<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BangkokJazzLife.com &#187; เบส</title>
	<atom:link href="http://www.bangkokjazzlife.com/archives/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%aa/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bangkokjazzlife.com</link>
	<description>The Best Companion for Thai Jazz Society</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 06:03:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>โดม หโยดม</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/744</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/744#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 20:05:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>
		<category><![CDATA[เบส]]></category>
		<category><![CDATA[แม้นศรี]]></category>
		<category><![CDATA[โดม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=744</guid>
		<description><![CDATA[
เครื่องดนตรี : อิเล็กทริก เบส
หลังจากจบการศึกษา โดม หโยดม ก็เริ่มเล่นดนตรีอาชีพอย่างเต็มตัวกับ อ.สมเจตน์ จุลณะโกเศศ ปรมาจารย์ผู้บุกเบิกกีตาร์แจ๊สในเมืองไทย (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) หลังจากนั้นได้ร่วมงานกับ อ.ผดุง ขำเลิศกุล ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่นในแนวสแตนดาร์ดแจ๊ส ต่อมาได้ร่วมงานกับ อ.อานนท์ ศิริสมบัติวัฒนา ที่แซ็กโซโฟน ผับ นับเป็นเวลากว่า 15 ปีที่เขาคลุกคลีอยู่ในวงการดนตรีแจ๊สเมืองไทย
งานแสดงดนตรีสำคัญๆ ที่เขามีส่วนร่วม เช่น ปี 2547 คอนเสิร์ต Jazz Concert for Andaman ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คอนเสิร์ต Classic Meets Jazz II ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ปี 2546 คอนเสิร์ต Thailand Jazz Festival ที่สนามเสือป่า กรุงเทพ และ บางแสน จ.ชลบุรี คอนเสิร์ต Classic Meets Jazz [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-746" title="d2" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/07/d2.gif" alt="d2" width="233" height="350" /></p>
<p><strong>เครื่องดนตรี : อิเล็กทริก เบส</strong></p>
<p>หลังจากจบการศึกษา โดม หโยดม ก็เริ่มเล่นดนตรีอาชีพอย่างเต็มตัวกับ อ.สมเจตน์ จุลณะโกเศศ ปรมาจารย์ผู้บุกเบิกกีตาร์แจ๊สในเมืองไทย (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) หลังจากนั้นได้ร่วมงานกับ อ.ผดุง ขำเลิศกุล ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่นในแนวสแตนดาร์ดแจ๊ส ต่อมาได้ร่วมงานกับ อ.อานนท์ ศิริสมบัติวัฒนา ที่แซ็กโซโฟน ผับ นับเป็นเวลากว่า 15 ปีที่เขาคลุกคลีอยู่ในวงการดนตรีแจ๊สเมืองไทย<span id="more-744"></span></p>
<p>งานแสดงดนตรีสำคัญๆ ที่เขามีส่วนร่วม เช่น ปี 2547 คอนเสิร์ต Jazz Concert for Andaman ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คอนเสิร์ต Classic Meets Jazz II ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ปี 2546 คอนเสิร์ต Thailand Jazz Festival ที่สนามเสือป่า กรุงเทพ และ บางแสน จ.ชลบุรี คอนเสิร์ต Classic Meets Jazz I ที่หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ปี 2545 งาน Jazz Festival ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น และเขายังมีส่วนร่วมในวงดนตรีแจ๊สอีกหลายวง</p>
<p>โดม เคยออกอัลบั้มในนามวง ‘นักเพลง’ ซึ่งเล่นเพลงแนวโซล ฟังค์กี้ และเป็นหนึ่งในนักดนตรีของวงสุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง</p>
<p>ปัจจุบัน เป็นอาจารย์ประจำสาขาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และสมาชิกวงแม้นศรี ของอาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2544</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/744/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Esperanza Spalding สาวน้อยมหัศจรรย์</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/608</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/608#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 May 2009 16:56:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>JazzLife Editor</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bio]]></category>
		<category><![CDATA[esperanza spalding]]></category>
		<category><![CDATA[เบส]]></category>
		<category><![CDATA[แจ๊ส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=608</guid>
		<description><![CDATA[
เป็นเรื่องที่กล่าวขานกันในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ เมื่อสำนักตักศิลาทางดนตรีชื่อดัง อย่าง Berklee College of Music แห่งเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ทท์ สหรัฐอเมริกา มีศิลปินระดับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ (Child Prodigy) ก้าวมาทำหน้าที่เป็นครูผู้สอน ด้วยวัยเพียง 20 ปี แถมยังเป็นผู้หญิงเสียด้วย
เขียนมาถึงตรงนี้ แฟมินิสต์ทั้งหลายอย่าเพิ่งค้อนเอานะครับ เหตุที่เน้นย้ำเพราะสัดส่วนผู้หญิงในโลกดนตรีนั้นมีน้อยจริงๆ จนน่าใจหาย อันนี้ผมหมายถึงคนดนตรีจริงๆ ที่สร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าการจับไมค์ร้องเพลง
อย่างไรก็ตาม นี่คือปรากฏการณ์แห่งความเท่าเทียมก็ว่าได้ เพราะเป็นครั้งที่สองนับจากกรณีของ แพท เมธินี เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ซึ่งคราวนั้น แพท สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการ ด้วยการเป็นอาจารย์สอนกีตาร์ที่มีอายุน้อยที่สุด&#8230; เพียง 19 ปี !
กรณีของ เอสเปอรันซา สปัลดิง ก็เช่นกัน ด้วยฝีไม้ลายมือด้านการร้องและการเล่นดับเบิลเบสไปพร้อมๆ กัน ใครพบเห็นย่อมรู้สึกอัศจรรย์ใจในความสามารถของเธอ เพราะไม่เพียงเล่นดับเบิลเบสเก่งขนาดผู้ชายอกสามศอกต้องถอย แต่เธอยังร้องได้คล่องถึง 3 ภาษา ทั้ง อังกฤษ สแปนิช และ โปรตุกีส
เช่นเดียวกันกับการเจริญตามรอยศิลปินรุ่นพี่ อย่าง แพท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><img style="width: 300px; height: 270px;" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/459/26459/images/esperanza6.jpg" alt="" width="300" height="270" /></p>
<p>เป็นเรื่องที่กล่าวขานกันในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ เมื่อสำนักตักศิลาทางดนตรีชื่อดัง อย่าง Berklee College of Music แห่งเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ทท์ สหรัฐอเมริกา มีศิลปินระดับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ (Child Prodigy) ก้าวมาทำหน้าที่เป็นครูผู้สอน ด้วยวัยเพียง 20 ปี แถมยังเป็นผู้หญิงเสียด้วย<span id="more-608"></span></p>
<p>เขียนมาถึงตรงนี้ แฟมินิสต์ทั้งหลายอย่าเพิ่งค้อนเอานะครับ เหตุที่เน้นย้ำเพราะสัดส่วนผู้หญิงในโลกดนตรีนั้นมีน้อยจริงๆ จนน่าใจหาย อันนี้ผมหมายถึงคนดนตรีจริงๆ ที่สร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าการจับไมค์ร้องเพลง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นี่คือปรากฏการณ์แห่งความเท่าเทียมก็ว่าได้ เพราะเป็นครั้งที่สองนับจากกรณีของ แพท เมธินี เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ซึ่งคราวนั้น แพท สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการ ด้วยการเป็นอาจารย์สอนกีตาร์ที่มีอายุน้อยที่สุด&#8230; เพียง 19 ปี !</p>
<p>กรณีของ เอสเปอรันซา สปัลดิง ก็เช่นกัน ด้วยฝีไม้ลายมือด้านการร้องและการเล่นดับเบิลเบสไปพร้อมๆ กัน ใครพบเห็นย่อมรู้สึกอัศจรรย์ใจในความสามารถของเธอ เพราะไม่เพียงเล่นดับเบิลเบสเก่งขนาดผู้ชายอกสามศอกต้องถอย แต่เธอยังร้องได้คล่องถึง 3 ภาษา ทั้ง อังกฤษ สแปนิช และ โปรตุกีส</p>
<p>เช่นเดียวกันกับการเจริญตามรอยศิลปินรุ่นพี่ อย่าง แพท เมธินี ที่ไม่จำกัดตัวเองเพียงบทบาทด้านการศึกษา แต่ก้าวสู่การเป็นศิลปินแนวหน้าที่มีงานบันทึกเสียงชั้นเลิศและตารางการแสดงแน่นขนัด</p>
<p>ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เอสเปอรันซา มีอัลบั้มออกมาแล้ว 2 ชุด โดยเฉพาะชุดหลัง Esperanza ที่เธอโปรดิวเซอร์เองทั้งหมด จัดว่ามีเสียงตอบรับที่ดีเกินคาด ด้วยแนวทางดนตรีที่เปิดกว้างจากการผสมผสานหลากหลายสไตล์เข้าไว้ด้วยกัน รวมทั้งการมี “สัมผัสแห่งป๊อป” อย่างเพียงพอ ทำให้สาวน้อยคนนี้ขยายขอบเขตออกไปสู่ผู้ฟังวงกว้างได้อย่างน่าทึ่ง</p>
<p>หากอัลบั้ม Esperanza (2008) ที่ออกกับสังกัดเพลง เทลาร์ค (Telarc) สามารถเรียกความสนใจจากแฟนเพลงโดยทั่วไปได้แล้ว อัลบั้ม Junjo (2004) ที่ออกมาก่อนหน้านั้น ซึ่งค่อนข้างจริงจังกว่า ก็บ่งบอกถึงพื้นฐานทางดนตรีที่เข้มข้น และสะท้อนถึงความรู้ความเข้าใจในจารีตดนตรีอย่างถึงรากเหง้า</p>
<p align="center"><img style="width: 348px; height: 320px;" src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/459/26459/images/esperanza.jpg" alt="" width="348" height="320" /></p>
<p>ตรงนี้อาจจะพลิกความคาดหมายอยู่บ้า สำหรับผู้ใหญ่บางคนที่มักสบประมาทคุณภาพของเยาวชนรุ่น “เจนเนอเรชั่น วาย” อย่างสาดเสียเทเสีย เพราะ เอสเปอรันซา ทำได้ดีแบบไร้ที่ติจริงๆ</p>
<p>นักดนตรีระดับแนวหน้าของโลกที่เคยร่วมงานกับเธอ ล้วนตกหลุมรักสาวคนนี้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น โจ โลวาโน, เวย์น ชอร์เตอร์, เฮอร์บี แฮนค็อค, ลี โคนิตซ์, ไบรอัน เบลด, สแตนลี คลาร์ค เรื่อยมาจนถึง แพททิ ออสติน นักร้องอาวุโสของวงการ</p>
<p align="center">0 0 0 0 0</p>
<p>เอสเปอรันซา เกิดและเติบโตมาจากเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ด้วยเหตุผลที่บ้านอยู่ในชนบท ห่างไกลจากโรงเรียน และการเดินทางค่อนข้างลำบาก ทำให้เธอต้องเข้าๆ ออกๆ สลับกับการเรียนในแบบ “โฮม สกูล” เป็นระยะๆ</p>
<p>แต่ด้วยความมุ่งมั่นทางดนตรี โดยมีคุณแม่คอยให้การสนับสนุนอย่างทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจ ผลปรากฏว่าเธอใช้เวลาเรียนในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยพอร์ตแลนด์สเตทเพียง 3 ปี จากนั้น สถาบันดนตรีเบิร์กลี ก็รีบจับจองตัวเธอเป็นอาจารย์ทันทีที่เรียนจบ</p>
<p align="center"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/459/26459/images/esperanza2.jpg" alt="" /></p>
<p>สาวน้อยคนนี้เริ่มต้นจากการเรียนไวโอลินเมื่ออายุ 5 ขวบ อีก 10 ปีต่อมาหันมาจับดับเบิลเบส เครื่องดนตรีในตระกูลเดียวกันแต่มีขนาดใหญ่ถึงกับต้องยืนเล่น ชีวิตดนตรีส่วนมากทุ่มเทกับศาสตร์ของดนตรีคลาสสิก จนวันหนึ่ง เมื่อมีโอกาสได้แจมเพลงบลูส์ที่ไนต์คลับละแวกบ้านช่วงบ่ายวันอาทิตย์ การได้เรียนรู้แนวทางวอล์คเบสบนทางเดินคอร์ดแบบบลูส์ (Blues Chord Pregression) ถึงกับมีมนต์สะกดให้ เอสเปอรันซา หลงใหลถึงขั้นฝึกเล่นทั้งวันทั้งคืน</p>
<p>เอสเปอรันซา เคยให้สัมภาษณ์ว่าบรรยากาศทางดนตรีที่เมืองพอร์ตแลนด์ในช่วงเวลานั้น มีลักษณะเฉพาะที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเธออยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะการเป็นแหล่งรวมมือเบสที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เดวิด ฟรีเสน, ฟิล เบเกอร์ แห่งวง พิงค์ มาร์ตินี, เกล็น มัวร์ แห่งวง โอเรกอน รวมถึง เคน บอลด์วิน มือเบสแห่งวง โอเรกอน ซิมโฟนี ออร์เคสตรา ครูของเธอเอง</p>
<p>นอกจากโลกของดนตรีคลาสสิกแล้ว เอสเปอรันซา ฟังดนตรีมาทุกแนว เธอผ่านประสบการณ์เล่นในวงดนตรีราวครึ่งโหล รวมถึงวง นอยส์ ฟอร์ พรีเทนด์ (Noise for Pretend) วงแนวป๊อป-ร็อคแถวบ้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกในวงนี้ที่เธอทดลองเล่นเบสพร้อมๆ กับร้องเพลงไปด้วย และนั่นได้กลายมาเป็นความแปลกใหม่ เพราะเบสใหญ่หรือดับเบิลเบส ไม่ใช่เบสไฟฟ้าที่คนเล่นจะร้องตามได้อย่างง่ายๆ</p>
<p>มิหนำซ้ำแนวดนตรีที่พลิกจากป๊อปร็อคมาสู่สไตล์แจ๊สที่ให้ความสำคัญกับฮาร์มอนีและปฏิสัมพันธ์ภายในวง ณ ปัจจุบันขณะ เป็นอย่างมาก ย่อมมิใช่เรื่องง่ายในสายตาของคนในวงการดนตรี</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ วิชาที่เธอสอนที่เบิร์กลี วิชาหนึ่ง จึงเป็นเรื่องของการร้องและการเล่นไปพร้อมๆ กัน กับอีกวิชาหนึ่ง เป็นเรื่องของการแกะเพลง (Transcription) อันเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ความเข้าใจในด้านทฤษฎีและการเรียบเรียงเสียงประสาน ซึ่งเอาเข้าจริงๆ วิชาหลังคือแนวทางการเรียนรู้ที่นักดนตรีแจ๊สรุ่นก่อนจะมีรั้วมหาวิทยาลัย ได้ผ่านการฝึกฝนกันมาแทบทุกคน</p>
<p align="center">0 0 0 0 0</p>
<p>อัลบั้ม Esperanza เป็นแจ๊สที่อิงกลิ่นอายลาติน ด้วยบทบาทของเพลงร้องที่ให้ความรู้สึกสดใส ทำให้ภาพลักษณ์ของสาวน้อยจากพอร์ตแลนด์คนนี้ ดูไม่ขรึมขลังจนเกินวัยเท่าใดนัก</p>
<p align="center">ในด้านการร้องเพลง เสียงของเอสเปอรันซาออกโทนหวานชื่น ฟังรื่นหู ด้วยระดับเสียงที่แม่นยำ เจือส่วนผสมของ เอลลา ฟิตซ์เจอรัลด์, บลอสซัม เดียรี และ เบ็ตตี คาร์เตอร์ ดังที่แสดงออกผ่านการร้องสแกท โวคอล ในเพลงอย่าง I Adore You ส่วนเสียงเบสของเธอบ่งบอกถึงพละกำลังที่เกินตัว ทางวอล์คเบสชวนให้ระลึกถึงมือเบสระดับตำนาน อย่าง ชาร์ลส์ มิงกัส</p>
<p>ขณะที่ภาคดนตรีค่อนข้างกลมกลืนเป็นเอกภาพ นอกจากวงหลักแล้ว แขกรับเชิญอย่าง โฮราซิโอ เฮอร์นานเดซ มือกลองชาวคิวบา และ โดนัลด์ แฮร์ริสัน มือแซ็กจากนิวออร์ลีนส์ ก็จัดเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทีเดียว</p>
<p align="center"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/459/26459/images/esperanza4.jpg" alt="" /></p>
<p>เพลงโดยรวมในอัลบั้มฟังง่าย กระเดียดไปทางป๊อปด้วยซ้ำ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังรักษาชั้นเชิงของการเรียบเรียงดนตรีไว้ในระดับสุดยอด เช่นเดียวกันกับการเปิดทางให้แก่การแสดงออกด้านอิมโพรไวเซชั่นของนักดนตรีแต่ละคน</p>
<p>เพลงสแตนดาร์ด Body and Soul หรือในภาคภาษาสแปนิช Cuerpo Y Alma เป็นตัวอย่างที่เด่นที่สุดในอัลบั้ม ด้วยชีพจรการบรรเลงที่ปรับเปลี่ยนมาสู่จังหวะ 5/4 ที่ค่อนข้างท้าทายไม่น้อย เช่นเดียวกันกับเพลง Ponta De Areia เพลงเก่าของ มิลตัน นาสซิเมนโต ที่ฉีกไปจากฉบับเวอร์ชั่นดั้งเดิม</p>
<p>I Adore You เป็นตัวอย่างที่ดีของการรักษาฟอร์มเพลงแบบเดิมๆ แต่เพิ่มเติมอะเรนจ์เมนต์ที่ท้าทายสำหรับการบรรเลงของนักดนตรี ส่วน She Got to You เป็นเพลงอัพเทมโป ที่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างทางเบสกับเสียงร้อง</p>
<p>แนวคิดในการทำงานของ เอสเปอรันซา คือการนำเสนอดนตรีแจ๊ส ด้วยประสบการณ์ใหม่สด และเปิดพื้นที่ให้คนฟังทั่วไปสามารถเข้าถึงดนตรีแนวนี้ได้โดยง่าย ดังการนำจังหวะเต้นรำที่มีลักษณะ “กรู้ฟ” มาใช้อย่างพอเหมาะ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งการแสดงออกซึ่งตัวตนของนักดนตรี หรือไอเดียในการใช้แนวฮาร์มอนีที่มีชั้นเชิง</p>
<p>ในฐานะคนฟัง ประเด็นของ เอสเปอรันซา ที่มิอาจมองข้าม คือความจริงที่ว่าความสามารถทางดนตรีของเธอนั้นมิได้เกิดขึ้นจากอากาศธาตุ ทว่า มันมาจากแรงงานความรัก และเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องยาวนาน เกิดจากการทำงานที่มองเห็นความงดงาม และคุณค่าของกระบวนการเหล่านั้นในตัวเอง จนคลี่คลายออกมาเป็นดอกผลที่เป็นธรรมชาติ</p>
<p><strong>ลองทบทวนตัวเองหน่อยเป็นไร ว่าเราไม่ได้ชิมรสทิพย์ของผลไม้ที่สุกงอมตามธรรมชาติมานานเท่าใดแล้ว</strong></p>
<p align="center"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/459/26459/images/esperanza5.jpg" alt="" /></p>
<p>นอกจากเวทีการประชันความสามารถแบบประเดี๋ยวประด๋าวทางจอแก้วที่เราๆ ท่านๆ ตื่นเต้นกันเป็นพักๆ เพราะมนต์มายาของทีวี หากปรับเปลี่ยนขอบเขตการรับรู้เสียใหม่ บางที เราจะพบว่าโลกยังมีพื้นที่กว้างสำหรับความมหัศจรรย์อีกหลายเรื่อง</p>
<p>แต่ระวังสักหน่อย เพราะคุณอาจจะหลงใหลไปกับอัจฉริยภาพของ เอสเปอรันซา สปัลดิง โดยไม่รู้ตัว เพราะแม้แต่ เดวิด เลทเทอร์แมน พิธีกรชื่อดัง ไม่วายพูดถึงสาวน้อยคนนี้ว่า</p>
<p>“นี่คือสุดยอดแขกรับเชิญ เท่าที่เคยมาร่วมในรายการของเรา” !</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/6ulxSAiWR70&amp;hl=en&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/6ulxSAiWR70&amp;hl=en&amp;fs=1" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>คลิปเบื้องหลังการผลิตอัลบั้ม esperanza</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/608/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จอห์น พาทิทุคชี เสนาะสำเนียงเบส</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/511</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/511#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2009 03:08:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles]]></category>
		<category><![CDATA[John Patitucci]]></category>
		<category><![CDATA[เบส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=511</guid>
		<description><![CDATA[
เรื่องโดย อนันต์ ลือประดิษฐ์
นอกจาก Pilgrimage ผลงานชุดสุดท้ายของ ไมเคิล เบรคเกอร์ นักแซ็กโซโฟนผู้วายชนม์ไปก่อนวัยอันควร ซึ่งจัดเป็นตัวเก็งสำคัญของรางวัลแกรมมี่ในสาขาอัลบั้มแจ๊สยอดเยี่ยมประจำปี 2008 แล้ว คู่ชิงที่ดูสูสีกันไม่น้อย เห็นจะหนีไม่พ้นอัลบั้ม Line By Line ของ จอห์น พาทิทุคชี มือเบสระดับพระกาฬคนหนึ่งของวงการแจ๊สวันนี้
นับเป็นเรื่องบังเอิญที่แปลก เพราะ จอห์น มีส่วนร่วมทั้ง 2 อัลบั้มพอดี โดย Pilgrimage เขาเล่นในฐานะไซด์แมน และ Line by Line ที่เขารับบทผู้นำ
จอห์น น่าจะเป็นที่รู้จักในหมู่นักฟังบ้านเราพอสมควร เขาเคยมาแสดงสดที่เทศกาลหัวหิน ปี ค.ศ.2005 ด้วยรูปแบบวงทริโอ มีมือกีตาร์ดาวรุ่งจากนิวยอร์ก อดัม โรเจอร์ส และมือกลองฝีมือฉกาจอย่าง แคลเรนซ์ เพนน์ มาบรรเลง
น่าเสียดายว่าคราวนั้นระบบเสียงอื้ออึงจนฟังไม่ได้ความ สุนทรียภาพทางดนตรีจึงมลายม้วยไปหมดสิ้น
มือเบสคนนี้ผ่านประสบการณ์มาไม่น้อย เขาหัดเล่นเบสไฟฟ้า ก่อนมาจับอะคูสติคเบส สมัยวัยรุ่นเคยเล่นเพลงร็อค ก่อนจะย้ายความสนใจมาที่แจ๊ส พอถึงการเรียนในระดับอุดมศึกษา จอห์น เลือกเรียนดับเบิลเบสคลาสสิก ที่มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกสเตท และมหาวิทยาลัยลองบีช
ในฐานะไซด์แมน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-medium wp-image-514" title="patitucci2" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/04/patitucci2-300x300.jpg" alt="patitucci2" width="300" height="300" /></p>
<p>เรื่องโดย อนันต์ ลือประดิษฐ์</p>
<p>นอกจาก Pilgrimage ผลงานชุดสุดท้ายของ ไมเคิล เบรคเกอร์ นักแซ็กโซโฟนผู้วายชนม์ไปก่อนวัยอันควร ซึ่งจัดเป็นตัวเก็งสำคัญของรางวัลแกรมมี่ในสาขาอัลบั้มแจ๊สยอดเยี่ยมประจำปี 2008 แล้ว คู่ชิงที่ดูสูสีกันไม่น้อย เห็นจะหนีไม่พ้นอัลบั้ม Line By Line ของ จอห์น พาทิทุคชี มือเบสระดับพระกาฬคนหนึ่งของวงการแจ๊สวันนี้<span id="more-511"></span></p>
<p>นับเป็นเรื่องบังเอิญที่แปลก เพราะ จอห์น มีส่วนร่วมทั้ง 2 อัลบั้มพอดี โดย Pilgrimage เขาเล่นในฐานะไซด์แมน และ Line by Line ที่เขารับบทผู้นำ</p>
<p>จอห์น น่าจะเป็นที่รู้จักในหมู่นักฟังบ้านเราพอสมควร เขาเคยมาแสดงสดที่เทศกาลหัวหิน ปี ค.ศ.2005 ด้วยรูปแบบวงทริโอ มีมือกีตาร์ดาวรุ่งจากนิวยอร์ก อดัม โรเจอร์ส และมือกลองฝีมือฉกาจอย่าง แคลเรนซ์ เพนน์ มาบรรเลง</p>
<p>น่าเสียดายว่าคราวนั้นระบบเสียงอื้ออึงจนฟังไม่ได้ความ สุนทรียภาพทางดนตรีจึงมลายม้วยไปหมดสิ้น</p>
<p>มือเบสคนนี้ผ่านประสบการณ์มาไม่น้อย เขาหัดเล่นเบสไฟฟ้า ก่อนมาจับอะคูสติคเบส สมัยวัยรุ่นเคยเล่นเพลงร็อค ก่อนจะย้ายความสนใจมาที่แจ๊ส พอถึงการเรียนในระดับอุดมศึกษา จอห์น เลือกเรียนดับเบิลเบสคลาสสิก ที่มหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโกสเตท และมหาวิทยาลัยลองบีช</p>
<p>ในฐานะไซด์แมน เขาเล่นให้ศิลปินรุ่นใหญ่นับไม่ถ้วน ตั้งแต่ บี.บี.คิง, จอร์จ เบนสัน, เฮอร์บี แฮนค็อก, เวย์น ชอร์เตอร์, ดิซซี กิลเลสปี นอกจากนี้เขายังข้ามมาเล่นให้ศิลปินแนวอื่นๆ เช่น บอง โจวี, ควีน ลาติฟาห์, สติง และ คาร์ลี ไซมอน</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-513" title="patitucci1" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/04/patitucci1-200x300.jpg" alt="patitucci1" width="200" height="300" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ในปี ค.ศ.1986 จอห์น จึงได้รับการโหวตจากเพื่อนๆ ร่วมอาชีพที่เป็นสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์ด้านการบันทึกเสียงแห่งชาติ ให้เป็นมือเบส MVP ซึ่งย่อมาจาก Most Valuable Player</p>
<p>ในฐานะศิลปินเดี่ยว จอห์น มีอัลบั้มออกมา 12 ชุดแล้ว ชุดแรก John Patitucci ได้เสียงตอบรับที่ท่วมท้น เช่นเดียวกับชุดที่ 4 Heart of the Bass ที่สะท้อนถึงชั้นเชิงในการประพันธ์ดนตรีอันลุ่มลึก</p>
<p>หลังออกผลงานมา 6 ชุด เขาก็เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในสังกัด คองคอร์ด มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง โดย Line By Line เป็นชุดล่าสุดที่เผยให้เห็นศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของมือเบสคนนี้ ในการเชื่อมโยงดนตรีคลาสสิก ดนตรีร็อค ดนตรีโฟล์คมาหลอมรวมกันภายใต้โครงสร้างหลักที่เป็นแจ๊ส ซึ่งแปลกและมีลักษณะเฉพาะตัวค่อนข้างสูง</p>
<p>นอกจากรูปแบบของวง กีตาร์ ทริโอ ที่มี อดัม โรเจอร์ส เล่นกีตาร์ และ ไบรอัน เบลด เล่นกลองแล้ว ยังมีแขกรับเชิญประกอบด้วย คริส พอตเตอร์ มือแซ็กโซโฟนดาวรุ่ง กับวงสตริงควอร์เททที่เพิ่มความประณีตงดงามให้แก่อัลบั้มนี้ ด้วยการประสมวงและประสมเสียงที่ไม่ธรรมดา</p>
<p>ผลงานส่วนใหญ่เป็นบทประพันธ์ของ จอห์น เปิดอัลบั้มด้วย The Root จากการนำเข้าผ่านเสียงกีตาร์ที่มีเอกลักษณ์ของ อดัม โรเจอร์ส จากนั้น อดัมร่ายมนตร์ด้วยเสียงกีตาร์ที่พลิ้วไหว และงดงาม</p>
<p>Agitato มี คริส มาบรรเลงชุดโน้ตยูนิสันกับไลน์กีตาร์ ด้วยเฟรสซิ่งที่ไต่ไปบนสเกลอันแปลกแปร่ง เพลงนี้เป็นตัวอย่างของการสนับสนุนทางด้านริธึ่มอย่างเต็มที่ของ ไบรอัน ที่มีวิธีการบรรเลงกลองแบบควบม้า</p>
<p>Theme and Variations for 6-String Bass and Strings ถือเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซ ด้วยความยาวกว่า 9 นาที</p>
<p>ในอัลบั้มมีบทประพันธ์อื่นๆ ผสมโรงมาด้วย เช่น Dry Septermber จากการแต่งของมือกีตาร์ ที่ค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงต้น จากนั้นมีการสับเปลี่ยนอารมณ์ ขยับมาเคลื่อนไหวอย่างรุกเร้าก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งอีกครั้ง</p>
<p>หรือ Evidence เพลงของ ธีโลเนียส มังก์ นำเสนอในแบบฟิวชั่นร็อคที่ทั้งดุดันและมีอัตราส่วนจังหวะอันซับซ้อน ส่วน Nana เป็นผลงานของ เดอ ฟัลญา ที่ จอห์น ใช้คันสีบรรเลงด้วยเทคนิคอาร์โกได้อย่างเนียน ด้าน อดัม เปลี่ยนจากกีตาร์ไฟฟ้าเสียงหลอนมาใช้กีตาร์สายไนล่อนเล่นในแบบพิคกิ้ง สไตล์ ที่ไพเราะไปอีกแบบ</p>
<p>อัลบั้ม Line By Line เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของศิลปินระดับแนวหน้าของโลกในวันนี้ ที่มีหลายมิติมากกว่าแค่เพียงแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ในฐานะไซด์แมน เขาตอบสนองความพึงพอใจของนายวงและคอนเซปต์ของงานชิ้นนั้นๆ ด้วยดี แต่ในฐานะคอมโพสเซอร์ เจ้าของอัลบั้มของตัวเอง จอห์น พาทิทุคชี ไม่รอช้าที่จะนำเสนอดนตรีอย่างที่เขาอยากให้เป็น</p>
<p>และนี่คือตัวเก็งหนึ่งของแกรมมี่ปีนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/511/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

