<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BangkokJazzLife.com &#187; แซ็กโซโฟน</title>
	<atom:link href="http://www.bangkokjazzlife.com/archives/tag/%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b9%82%e0%b8%9f%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bangkokjazzlife.com</link>
	<description>The Best Companion for Thai Jazz Society</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Feb 2012 06:03:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Kenny G</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/764</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/764#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 20:57:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Bio]]></category>
		<category><![CDATA[Kenny G]]></category>
		<category><![CDATA[saxophone]]></category>
		<category><![CDATA[แซ็กโซโฟน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=764</guid>
		<description><![CDATA[
จากยอดขายโดยรวมทุกอัลบั้มของ Kenny G ในปี 2003 ที่สูงถึง 48 ล้านแผ่นในอเมริกา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือนักแซ็กโซโฟนที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง แต่พูดถึง Kenny Gแล้ว อาจจะเป็นได้ทั้งศิลปินที่คนฟังเพลง ทั้งรัก ทั้งชัง นักแซ็กโซโฟนมากความสามารถ นักดนตรีที่ขายวิญญาณให้กับวงการเพลงป๊อบ ไม่ใช่ศิลปินของแท้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตามแต่
 แต่ก็นับว่าเป็นมือแซ็กโซโฟนที่มีความสามารถสูงและงานชุกอีกคนนึง ไม่ว่าจะเป็นในแนวป๊อบ แจ๊ส Adult Contemporary เขาก็ทำได้หมด แต่อาจจะเป็นเพราะนโยบายของค่ายเทปที่เขาสังกัดอยู่ ซึ่งเน้นเพลงตลาดเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้นักฟังเพลงที่ชอบเสพเพลงเจ๋งๆหรือนักวิจารณ์ไม่ค่อยจะชื่นชอบเท่าไหร่ แต่นั่นก็ทำให้เพลงของเขาฟังง่ายขึ้น จุดเด่นของเขาคือ เทคนิคการเป่าที่มีสไตล์เฉพาะตัว ฟังง่าย เข้าถึงง่าย จึงทำให้อัลบั้มทุกชุดของเขาไม่มีชุดไหนเลยที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพลงของเขามักจะถูกใช้บ่อยมากในการทำโฆษณาต่างๆ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเพลงสร้างบรรยากาศของห้างสรรพสินค้า

Kenny G หรือ Kenneth Gorelick เกิดในปี 1956 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ในเมือง Seattle รัฐ Washington เริ่มสนใจในการเป่าแซ็กโซโฟนเป็นครั้งแรกเมื่อได้ดูรายการ Ed Sullivan Show และประทับใจในการเป่าแซกโซโฟนของนักแซ็กโซโฟนในรายการหลังจากได้รับแซ็กโซโฟนตัวแรกในชีวิตจากแม่ของเขาเอง และได้ฝึกเป่าแซ็กอย่างจริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-medium wp-image-768" title="KennyG" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/07/KennyG-231x300.jpg" alt="KennyG" width="231" height="300" /></p>
<p>จากยอดขายโดยรวมทุกอัลบั้มของ Kenny G ในปี 2003 ที่สูงถึง 48 ล้านแผ่นในอเมริกา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาคือนักแซ็กโซโฟนที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่ง แต่พูดถึง Kenny Gแล้ว อาจจะเป็นได้ทั้งศิลปินที่คนฟังเพลง ทั้งรัก ทั้งชัง นักแซ็กโซโฟนมากความสามารถ นักดนตรีที่ขายวิญญาณให้กับวงการเพลงป๊อบ ไม่ใช่ศิลปินของแท้ หรืออะไรต่อมิอะไรมากมายในแง่บวกหรือแง่ลบก็ตามแต่<span id="more-764"></span></p>
<p> แต่ก็นับว่าเป็นมือแซ็กโซโฟนที่มีความสามารถสูงและงานชุกอีกคนนึง ไม่ว่าจะเป็นในแนวป๊อบ แจ๊ส Adult Contemporary เขาก็ทำได้หมด แต่อาจจะเป็นเพราะนโยบายของค่ายเทปที่เขาสังกัดอยู่ ซึ่งเน้นเพลงตลาดเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้นักฟังเพลงที่ชอบเสพเพลงเจ๋งๆหรือนักวิจารณ์ไม่ค่อยจะชื่นชอบเท่าไหร่ แต่นั่นก็ทำให้เพลงของเขาฟังง่ายขึ้น จุดเด่นของเขาคือ เทคนิคการเป่าที่มีสไตล์เฉพาะตัว ฟังง่าย เข้าถึงง่าย จึงทำให้อัลบั้มทุกชุดของเขาไม่มีชุดไหนเลยที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพลงของเขามักจะถูกใช้บ่อยมากในการทำโฆษณาต่างๆ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเพลงสร้างบรรยากาศของห้างสรรพสินค้า</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-769" title="B00064K2RQ.01.LZZZZZZZ[1]" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/07/B00064K2RQ.01.LZZZZZZZ1.jpg" alt="B00064K2RQ.01.LZZZZZZZ[1]" width="500" height="497" /></p>
<p>Kenny G หรือ Kenneth Gorelick เกิดในปี 1956 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ในเมือง Seattle รัฐ Washington เริ่มสนใจในการเป่าแซ็กโซโฟนเป็นครั้งแรกเมื่อได้ดูรายการ Ed Sullivan Show และประทับใจในการเป่าแซกโซโฟนของนักแซ็กโซโฟนในรายการหลังจากได้รับแซ็กโซโฟนตัวแรกในชีวิตจากแม่ของเขาเอง และได้ฝึกเป่าแซ็กอย่างจริงๆ จัง โดยเพลงที่เขาฝึกฝนส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงของ Grover Washington Jr. ซึ่งแน่นอนว่า การเป่าแซ็กของเขาก็ได้รับอิทธิพลจาก Grover เป็นส่วนใหญ่ แต่ภายหลังก็ผสมผสานกับการเป่าในลักษณะเฉพาะตัวของเขาเอง Kenny G เริ่มเข้าสู่วงการเพลง และใช้ชื่อ Kenny G เป็นครั้งแรกในปี 1976 โดยรับหน้าที่เป็นนักแซ็กโซโฟนโซโลให้กับวง Barry White&#8217;s Love Unlimited Orchestra แล้วก็เป่าให้กับคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย จนจบการศึกษาจากมหาลัยวอชิงตัน และได้ร่วมงานกับวง Jeff Lorber Fusion ต่อมาเซ็นสัญญากับค่าย Arista ในปี 1982 ทำอัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเขาเอง ในชื่อชุดว่า &#8220;Kenny G&#8221; โดยมี Jeff Lorber เป็น Producerให้</p>
<p>หลังจากนั้น ออกงานเพลงชุดที่ 2 &#8220;G Force&#8221; ในปี 1983 และชุดที่ 3 &#8220;Gravity&#8221; ในปี 1985 3 อัลบั้มแรกนั้นยังไม่ถือว่าเปรี้ยงปร้างอะไรมากนัก แต่ก็ถือว่าสร้างฐานคนฟังได้ดีทีเดียว จนกระทั่งออกอัลบั้มที่ 4 &#8220;Duotones&#8221; ในปี 1986 แค่เพลง Songbird ก็ทำให้ Kenny G ดังเปรี้ยงปร้างอย่างงดงามเลยทีเดียว หลังจากนั้น Kenny G ได้ร่วมงานกับศิลปินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Aretha Franklin, Natalie Cole, Whitney Houston, Rippingtons ฯลฯ</p>
<p>เขากลับมามีผลงานเดี่ยวอีกครั้งในปี 1988 คือ &#8220;Silhouette&#8221; ตามมาด้วยอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 1992 อย่าง &#8220;Breathless&#8221; ซึ่งขายได้กว่า 8 ล้านแผ่นในอเมริกา นั่นทำให้ในปี1992 Kenny G ทำยอดขายรวมไป 30ล้านแผ่นเลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันเพลงของเขาก็เริ่มกลายเป็นเพลงธุรกิจเอาใจตลาดมากขึ้น จนกลายเป็นศิลปินที่มีทั้งคนรัก และคนชังในเวลาเดียวกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-767" title="KennyG1" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/07/KennyG1.jpg" alt="KennyG1" width="297" height="300" /></p>
<p>ปี1994 Kenny G ออกผลงานพิเศษรวมเพลงคริสต์มาส &#8220;Miracles: The Holiday Album&#8221; และผลงานใหม่ในปี 1996 อย่าง &#8220;The Moment&#8221; ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปี1998 ก็มีเพลง My Heart Will Go On ในเวอร์ชั่นของเขาเองอีกด้วย</p>
<p>ในปี 1998 Kenny G ทำอัลบั้ม Cover แนวJazz Standards ที่มีชื่อว่า &#8220;Classics In The Key Of G&#8221; แต่ในการทำอัลบั้มชุดนี้ Kenny G ถูกวิจารณ์ในแง่ลบอย่างมากในการเอาเพลง What A Wonderful World ฉบับดั้งเดิมของ Louis Armstrongมา เเล้วอัดเสียงแซกของ Kenny G ทับลงไปในเพลงนั้น โดยเฉพาะ Pat Metheny มือกีต้าร์แจ๊สชื่อดังอีกคนหนึ่ง วิจารณ์ในการกระทำของ Kenny G ว่า &#8220;เป็นการดูหมิ่น Louis Armstrong อย่างมาก &#8221; แล้วยังมีคนที่ทำเพลงล้อเลียน Kenny G อีกมากมาย เช่น Richard Thompson , Mos Def แต่อย่างไรก็ตาม อัลบั้มชุดนี้ก็ยังคงขายดีเช่นเคย</p>
<p>&#8220;Faith: A Holiday Album&#8221; ในปี 1999 เป็นอีกอัลบั้มผลงานพิเศษรวมเพลงสำหรับเทศกาล วันหยุดต่างๆ ของ Kenny G และอีกชุดในทำนองเดียวกันอย่าง &#8220;Wishes: A Holiday Album&#8221; ในปี 2002 และปีเดียวกันนี้เองที่ Kenny G ทำอัลบั้มใหม่ของเขาจริงๆ ออกวางตลาดหลังจากทำอัลบั้มพิเศษมานานอย่าง &#8220;Paradise&#8221;</p>
<p>หลังจากนั้นเขาหันไปนำเอาของเก่าชาวบ้านเขามาทำใหม่ อย่าง &#8220;At Last&#8230;The Duets Album&#8221; ในปี 2004 และในปี 2006 กับ &#8220;I&#8217;m in the Mood for Love&#8230;The Most Romantic Melodies of All Time&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-766 aligncenter" title="KennyG4" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/07/KennyG4.jpg" alt="KennyG4" width="600" height="600" /></p>
<p>ปัจจุบัน Kenny G ย้ายมาอยู่กับค่าย Concord และออกผลงานใหม่ในปี 2008 ที่มีชื่อว่า &#8220;Rhythm &amp; Romance&#8221; ในสไตล์โรแมนติกลาตินแจ๊ส&#8230;.เรียบเรียงโดยคุณศันสนะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/764/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิสุทธิ ประทีปะเสน</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/749</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/749#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 18 Jul 2009 20:11:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Thai Musicians]]></category>
		<category><![CDATA[saxophone]]></category>
		<category><![CDATA[พิสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[แซ็กโซโฟน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=749</guid>
		<description><![CDATA[
เครื่องดนตรี : แซ็กโซโฟน
พิสุทธิเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 10 ขวบ แต่หันมาสนใจดนตรีแจ๊สจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 16 ปี โดยเล่นเครื่องดนตรีคือแซ็กโซโฟน จากนั้นเขาได้เข้าประกวดดนตรีเยาวชนของวิทยาลัยดุริยางศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 1 ปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงได้โควตาเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล
ความสำเร็จข้างต้นเป็นตัวจุดประกายให้พิสุทธิเริ่มศึกษาดนตรีแจ๊สกับ อ.เด่น อยู่ประเสริฐ, อ.กฤต บูรณะวิทยวุฒิ, อ. Dan Phillip และ Don Aligo, ได้ร่วมแสดงในงาน World Saxophone Congress 13th Minneapolis, Minnesota ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน

- อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
- สมาชิกวงทีโบน ตำแหน่ง เทเนอร์แซกโซโฟน
- สมาชิกวงแม้นศรี ของอาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2544
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="alignnone size-full wp-image-751" title="pisut" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/07/pisut.jpg" alt="pisut" width="200" height="293" /></p>
<p>เครื่องดนตรี : แซ็กโซโฟน</p>
<p>พิสุทธิเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 10 ขวบ แต่หันมาสนใจดนตรีแจ๊สจริงๆ จังๆ ตอนอายุ 16 ปี โดยเล่นเครื่องดนตรีคือแซ็กโซโฟน จากนั้นเขาได้เข้าประกวดดนตรีเยาวชนของวิทยาลัยดุริยางศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 1 ปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงได้โควตาเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล<span id="more-749"></span></p>
<p>ความสำเร็จข้างต้นเป็นตัวจุดประกายให้พิสุทธิเริ่มศึกษาดนตรีแจ๊สกับ อ.เด่น อยู่ประเสริฐ, อ.กฤต บูรณะวิทยวุฒิ, อ. Dan Phillip และ Don Aligo, ได้ร่วมแสดงในงาน World Saxophone Congress 13th Minneapolis, Minnesota ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p><strong>ปัจจุบัน<br />
</strong></p>
<p>- อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร</p>
<p>- สมาชิกวงทีโบน ตำแหน่ง เทเนอร์แซกโซโฟน</p>
<p>- สมาชิกวงแม้นศรี ของอาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีแจ๊ส คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี 2544</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/749/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหล้าเก่า-ส่วนผสมใหม่</title>
		<link>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/560</link>
		<comments>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/560#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 08:28:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[Kenny G]]></category>
		<category><![CDATA[แซ็กโซโฟน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bangkokjazzlife.com/?p=560</guid>
		<description><![CDATA[
Artist : Kenny G
Album : At Last &#8230; The Duets Album
Record : Arista 2004 (CD)
เหล้าเก่า-ส่วนผสมใหม่
เมื่อกว่า 10 ปีก่อน แฟนเพลงชาวไทยเคยตื่นตาตื่นใจกับการแสดงสดของ เคนนี จี เป็นครั้งแรก เพลงอย่าง Songbird กับเทคนิคช่ำชองในการระบายลมผ่านเสียง โซปราโน แซ็กโซโฟน อันยาวนานครั้งนั้น เรียกเสียงกรีดร้องจากผู้ชมได้ไม่น้อย
เวลาผ่านมากว่า 1 ทศวรรษ แม้ในวันนี้คุณอาจจะไม่ตั้งใจหยิบผลงานของเขามาฟังโดยตรง แต่ผลงานของมือแซ็กผมหยิกหยองคนนี้ก็ยังล่องลอยผ่านสายลมมาให้ได้ยินเสมอๆ ตามห้างสรรพสินค้า ตามล็อบบี้เลานจ์โรงแรม หรือสถานที่ซึ่งต้องการเสียงเพลงขับกล่อมแบบบางเบา จนงานของ เคนนี จี ทำหน้าที่ไม่ต่างไปจาก &#8220;ไลท์ มิวสิค&#8221; ยุคใหม่เท่าใดนัก
ขณะที่หลายคนข้ามผ่านเสียงแซ็กละมุนละไมของเขา ซึ่งบางครั้งอาจรู้สึกหวานจนเลี่ยน เพื่อไปสู่รูปแบบและสีสันดนตรีชนิดอื่นๆ แต่ เคนนี จี ก็ยังขยันมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามปรับเปลี่ยนให้ผลงานมีสารัตถะใหม่ๆ แต่สำเนียงแซ็กของเขาก็ยังเป็น เคนนี จี คนเดิม ที่ฟังเมื่อใดก็ระบุตัวได้แน่ชัด
อัลบั้ม At [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-561" title="005" src="http://www.bangkokjazzlife.com/wp-content/uploads/2009/04/005.jpg" alt="005" width="190" height="190" /></p>
<p>Artist : Kenny G<br />
Album : At Last &#8230; The Duets Album<br />
Record : Arista 2004 (CD)<br />
เหล้าเก่า-ส่วนผสมใหม่</p>
<p>เมื่อกว่า 10 ปีก่อน แฟนเพลงชาวไทยเคยตื่นตาตื่นใจกับการแสดงสดของ เคนนี จี เป็นครั้งแรก เพลงอย่าง Songbird กับเทคนิคช่ำชองในการระบายลมผ่านเสียง โซปราโน แซ็กโซโฟน อันยาวนานครั้งนั้น เรียกเสียงกรีดร้องจากผู้ชมได้ไม่น้อย<span id="more-560"></span></p>
<p>เวลาผ่านมากว่า 1 ทศวรรษ แม้ในวันนี้คุณอาจจะไม่ตั้งใจหยิบผลงานของเขามาฟังโดยตรง แต่ผลงานของมือแซ็กผมหยิกหยองคนนี้ก็ยังล่องลอยผ่านสายลมมาให้ได้ยินเสมอๆ ตามห้างสรรพสินค้า ตามล็อบบี้เลานจ์โรงแรม หรือสถานที่ซึ่งต้องการเสียงเพลงขับกล่อมแบบบางเบา จนงานของ เคนนี จี ทำหน้าที่ไม่ต่างไปจาก &#8220;ไลท์ มิวสิค&#8221; ยุคใหม่เท่าใดนัก</p>
<p>ขณะที่หลายคนข้ามผ่านเสียงแซ็กละมุนละไมของเขา ซึ่งบางครั้งอาจรู้สึกหวานจนเลี่ยน เพื่อไปสู่รูปแบบและสีสันดนตรีชนิดอื่นๆ แต่ เคนนี จี ก็ยังขยันมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความพยายามปรับเปลี่ยนให้ผลงานมีสารัตถะใหม่ๆ แต่สำเนียงแซ็กของเขาก็ยังเป็น เคนนี จี คนเดิม ที่ฟังเมื่อใดก็ระบุตัวได้แน่ชัด</p>
<p>อัลบั้ม At Last &#8230; The Duets Album เป็นตัวอย่างของความพยายามดังกล่าว 13 เพลงหลักในอัลบั้ม พ่วงด้วยอีก 2 โบนัสแทร็ค เผยให้เห็นตัวตนหลักของ เคนนี จี กับสีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามบุคลิกภาพของแขกรับเชิญ โดยแต่ละแทร็คมีนักร้อง นักดนตรีมา &#8220;ดูเอ็ท&#8221; กันอย่างเพลิดเพลิน พลอยทำให้ &#8220;ความซ้ำ&#8221; ของเคนนี จี มีช่องทางเลือกใหม่ให้แฟนเพลงเก่าที่ห่างหายไปนาน กลับมาสำรวจตรวจตราแนวการบรรเลงของเขาอีกครั้ง</p>
<p>วอลเตอร์ อฟานาเซียฟ ทำหน้าที่ร่วมโปรดิวซ์ และเรียบเรียงดนตรีเช่นเคย โดยเลือกใช้เพลงเก่าเป็นวัตถุดิบพื้นฐาน ข้อดีของอัลบั้มนี้ จึงไม่ต่างจากการฟังอัลบั้มเพลงฮิตที่นำมาถ่ายทอดใหม่ โดยมีเสียงโซปราโน แซ็กโซโฟน ที่คุ้นเคยคลอเคล้าอยู่ไม่ห่าง</p>
<p>เริ่มกันตั้งแต่ (Everything I Do) I Do It For You กับ ลีแอน ไรม์ส, At Last กับมือทรัมเป็ต อาร์ตูโร แซนโดวัล, Careless Whisper กับ ไบรอัน แมคไนท์ และ เอิร์ล คลูห์, Pick Up The Pieces กับ เดวิด แซนบอร์น, Baby Come To Me กับ แดรีล ฮอลล์ ฯลฯ จนไปปิดท้ายด้วย The Music That Makes Me Dance กับ บาร์บรา สตรัยแซนด์</p>
<p>สำหรับซีดีที่วางตลาดในเอเชีย ต้นสังกัดแถมโบนัสแทร็คให้ 2 เพลง ประกอบด้วย ทาทายัง กับเพลง I Need The Both of You และ หวังลีฮอม กับเพลง The One and Only นัยว่าเพื่อกระตุ้นยอดขาย<br />
ข้อด้อยบางประการของอัลบั้มนี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเพลง การบรรเลงของ เคนนี จี หรือการสอดประสานของแขกรับเชิญมากหน้าหลายตา ซึ่งจัดว่าทำได้ดีทีเดียว แต่มาจากโปรดักชั่นของอัลบั้มที่ปรุงแต่งขึ้นแบบสำเร็จรูปไปหมด</p>
<p>เนื่องจากทุกเพลงบันทึกเสียงต่างกรรมต่างวาระ ใช้เวทย์มนต์ของเทคโนโลยีบันทึกเสียงสมัยใหม่เข้าช่วย (Overdubbed Recording) เคนนี จี กับแขกรับเชิญของเขา จึงแทบไม่ได้พบหน้ากันด้วยซ้ำ นั่นพลอยทำให้อัลบั้มขาดเสน่ห์ของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักดนตรีไปอย่างสิ้นเชิง</p>
<p><strong>หรือนี่คือแนวทางการทำงานของ เคนนี จี ซึ่งไม่มีวันแปรเปลี่ยนไปได้ ?</strong><br />
<em>- อนันต์ ลือประดิษฐ์ -</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bangkokjazzlife.com/archives/560/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

