เอ็ดดี ปัลเมียรี ร้อนแรงด้วยบีทละติน
By admin | April 20th, 2009 | Category: Reviews | No Comments »
Artist :Eddie Palmieri
Album : Listen Here !
Record : Concord Picante 2005 (CD)
เอ็ดดี ปัลเมียรี ร้อนแรงด้วยบีทลาติน
เป็นไปตามความคาดหมาย ผลรางวัลแกรมมี่ปีนี้ (ค.ศ.2006) เอ็ดดี ปัลเมียรี (Eddie Palmieri) มือเปียโนชาวอเมริกันเชื้อสายเปอร์โตริกัน วัย 70 ปี คว้ารางวัลแกรมมี่ตัวที่ 7 ไปครองในสาขาอัลบั้มดนตรีลาตินแจ๊สยอดเยี่ยม จากอัลบั้ม Listen Here ! ที่ออกกับสังกัด “คองคอร์ด ปิกานเต”
แวดวงนักฟังแจ๊สบ้านเรา น่าจะรู้จักคุ้นเคยกับ เอ็ดดี ระดับหนึ่ง เพราะผลงานของเขาสรรหามาฟังได้ไม่ยากเย็นนัก อีกทั้งแนวดนตรีลาตินแจ๊สอันเร่าร้อนด้วยชีพจรซัลซ่า ผสมด้วยจังหวะรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รุมบ้า, กวนกวนโก, แมมโบ ฯลฯ ถือว่าเป็นมนต์เสน่ห์อันไม่ยากแก่การเข้าถึงแต่อย่างใด
เอ็ดดี เติบโตมาในย่าน เซาธ์ บรองซ์ ของมหานครนิวยอร์ก เขาเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่อมีโอกาสเติบโตและได้เล่นดนตรีที่ แพลลาเดียม บอลรูม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “บ้านของดนตรีแมมโบ” ตั้งอยู่บนถนนสายที่ 53 ย่านแมนฮัตตันของเมืองนิวยอร์ก ในช่วงทศวรรษ 1960s
จากนั้น เขาซึมซับรูปแบบดนตรีแจ๊สมาอย่างเต็มๆ เพียงแต่อาจจะไม่เบนเข็มสู่ถนนสายแจ๊สโดยตรงเหมือนอย่าง ชาร์ลี ปัลเมียรี ผู้เป็นพี่ชาย
ในทางตรงกันข้าม เอ็ดดี กลับนำความรู้ทางด้านแจ๊สมาใช้ จนประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงจากการทดลองผสมผสานดนตรีลาตินกับดนตรีรูปแบบต่างๆ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้ในบางขณะแฟนเพลงค้นพบว่า ผลงานของ เอ็ดดี ปัลเมียรี แม้จะไม่ยากแก่การเข้าถึง แต่ก็พลิกผันจากความคาดหมายเดิมๆ เสมอ
เอ็ดดี ปัลเมียรี กำลังจะมีอายุครบ 70 ปีเต็มในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ.2006 นี้ นับเป็นมือเปียโนรุ่นตำนาน เป็นมือเรียบเรียงเสียงประสาน, นายวง และนักแต่งเพลงที่ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
Listen Here ! เป็นการคืนกลับแนวทางดนตรีลาตินแจ๊สแบบมาตรฐาน มีจัดวางแนวอะเรนจ์เมนต์อย่างพอเหมาะพอควร เลือกเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ ตั้งแต่กีตาร์ไปจนถึงไวโอลิน และให้ความสำคัญแก่บทบาทของโซโลอิสต์รุ่นใหม่ซึ่งจัดจ้านและร้อนแรงด้วยพลังของการสร้างสรรค์
จุดเด่นอยู่ตรงการเลือกสรรบทประพันธ์มารวมไว้ มีทั้งงานแต่งเอง (Original Compositions) ส่วนอีก 4 เพลงเป็นเพลงแจ๊สคลาสสิกที่รู้จักมักคุ้นกันดี เอ็ดดี นำมาปัดฝุ่นและใส่อะเรนจ์เมนต์ใหม่ โชว์ไอเดียในการเรียบเรียงและการอิมโพรไวส์อย่างแพรพราว
เริ่มกันจาก ไตเติลแทร็ค Listen Here ! ผลงานจากปลายปากกาของ เอ็ดดี แฮร์รี ในยุคซิกซ์ตีส์ ซึ่งมี ไมเคิล เบรคเกอร์ (ในสภาพร่างกายที่กำลังป่วยหรือไม่ – ไม่แน่ใจ) มาโซโล่เทเนอร์แซ็ก สำเนียง “แอโฟร-คิวบ็อพ” ฟังจากแนวทางโซโล่แล้วกระเดียดไปในโทนของ จอห์น โคลเทรน อ่อนๆ โดยมี คริสเชียน แมคไบรด์ มือเบสทำหน้าที่วอล์คเบสได้อย่างถึงฟีล
ช่วงโซโลเบสตอนกลางของเพลงนั้น แค่โน้ตกลุ่มแรกๆ ก็นับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งที่ได้ฟัง คริสเชียน นำเสนอได้อย่างหมดจด ไม่ยืดเยื้อ ถูไถ ซ้ำไปซ้ำมา และมีความหมายทุกตัวโน้ต ผลลัพธ์โดยภาพรวมของแทร็คนี้ คือลาตินแจ๊สชั้นดีที่โน้มนำให้คุณโยกโยนตัวตามจังหวะโดยไม่รู้ตัว
Tin Tin Deo เป็นเพลงเก่าของ ดิซซี กิลเลสปี ให้อารมณ์เยือกเย็นบนชีพจรอันรุ่มร้อน โซโลเทเนอร์แซ็กโซโฟน ของ เดวิด ซานเชซ ในเพลงนี้ช่างสละสลวยและนุ่มละมุนละไมยิ่งนัก ความคิดของเขาพร่างพรูอย่างต่อเนื่อง และไม่ขาดสาย โดยมีแอคคอมพานีเปียโนที่เปี่ยมด้วยสุขุมคัมภีรภาพ เป็นการนำภาพร่างของอดีตมาฉายให้เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกร่วมสมัย
ตรงข้ามกับ Tin Tin Deo เมื่อมาถึง In Walked Bud เพลงคลาสสิกของ ธีโลเนียส มังค์ ซึ่งแต่งให้ บัด พาวล์ มือเปียนัยน์ตาพิการรุ่นปรมาจารย์ มีการจัดวางเฟรสซิ่งของเพลงใหม่ อาจจะสั้นๆ ห้วนๆ แต่แพทเทิร์นของจังหวะโยกโยนมากพอที่จะทำให้บทเพลงมีความลื่นไหล ด้วยอารมณ์ของจังหวะเต้นรำแบบย้อนยุค การประชันสีสันของเครื่องลมในแทร็คนี้ เสมือนหนึ่งบทสนทนาของเพื่อนที่ถูกอกถูกใจกันและกัน
ในอัลบั้มเดียวกัน เอ็ดดี หยิบเพลงของนักเปียโนอีกคนมาถ่ายทอดไว้ด้วย นั่นคือ Nica’s Dream บทประพันธ์ของ ฮอเรซ ซิลเวอร์ (น่าจะแต่งให้แก่ แพนโนนิกา สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ชาวยุโรปที่มีบทบาทในการอุปถัมภ์ค้ำชูแจ๊สในช่วงทศวรรษ 1940-50s) รื่นรมย์และงดงามด้วยท่วงทำนองที่ ฮอเรซ ถนัดเป็นพิเศษ นอกจากเปียโนแล้ว เพลงนี้ เรจินา คาร์เตอร์ มือไวโอลิน และ นิโคลาส เพย์ตัน มือทรัมเป็ต นำเสนอดนตรีได้อย่างกลมกล่อมและมีรสนิยม
เรจินา ถ่ายทอดเสียงไวโอลินได้อย่างพริ้วไหวสะท้อนถึงทักษะอันเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการควบคุมรักษาสัดส่วนของจังหวะยากๆ ของเพลงได้อย่างแม่นยำ ในเพลง In Flight ยืนยันถึงคุณสมบัตินี้ได้ดี
แทร็คที่น่าสนใจอีกแทร็คหนึ่งในอัลบั้มนี้ คือ La Gitana บทประพันธ์ของ เอ็ดดี ปัลเมียรี ที่มีมือกีตาร์สุดเปรี้ยว จอห์น สโกฟิลด์ มาร่วมแจม ในเพลงช้าแบบ ฟลาเมงโก-บลูส์ เปิดที่ทางของดนตรีให้กว้างออก ด้วยทุกๆ บีทของตัวโน้ตที่เรียกร้องการดูแลเอาใจใส่จากนักดนตรีอย่างดียิ่ง เพลงนี้ สโกฟีลด์ พลิกมุมมองของแฟนเพลง ด้วยการบรรเลงที่กระเดียดไปยังสำเนียงสแปนิช ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่เขาจะถ่ายทอดสุ้มเสียงกีตาร์ด้วยลีลาเช่นนี้
Vals Con Bata เป็นเพลงน่ารักอีกเพลงหนึ่ง ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักดนตรีได้ขยับขยายแนวทางการบรรเลงในช่วงอินโทร. อะเรนจ์เมนต์ในเพลงนี้รุ่มรวยและพิสดารกว่าเพลงอื่นๆ ส่วน Tema Para Eydie เป็นภาพสะท้อนของตัวตนและความคิดอ่านทางดนตรีของ เอ็ดดี ได้ดี
ขณะที่ Mira Flores เพลงที่มีอินโทร. โซโล่ด้วยดับเบิลเบสอย่างน่าสนใจ ตามด้วยเสียงแซ็กโซโฟนอันอ่อนโยน ในห้วงอารมณ์อันวาบหวามรัญจวน และ EP Blues เป็นลาตินที่กระเดียดออกไปทางบลูซีย์ ถือเป็นเพลงปิดท้ายอัลบั้มที่ตอกย้ำคุณภาพระดับคลาสสิกของผลงานชุดนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับงานบันทึกเสียงระดับคลาสสิกจากเมื่อวันวาน นักเปียโนอาวุโสได้รังสรรค์เพชรเม็ดงามอีกชิ้นให้แก่แวดวงลาตินแจ๊สในวันนี้ ร่วมกับคนหนุ่มสาวฝีมือดี ด้วยคุณภาพที่เข้มข้น ชนิดที่คนหลงใหลมนต์เสน่ห์ของมันไม่อาจผ่านข้ามไปได้.
- อนันต์ ลือประดิษฐ์ -
Eddie Palmieri / Listen Here ! / Concord Picante
Tracks : 1. In Flight ,2. Listen Here , 3. Vals Con Bata , 4. Tema Para Eydie, 5. Tin Tin Deo , 6. In Walked Bud , 7. La Gitana, 8. Nica’s Dream , 9. Mira Flores , 10. EP Blues
Personnel : Michael Brecker , tenor saxophone ; Brian Lynch , trumpet ; John Scofield , guitars ; Giovanni Hidalgo , conga bata , guiro ; John Bentez , bass ; Regina Carter , violin ; Donald Harrison , alto saxophone ; Horacio “El Negro” Hernandez, drums ; Conrad Herwig , trombone ; Christian McBride , bass ; Eddie Palmieri , piano ; Nicolas Payton , trumpet ; David Sanchez , tenor saxophone
Recording Date : N/A