้ามไปได้.</p>
<p><em>- อนันต์ ลือประดิษฐ์ -</em></p>
<p><em><br />
</em></p>
<p><strong>Eddie Palmieri / Listen Here ! / Concord Picante</strong><br />
<strong>Tracks</strong> : <em>1. In Flight ,2. Listen Here , 3. Vals Con Bata , 4. Tema Para Eydie, 5. Tin Tin Deo , 6. In Walked Bud , 7. La Gitana, 8. Nica&#8217;s Dream , 9. Mira Flores , 10. EP Blues</em><br />
<strong>Personnel </strong>: <em>Michael Brecker , tenor saxophone ; Brian Lynch , trumpet ;  John Scofield , guitars ; Giovanni Hidalgo , conga bata , guiro ;  John Bentez , bass ; Regina Carter , violin ; Donald Harrison , alto saxophone ; Horacio &#8220;El Negro&#8221; Hernandez, drums ; Conrad Herwig , trombone ; Christian McBride , bass ; Eddie Palmieri , piano ; Nicolas Payton , trumpet ; David Sanchez , tenor saxophone</em><br />
<strong>Recording Date </strong>: <em>N/A</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/545/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคนนี จี ไลท์ มิวสิค เติมกลิ่นละติน</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/529</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/529#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2009 03:26:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Kenny G]]></category>
		<category><![CDATA[light music]]></category>
		<category><![CDATA[ละติน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=529</guid>
		<description><![CDATA[
ห่างหายไปนานพอสมควร นักโซปราโนแซ็กโซโฟนหนุ่มนาม เคนนี จี กลับมาครั้งนี้ เขามาพร้อมอัลบั้ม Rhythm &#38; Romance ซึ่งถือเป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งของนักดนตรีที่มียอดขายอัลบั้ม 38 ล้านแผ่นคนนี้ที่ต้องการรักษาระดับเพดานบินความนิยมของตนเองต่อไป
ในทัศนะของผม การเลือกรูปแบบของดนตรีละตินมานำเสนอทั้งที่เป็นเพลงแต่งใหม่และเพลงเก่า นับเป็นทางออกที่ค่อนข้างสวยทีเดียว เพราะจังหวะเต้นรำท้องถิ่นละตินอย่างคิวบา ขับเคลื่อนไปบนแพทเทิร์นของ &#8220;กลาเว&#8221; (clave) ที่นับแบบ &#8220;หนึ่ง-สอง-หนึ่ง-สอง-สาม&#8221; หรือ &#8220;หนึ่ง-สอง-สาม-หนึ่ง-สอง&#8221; นั้น ใครที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังย่อมอดมิได้ที่จะโยกตัวตามจังหวะไปด้วย
แต่ปัญหาสำคัญของ เคนนี จี (อย่างที่หลายคนรับทราบกัน) เขาสามารถถ่ายทอดความเข้มข้นของสารัตถะของดนตรีแนวนี้ได้ดีเพียงใด ? เพราะแนวทางโดยส่วนมากนั้น เจ้าตัวถนัดในการเจือจางเสียงดนตรีที่ได้ยินได้ฟัง ให้กลายเป็นเพียงความนุ่มนวลแบบสูตรสำเร็จมากกว่า และคงมีความเป็นไปได้น้อยมากในการถ่ายทอดด้านตรงข้าม คือความสากหรือความหยาบกร้าน อย่างที่พบเห็นในชีวิตจริงให้ปรากฏในเสียงเพลง
อัลบั้มนี้ หนุ่มผมฟูยังได้เพื่อนร่วมงานเดิม คือ วอลเตอร์ อฟานาเซียฟฟ์ มาร่วมแต่งเพลงและโปรดิวซ์เช่นเคย ส่วนมากเป็นเพลงประพันธ์ขึ้นใหม่ (มีเพลงเก่าอย่าง Besame Mucho) นอกจากเคนนี จี และวอลเตอร์ แล้ว ยังมี คลาวเดีย แบรนท์ เป็นทีมนักแต่งเพลงอีกคน พรั่งพร้อมด้วยนักดนตรีไซด์แมนที่มีชื่อเสียง อาทิ เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-532" title="kenny2_resize" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/04/kenny2_resize.jpg" alt="kenny2_resize" width="300" height="305" /></p>
<p>ห่างหายไปนานพอสมควร นักโซปราโนแซ็กโซโฟนหนุ่มนาม เคนนี จี กลับมาครั้งนี้ เขามาพร้อมอัลบั้ม Rhythm &amp; Romance ซึ่งถือเป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งของนักดนตรีที่มียอดขายอัลบั้ม 38 ล้านแผ่นคนนี้ที่ต้องการรักษาระดับเพดานบินความนิยมของตนเองต่อไป</p>
<p>ในทัศนะของผม การเลือกรูปแบบของดนตรีละตินมานำเสนอทั้งที่เป็นเพลงแต่งใหม่และเพลงเก่า นับเป็นทางออกที่ค่อนข้างสวยทีเดียว เพราะจังหวะเต้นรำท้องถิ่นละตินอย่างคิวบา ขับเคลื่อนไปบนแพทเทิร์นของ &#8220;กลาเว&#8221; (clave) ที่นับแบบ &#8220;หนึ่ง-สอง-หนึ่ง-สอง-สาม&#8221; หรือ &#8220;หนึ่ง-สอง-สาม-หนึ่ง-สอง&#8221; นั้น ใครที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังย่อมอดมิได้ที่จะโยกตัวตามจังหวะไปด้วย</p>
<p>แต่ปัญหาสำคัญของ เคนนี จี (อย่างที่หลายคนรับทราบกัน) เขาสามารถถ่ายทอดความเข้มข้นของสารัตถะของดนตรีแนวนี้ได้ดีเพียงใด ? เพราะแนวทางโดยส่วนมากนั้น เจ้าตัวถนัดในการเจือจางเสียงดนตรีที่ได้ยินได้ฟัง ให้กลายเป็นเพียงความนุ่มนวลแบบสูตรสำเร็จมากกว่า และคงมีความเป็นไปได้น้อยมากในการถ่ายทอดด้านตรงข้าม คือความสากหรือความหยาบกร้าน อย่างที่พบเห็นในชีวิตจริงให้ปรากฏในเสียงเพลง</p>
<p>อัลบั้มนี้ หนุ่มผมฟูยังได้เพื่อนร่วมงานเดิม คือ วอลเตอร์ อฟานาเซียฟฟ์ มาร่วมแต่งเพลงและโปรดิวซ์เช่นเคย ส่วนมากเป็นเพลงประพันธ์ขึ้นใหม่ (มีเพลงเก่าอย่าง Besame Mucho) นอกจากเคนนี จี และวอลเตอร์ แล้ว ยังมี คลาวเดีย แบรนท์ เป็นทีมนักแต่งเพลงอีกคน พรั่งพร้อมด้วยนักดนตรีไซด์แมนที่มีชื่อเสียง อาทิ เช่น อเล็กซ์ อะคิวนา, นาธาน อีสต์, พอลินโญ ดา คอสตา ซึ่งล้วนแต่เป็นนักดนตรี &#8220;มือปืนรับจ้าง&#8221; ที่เจนจัดแทบทุกสไตล์ดนตรี</p>
<p>ในส่วนของโปรดักชั่น งานนี้ เคนนี จี ได้ ฮัมแบร์โต กาติกา โปรดิวเซอร์มือทองอีกคน รับหน้าที่คุมบอร์ดบันทึกเสียง<br />
อารมณ์เพลงโดยทั่วไป เน้นทำนองคุ้นหู ฮัมตามได้โดยง่าย เช่นเดียวกับการคาดเดาทำนองได้ล่วงหน้า แม้กับการฟังครั้งแรกๆ ก็ตาม แนวฮาร์มอนีไม่ซับซ้อน ภาคริธึ่มเซคชั่นทำหน้าที่แบ็คอัพไปตามครรลอง แทบจะไม่มีโอกาสทำอะไรมากกว่านั้นเลย จึงเป็นการเปิดทางให้เสียงโซปราโน แซ็กโซโฟน เป็นพระเอกของงานนี้อย่างเต็มตัว</p>
<p>นั่นจึงทำให้ฐานะของเพลงในอัลบั้มนี้ ไปไม่ไกลกว่าความเป็นดนตรี ไลท์ มิวสิค (Light Music) กล่าวคือเป็นดนตรีที่ฟังสบาย มีไดนามิคน้อย โทนความหนักเบาของเสียงค่อนข้างราบเรียบ มุ่งให้คนจดจำจากซาวด์คาแร็คเตอร์ของเสียงแซ็กเป็นสำคัญ</p>
<p>บางครั้งดนตรีจำพวกนี้ จึงเหมาะสำหรับการเปิดเพื่อสร้างบรรยากาศให้สถานที่ไม่ดูหงอยเหงาจนเกินไป เราจึงได้ยินเพลงพวกนี้ตามล็อบบีโรงแรม หรือในลิฟท์โดยสาร บางคนถึงขนาดเรียกว่าเป็น Elevator Music ด้วยซ้ำไป เหตุเพราะมันทำหน้าที่แค่เสียงผ่านหูก็ให้ความเบิกบานได้ แต่ถ้าต้องนั่งลงฟังอย่างจริงจังแล้ว หยิบเพลงละตินแท้ๆ มาฟัง น่าจะได้อารมณ์และความอิ่มเอมมากกว่า<br />
เขียนมาถึงบรรทัดนี้ แฟนเพลงตัวยงของ เคนนี จี อาจจะเคืองเอาได้ โดยเฉพาะแฟนเพลงรุ่นใหม่ที่เพิ่งหันมาสนใจผลงานของศิลปินคนนี้ แล้วพบว่าการฟังเพลงบรรเลงนั้นให้ความเพลิดเพลินเพียงใด แต่ผมเชื่อว่าแฟนเพลงเก่าที่เริ่มมีประสบการณ์ฟังเพลงมากขึ้น และอาจจะผ่านผลงานเพลงบรรเลงโดยศิลปินคนอื่นๆ มามากขึ้น น่าจะพอมองเห็นถึงประเด็นของการเขียนแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ว่า จริงๆ แล้ว งานของเคนนี จี นั้นมีข้อดีและข้อจำกัดในบางด้านที่ต้องพูดถึงไปพร้อมๆ กัน</p>
<p>ที่ผ่านมา กรณีของ เคนนี จี เคยเป็นวิวาทะที่โจษจันสนั่นเมืองมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อ แพท เมธินี มือกีตาร์แจ๊สระดับพระกาฬออกมาให้สัมภาษณ์และพาดพิงถึงตัวเขา หรือที่เป็นประเด็นถกเถียงกันเสมอๆ ก็คือ เคนนี จี เป็นแจ๊สจริงหรือไม่ บางคนถึงกับบอกว่า เคนนี จี เป็นแจ๊สแบบแมคโดนัลด์ (หรือแบบรับประทานด่วน) เพราะบังเอิญผลงานของเขาถูกนักการตลาดไปจับวางตำแหน่งสินค้าไว้ในกลุ่มแจ๊ส (Jazz Category) ซึ่งทำให้คนฟังจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่านี่คือ แจ๊ส บ้างล่ะ</p>
<p>หากเราพิจารณาจากพื้นฐานของคำนิยามสักหน่อย เราจะพบว่า แจ๊สเป็นดนตรีที่ให้ความสำคัญแก่ปฏิสัมพันธ์ของนักดนตรีภายในวงอย่างเท่าเทียม การบรรเลงแต่ละครั้ง แม้ในเพลงเดียวกัน ก็ยังเน้นความสดใหม่ ไม่มีการจำมาเล่นอย่างจายตัว</p>
<p>ดังนั้น เมื่อมองผ่านเกณฑ์ที่ว่านี้ ดนตรีของ เคนนี จี ย่อมไม่ใช่แจ๊ส แม้จะเป็นกลุ่มเพลงบรรเลงที่มีกลิ่นแจ๊สอยู่บ้างก็จริง แต่โดยหลักแล้วควรจะเป็น Light Music มากกว่า<br />
ในอีกด้านหนึ่ง คงต้องเน้นย้ำด้วยว่า ดนตรี Light Music ก็มิใช่คำกล่าวแบบดูถูกเหยียดหยามแต่อย่างใด ในอดีตนั้นมีศิลปินกลุ่มนี้ที่สร้างงานคุณภาพมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ ลาสต์ ,  พอล มอเรียต หรือใครต่อใคร เคนนี  จี เองก็สร้างงานคุณภาพ และมีตัวตนทางดนตรีที่ชัดเจน เพียงแต่เขาตัดสินใจเลือกที่จะทำงานในแนวทางนี้มากกว่า เพราะเป็นสไตล์ที่เขาถนัด</p>
<p>ถึงตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนฟังแล้วว่า จะฟังดนตรีแค่กลิ่นเพราะเข้าถึงง่าย หรือจะกลับไปค้นหารากเหง้าดนตรีละตินที่รุ่มรวยด้วยมรดกทางดนตรีที่ลึกซึ้ง</p>
<p>ตรงนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน ประสบการณ์ และการเรียนรู้ในการเสพศิลปะดนตรีของแต่ละคน.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/529/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

