<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BangkokJazzLife.com &#187; อัล จาร์โร</title>
	<atom:link href="http://www.bangkokjazzlife.com/archives/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bangkokjazzlife.com</link>
	<description>The Best Companion for Thai Jazz Society</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Sep 2010 02:29:09 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เบนนี โกลสัน ความสดใหม่ ณ วัย 80</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/593</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/593#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 May 2009 09:21:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[Whisper Not]]></category>
		<category><![CDATA[อัล จาร์โร]]></category>
		<category><![CDATA[เบนนี โกลสัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=593</guid>
		<description><![CDATA[เบนนี กอลสัน นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนรุ่นใหญ่เพิ่งมีคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 80 ปี ณ เคนเนดี เซ็นเตอร์ เมืองวอชิงตัน ดีซี ไปเมื่อเดือนมกราคม 2009 ที่ผ่านมา
ด้วยเหตุเป็นตำนานที่มีลมหายใจ (Living Legend) สื่อด้านดนตรีแจ๊สทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงประโคมข่าวคราวของเขาในช่วงนี้เป็นพิเศษ ยิ่งหากเราพิจารณาจากภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของเหล่านักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียง 57 คน เมื่อปี ค.ศ.1958 ซึ่งต่อมาใช้เป็นภาพปกของหนังสารคดีเรื่อง A Great Day in Harlem อาจจะกล่าวได้ว่า เหลือศิลปินในภาพเพียง 5 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ และ 3 ใน 5 คนที่เรารู้จักกันดี นอกจาก กอลสัน แล้ว คือ ซันนี โรลลินส์ และ แฮงก์ โจนส์ !
ความเคลื่อนไหวพิเศษของ เบนนี กอลสัน ในระยะนี้ ประกอบด้วยอัลบั้ม 2 ชุดที่ทยอยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน ชุดหนึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_594" class="wp-caption aligncenter" style="width: 362px"><img class="size-full wp-image-594" title="benny2" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/05/benny2.jpg" alt="Benny Golson" width="352" height="527" /><p class="wp-caption-text">Benny Golson</p></div>
<p>เบนนี กอลสัน นักเทเนอร์แซ็กโซโฟนรุ่นใหญ่เพิ่งมีคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 80 ปี ณ เคนเนดี เซ็นเตอร์ เมืองวอชิงตัน ดีซี ไปเมื่อเดือนมกราคม 2009 ที่ผ่านมา<span id="more-593"></span></p>
<p>ด้วยเหตุเป็นตำนานที่มีลมหายใจ (Living Legend) สื่อด้านดนตรีแจ๊สทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงประโคมข่าวคราวของเขาในช่วงนี้เป็นพิเศษ ยิ่งหากเราพิจารณาจากภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของเหล่านักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียง 57 คน เมื่อปี ค.ศ.1958 ซึ่งต่อมาใช้เป็นภาพปกของหนังสารคดีเรื่อง A Great Day in Harlem อาจจะกล่าวได้ว่า เหลือศิลปินในภาพเพียง 5 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ และ 3 ใน 5 คนที่เรารู้จักกันดี นอกจาก กอลสัน แล้ว คือ ซันนี โรลลินส์ และ แฮงก์ โจนส์ !</p>
<p>ความเคลื่อนไหวพิเศษของ เบนนี กอลสัน ในระยะนี้ ประกอบด้วยอัลบั้ม 2 ชุดที่ทยอยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกัน ชุดหนึ่งเป็นอัลบั้มรวมเพลง The Best of… ส่วนอีกชุด คืองานบันทึกเสียงใหม่ New Time New ‘Tet ออกกับสังกัด คองคอร์ด ซึ่งในบ้านเราดูแลการจัดจำหน่ายโดย ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (แต่ผมไม่แน่ใจว่าบุคลากรของค่ายเพลงจะเห็นความสำคัญของอัลบั้มนี้จนผลิตออกมาขายหรือไม่)</p>
<p>สำหรับอัลบั้ม New Time New ‘Tet ในส่วนของ ‘Tet หมายถึงชื่อวงดนตรี 6 ชิ้น (Sextet) ที่เดิมในยุคสมัยหนึ่ง กอลสัน เรียกวงของเขาว่า The Jazztet ซึ่งสมาชิกวงในเวลานั้นประกอบด้วยศิลปินอย่าง แมคคอย ไทเนอร์ (ก่อนจะมีชื่อเสียงเมื่อร่วมเป็นสมาชิกในวงของ จอห์น โคลเทรน) และ อาร์ม ฟาร์เมอร์ มือทรัมเป็ตชื่อดัง เป็นต้น</p>
<p>ส่วนสมาชิกวงของ เบนนี กอลสัน คราวล่าสุดนี้ ส่วนใหญ่เป็นนักดนตรีต่างวัยที่เล่นดนตรีอย่างเข้าขากันมานาน ในลักษณะการประสมวงแบบคอมโบ และบรรเลงตามแบบฉบับของดนตรี “ฮาร์ด บ็อพ”</p>
<p>พวกเขาหยิบเอาเพลงเก่าที่เราคุ้นเคย ผนวกกับเพลงจากฝีมือการแต่งของ กอลสัน 6 เพลง รวมถึงการตีความบทเพลงคลาสสิกของ โชแปง , แวร์ดิ และเพลงอมตะ Whisper Not ซึ่งส่งให้ กอลสัน มีสถานภาพอันโดดเด่นในฐานะนักแต่งเพลง มาบรรเลงใหม่อีกด้วย (เบนนี กอลสัน ยังเป็นผู้แต่งเพลงที่คอแจ๊สรู้จักกันดี อาทิ เช่น Killer Joe, Along Came Betty และ Stablemates)</p>
<p>เริ่มต้นกันด้วย Grove’s Groove เพลงฮาร์ดบ็อพบนระดับจังหวะ มิด-เทมโป ที่ฟังสบาย บนท่วงทำนองง่ายๆ โดย สตีฟ เดวิส ฝากไลน์โซโลทรอมโบนไว้อย่างสวยงาม เช่นเดียวกันกับความสุขุมลุ่มลึกที่ถ่ายทอดผ่านปลายนิ้วของ บัสเตอร์ วิลเลียมส์ มือเบสที่มีความชำนาญบนฟิงเกอร์บอร์ดอย่างไร้ตัวจับ</p>
<p>บรรยากาศของอัลบั้มร้อนขึ้นด้วย Airegin เพลงดังของ ซันนี โรลลินส์ (สังเกตว่า หากกลับตัวอักษรเพลงนี้จะกลายเป็น Nigeria) ที่ภาคฮอร์นเติมตัวโน้ตทุกช่องว่างอย่างอิ่มแน่น ขณะที่ภาคริธึ่มเซคชั่นเหนียวแน่นในทุกอณูของชีพจร ทางทรัมเป็ตของ เอ็ดดี เฮนเดอร์สัน เข้มถึงใจ สลับกับไลน์การบรรเลงเทเนอร์แซ็กนุ่มๆ ตามบุคลิกของ กอลสัน ก่อนจะสลับมาสู่บัลลาดอันเยือกเย็นใน Dream to Dream ซึ่งสมาชิกแต่ละคนเติมความหมายให้แก่เพลงด้วยแอพโพรชที่แตกต่างกัน ทั้งการใช้เทคนิคโบว์ของ บัสเตอร์ วิลเลียมส์ ทางทรอมโบนอันหม่นเทา, ทางทรัมเป็ตอันแฝงด้วยความร้อนแรง หรือทางฮาร์มอนีของเปียโน</p>
<p>ในเพลง Whisper Not กอลสัน ได้ อัล จาร์โร มาฝากเสียงร้องที่ครั้งหนึ่ง เลียวโอนาร์ด โคเฮน นักเขียนเกี่ยวกับดนตรีแจ๊สชื่อดังเคยฝากคำร้องไว้ เป็นการนำเพลงอมตะนี้กลับมาบันทึกเสียงโดยเจ้าของเพลงเองเป็นครั้งแรก นับจากที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี ค.ศ.1959 แต่ถึงกระนั้นก็ยังให้ความรู้สึกใหม่สดจากการบรรเลงจนสัมผัสได้</p>
<p>กอลสัน หยิบเพลง Epistrophy มานำเสนอได้อย่างโฉบเฉี่ยว ด้วยการเข้าถึงจิตวิญญาณของเพลงถึงแก่น เขาทำให้เพลงของ ธีโลเนียส มังค์ เพลงนี้ กลายเป็นเพลงของเขาได้ในบัดดล ขณะที่ Love Me in a Special Way เป็นเพลงเก่าในสายริธึ่มแอนด์บลูส์ของ เอล ดีบาร์จ ที่ค่อนข้างป๊อป ฟังสบาย แต่ไม่ว่างเปล่าหรือเจือจางจนเกินไป โดยเฉพาะทางโซโลของ กอลสัน ที่หมดจดงดงามทีเดียว</p>
<p>ในอัลบั้มยังเผยถึงอิทธิพลของดนตรีคลาสสิกที่มีต่อนักเทเนอร์แซ็กจากเมืองฟิลาเดลเฟียคนนี้ โดย L&#8217;Adieu มาจากความประทับใจในบทประพันธ์จากยุคโรแมนติคของ โชแปง นำทำนองหลักด้วยเสียงทรัมเป็ต กับภาคอิมโพรไวส์ของ เปียโน ที่มีเบสและกลองแสดงปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดในรายละเอียด ขณะที่  Verdi&#8217;s Voice สะท้อนกลิ่นอายของดนตรียุคบาโร้คที่สละสลวย หากเชื่อมผสานกับแจ๊สได้อย่างเหมาะเจาะ ด้วยชีพจรดนตรีแทงโกในบางช่วง</p>
<p>Gypsy Jingle Jungle เป็นฮาร์ดบ็อพบนชีพจรอันเร่งเร้า ด้วยทำนองอิงกลิ่นอายรัสเซียนที่ให้ความหวานปนเศร้า แต่บรรยากาศของเพลงนี้ กลับถูกแทนที่ด้วยบทสนทนาที่ออกรสจนไม่เหลือเค้าเดิม เช่นเดียวกันกับ Uptown Afterburn ที่เหมือนไฟลามไปในทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าสู่อิมโพรไวเซชั่นของ บัสเตอร์ วิลเลียมส์ ตามด้วย สตีฟ เดวิส , เบนนี กอลสัน, เอ็ดดี เฮนเดอร์สัน, ไมค์ เลดอนน์ และ คาร์ล อัลเลน ตามลำดับจนครบทุกคน พวกเขาบรรเลงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการถ่ายทอดทุกองค์ประกอบพื้นฐานทางดนตรีรวมถึงกลเม็ดเด็ดพรายที่มีอยู่ได้อย่างสละสลวย และแม่นยำ</p>
<p>โดยภาพรวมบรรยากาศของอัลบั้มชุดนี้เสมือนการแสดงสด เหมือน 2 ครั้งที่ผมมีโอกาสได้ชมการแสดงของ เบนนี กอลสัน บนเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งในคราวนั้น เขายังมีเพื่อนตัวเล็กที่ชอบดื่มสุรา อย่าง จอห์นนี กริฟฟิน นักอัลโตแซ็ก ช่วยกันรับและส่งมุขตลอดเวลา ราวกับการแสดงของตลกก็ไม่ปาน นอกเหนือไปจากการพูดคุยถึง จอห์น โคลเทรน เพื่อนสนิทจากเมืองเดียวกัน ที่จากโลกไปแล้วเมื่อ 42 ปีก่อน แม้จะเป็นฉายซ้ำแต่ทุกคนก็ยินดีที่จะได้ฟัง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-595" title="benny" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/05/benny.jpg" alt="benny" width="300" height="300" /></p>
<p>วัย 80 ปี ของเบนนี กอลสัน กับผลงานดีๆ เช่นนี้ กระตุ้นเตือนให้แฟนเพลงแจ๊สตระหนักว่า นี่คือตำนานอีกรายที่ยังเปี่ยมด้วยพลังการทำงาน และไม่สมควรอย่างยิ่งที่คุณจะพลาด ไม่ว่าอัลบั้มหรือการแสดงสดของเขาก็ตาม</p>
<p><strong>Benny Golson<br />
New Time New ‘Tet<br />
Concord Records<br />
* * * * 1/2</strong><br />
<strong>New Time New ‘Tet :</strong> Grove&#8217;s Groove; Airegin; Dream to Dream; Whisper Not; Epistrophy; L&#8217;Adieu; Love Me in a Special Way; Gypsy Jingle Jungle; Verdi&#8217;s Voice; Uptown Afterburn.<br />
<strong>Personnel:</strong> Benny Golson: saxophone; Eddie Henderson: trumpet; Steve Davis: trombone; Mike LeDonne: piano; Buster Williams: bassist; Carl Allen: drums, Al Jarreau , vocal on Whisper Not<br />
<object id="flash" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="300" height="250" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="name" value="flash" /><param name="src" value="http://video.nationchannel.com/player.swf?file=http://video.nationchannel.com/data/1/2009/05/06/d55ii88jcdb8adakd9ccj.flv&amp;image=http://video.nationchannel.com/thump/sound.jpg&amp;autostart=true&amp;showfsbutton=true" /><param name="wmode" value="transparent" /><param name="quality" value="high" /><embed id="flash" type="application/x-shockwave-flash" width="300" height="250" src="http://video.nationchannel.com/player.swf?file=http://video.nationchannel.com/data/1/2009/05/06/d55ii88jcdb8adakd9ccj.flv&amp;image=http://video.nationchannel.com/thump/sound.jpg&amp;autostart=true&amp;showfsbutton=true" quality="high" wmode="transparent" name="flash"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/593/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
