Forum

You must be logged in to post Login Register

ทรรศนะคติต่อนักฟังเพลง คนทำงานเพลงชาวไทย กับการขับเคลื่อนวงการดนตรี

UserPost

10:57 pm
August 4, 2009


Sansana

Member

posts 30

1

Post edited 10:57 pm – August 4, 2009 by Sansana



ก่อนอ่านอยากให้ดูบทความนี้ก่อนครับ

http://www.komchadluek.net/det…..A5(I).html

เหตุผล (I) โดย เจนนิเฟอร์ คิ้ม

นสพ.คมชัดลึก

—————————————————————————————————

เห็นบทความพี่คิ้มแล้วเหนื่อยใจกับวงการบ้านเราเล็กน้อยครับ (จริงๆช่างแม่มเเล้ว แต่ที่เล็กน้อย เพราะอยากทำด้านนี้) เพราะแจ๊สมันค่อนข้างเฉพาะกลุ่มจริงๆ แล้วยิ่งส่วนใหญ่มันก็กระจุกอยู่ในกรุงเทพอีกต่างหาก แต่ที่จริง ผมว่าแจ๊สมันอยู่รอบๆตัวเรานะครับ เพลงประกอบโฆษณาเอย เพลงเดินห้างเอย แม้แต่ลูกทุ่งเองยังมีความเป็นแจ๊สอยู่ในตัว (ดนตรีลูกทุ่งจริงๆเล่นยากชิบ ใครที่บอกว่าคนไืทยชอบฟังของง่ายๆก็คงจะไม่ถูก 100เปอร์เซ็นต์)

วงการวิทยุก็เช่นกัน ปัญหาที่เจอเป็นส่วนใหญ่คืออย่างคลื่นเฉพาะกลุ่ม มันมีแฟนเพลงเป็นของตัวเอง มีกำลังซื้อ แต่เเฟนเพลงกลุ่มนี้มัวแต่ทำตัวเป็นพลังเงียบ ไม่ได้มีการขับเคลื่อนอะไรเลย ฟังอย่างเดียว ไม่มีการรวมกลุ่มอย่างชัดเจน ไม่มีการกระจายข่าว นายทุนใครที่ไหนจะไปรู้ล่ะว่าคลื่นได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน พอคลื่นจากไป ก็เอาแต่โวยวายในเน็ต

ก็เข้าใจอยู่ว่าคนกลุ่มนี้ล้วนมีภาระการงานที่หนักอึ้ง แต่ถ้ารักกันจริงก็น่าจะช่วยเหลือกัน ไม่ใช่มาว่างเอาตอนเขาจากไป

ผมเรียนจัดรายการวิทยุอยู่ GenX เขาก็ยังพูดกันเลยว่าวงการวิทยุบ้านเรา คลื่นดีๆมันมักจะหายไปเพราะมัวแต่ฟัง มัวแต่เงียบ มัวแต่ชื่นชมอยู่ในใจ แต่น้อยมากที่จะทำอะไรให้มันเป็นทางการ เป็นแฟนคลับจริงๆ แล้วคุณคิดว่ามันจะคุ้มกำไรเหรอครัับ

คนฟังประเภทนี้มักจะว่า พวกเด็กวัยรุ่นที่คลั่งเกาหลี หรือนักร้องเพลงไทย ว่าไร้สาระ ปัญญาอ่อน บลาๆ แต่สิ่งที่พวกคุณไม่เคยคิดจะเอามาปรับใช้จากกลุ่มนี้ได้เลย คือ “ความเหนียวแน่น Loyaltyที่จับต้องได้ ว่าคุณคือใคร ชื่ออะไร ชอบเพราะอะไร”

ลองคิดดูว่าใครล่ะครับอยากจะจุนเจือคนฟังประเภทนี้ ต่อให้นายทุนสถานีมีอุดมการณ์สูงส่งแค่ไหน ก็ไม่มีใครอยากล้มละลายเพราะสร้างสรรค์สิ่งดีๆแล้วไม่รู้ว่ามีคนฟังสักกี่คนหรอกครับ แล้วก็มาโทษสื่อ โทษรัฐ โวยวายว่าพวกนี้แม่มไม่สนใจ ทั้งๆที่พวกนี้ยังเอาตัวไม่รอดเลย อีกอย่าง คนที่คิดแบบนี้ พูดยังกะว่าโลกเรายังใช้สัญญาณควันติดต่อสื่อสารกันอยู่

ที่สำคัญ ฐานคนฟังมีความชัดเจน มีความเข้มแข็งพอให้รัฐ ให้สื่อ เห็นว่าลงทุนไปแล้วคุ้มค่าหรือไม่? คำตอบในตอนนี้ คือไม่เลย คุณยังพิสูจน์ให้เห็นไม่ได้

ต่อให้ รัฐ สื่อ ให้ความสนใจ แต่ถ้าคนฟังไม่สน มันก็ไม่เวิร์ก แต่ถ้ามันล่ม เพราะคนฟังไม่รู้ว่ามีน่ะสิ อันนี้แย่กว่า

ทีวี ไม่เปิด วิทยุไม่เปิด โปรโมตทางเน็ตสิครับ ศิลปินมีคิวเล่นที่ไหน วิจารณ์ว่างานเป็นอย่างไร โปรโมตไปเลยที่เว็บไซท์ที่เกี่ยวกับดนตรีของประเทศไทย สร้างบล็อกเองเลย แต่อย่าคาดหวังมาก อย่างเลวที่สุดก็คือ มีคนรู้เพิ่มมาหนึ่งคน

เราไม่ได้อยู่ในยุคที่ ศิลปินมีกันไม่กี่คน ทำงานสั่วๆออกมาก็ขายได้ล้านแผ่น ไม่ดังก็ทำตัวให้แปลกแยกแล้วฆ่าตัวตายในกลายเป็นที่จดจำเหมือนเมื่อก่อนนะครับ เราไม่ได้อยู่ในยุคที่โทรเลขยังเป็นปัจจัยสำคัญ

มีสื่ออะไรอยู่ในมือ blog hi5 facebook internet ใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ อย่ามัวแต่ไปด่ากันต่อว่ากัน

เออ อยากบอกเกี่ยวกับนักดนตรีืที่เกี่ยวข้องกับวงการเพลงครับว่า (ไม่ได้ว่าใคร)

นักดนตรีก็ควรที่จะสามัคคีกันด้วย ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างชิงดีชิงเด่น ตั้งอะไรก็ได้ที่ทำให้มันเกิดunityกัน ไม่ใช่ว่าต่างคนต่างอยู่ ตายไปก็ค่อยคิดถึง……….ไม่ไหวนะครับ เท่าที่ได้ยิน นักดนตรีมันยังเอาเปรียบกันเองเลย

สุดท้าย อย่าพยายามใช้คำว่า ซื้อผลงานหน่อยนะครับ ฟังแล้วเหมือนขอทานมากกว่านักดนตรี เขาชอบก็ซื้อ ไม่ชอบก็อย่าไปฟูมฟาย

ของ แบบนี้มันต้องแก้กันที่คนครับ เอาง่ายๆเลยว่า แจ๊ส นักดนตรีแจ๊ส คนฟัง มีความเหนียวแน่นพอกันหรือยัง พอที่จะรู้ว่าในกทม.มีคนฟังแจ๊สกันกี่คน ถ้ายังก็ควรจะมีซะ (อย่างSax Society ,แฟนเพลงพี่โก้ วง อีทีซี ที่Loyalty สูง) แต่จะทำยังไง มันก็อีกเรื่องนึง

ปล.คิดแล้วอยากตบกบาลคนคิดคำ ว่า แจ๊ส ฟิวชั่น สมูธแจ๊ส จังครับ เอามันซะวงการเพลงงงงวยสับสนว่าอันไหนเป็นยังไง เจ้าตัวเองยังตอบไม่ได้เลย

ปล2.ทำยังไงก็ได้ให้มันเกิดการแข่งขันกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าต้องเหนือกว่า (เอาให้นับจำนวนคนฟังได้อย่างชัดเจนก่อนเหอะ)

 


11:51 am
August 6, 2009


Sansana

Member

posts 30

2

พี่สนธิ์จาก Hitman แกให้ความเห็นไว้ว่า (พอดีไปโพสใน pantip)


ผมคิดว่าตลาดบ้านเรายังกระจัดกระจายอยู่ในส่วนของคนฟัง

กลุ่มฮาร์ดคอร์ ก็ต้องอะไรเดิมๆ ดังๆถึงจะดี มี Preference ส่วนตัวซึ่งแก้ยาก แล้วต้องเลยตามเลย ทั้งๆที่ดนตรีสมัยใหม่มันมีอะไรให้ค้นหามากมายเกินกว่าจะบรรยาย ซึ่งในความเห็นส่วนตัวไม่คิดว่า Superstar ในสายแจ๊สที่ออกมาจะดีทุกอัลบั้ม ศิลปินโนเนมมีดีๆเยอะไปแล้วให้แง่มุมที่ไม่น่าเบื่อ ซ้ำๆวนไปวนมาในแนวการเล่น

กลุ่มหัวใหม่ ไม่มีทางเลือกเพราะสื่อเองไม่ได้สนับสนุนมากนักตราบใดที่ไม่ทำเงินให้กับสื่อนั้นๆ คนฟังเลยตามมีตามเกิด แถมจะเข้าสู่วงการก็แพงเหลือเข็น และไม่รู้จะเริ่มตรงไหน โอกาสยากที่จะสัมผัสงานดีๆในยุค 70 – ปัจจุบันในแบบครบวงจร แต่ยังดีที่ Internet มาช่วยให้เปิดโลกได้บ้าง ไม่ยากเข็นเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนซึ่งต้องไปที่ร้านซีดีเท่านั้น

แต่ขึ้นอยู่กับคนฟังว่าจะเปิดใจแค่ไหน และมีทุนรอนในการฟังมากน้อยเพียงใดซึ่งเป็นปัญหาหลักเลย นอกจากนั้นการที่จะค้นพบศิลปินที่ชื่นชอบในปัจจุบัน บางครั้งต้องมีพื้นฐานการฟังที่ละเอียดอ่อนในระดับหนึ่ง จนเปรียบเทียบได้ถึงคุณภาพดนตรีและอรรถรสที่ยั่งยืน ไม่ใช่อะไรออกมาก็ดีหมด ใครแนะนำก็ดีไปหมด ทำให้การซื้อออกจะจับฉ่ายเอาการ หรือไม่ก็ติดกับศิลปินคนใดคนหนึ่ง สไตล์ใดสไตล์หนึ่งนานเกินไป พูดถึงคนเดิมๆ อัลบั้มเดิมๆ ทั้งๆที่มันไม่ได้มีแค่นั้น

ซึ่งผมเชื่อลึกๆว่ากลุ่มหลังกำลังได้รับการพัฒนาอยู่ และตลาดจะเติบโตภายในห้าถึงสิบปีนี้ แต่ไม่ใช่ขณะนี้ เพราะสังคมยังอ่อนล้าจากกระแสดนตรีเชิงพาณิชย์จนผู้สนใจดนตรีจริงๆ ท้อถอยและขยาด เหมือนมันกำลังรักษาบาดแผลอยู่ กำลังจับทิศทางกันอยู่

ผมคิดว่าเราทำได้เพียงสนับสนุนเท่าที่มีกำลัง แล้วมองโลกในแง่ดีอยู่แม้ว่าโลกจะดูเหมือนแย่มาก แต่บนโลกใบนี้ยังมีตัวโน๊ตสวยๆที่รอให้เราค้นหาอยู่ อย่างตอนนี้ผมก็นั่งฟังงาน Ebsjorn Svensson Trio (E.S.T.) ย้อนหลังไปห้าหกอัลบั้มหลังๆทั้งหมด งานรวมฮิตของเขา เป็นการอาลัยการจากไปของเขา อย่างไม่มีวันกลับ  แต่ละเพลงเต็มไปด้วยความรุ้สึก อารมณ์ ที่ทำให้เราได้ครุ่นคิดว่า ในขณะที่เรายังงงกับชีวิตอยู่นี้ โลกดนตรีก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างสวยงามมีอนาคต แล้วคุณพร้อมจะเดินทางไปกับโลกดนตรีใบใหม่นี้หรือไม่ หรืออยู่ในโลกใบเดิมที่ดูเหมือนหมดหนทาง สิ้นหวัง และอะไรอีกมากมาย

ผมมีความสุขมากกับทุกเพลง ทุกอัลบั้มที่กองอยู่ตรงหน้า ถึงขนาดที่ปัญหาที่โถมเข้ามา ก็ถูกทำให้เบาลงด้วยบทเพลงดีๆเหล่านี้เอง มองไปข้างหน้า มองให้เห็นอนาคต ลองตั้งเป้าซิครับ ว่าคุณภายในห้าปีอยากเห็นวงการเป็นอย่างไร แล้วมีส่วนกับมันไปอย่างไรบ้าง ได้มาซักสามสี่เปอร์เซ็นต์ในห้าปีข้างหน้าก็ถือว่ามันดีแล้ว


ผมก็เกิดความสงสัยไปว่า “บริบทของแจ๊ส ในปัจจุบัน เอาเข้าจริง มันก็ยังครอบคลุมแค่ตัวเมือง คนเมือง อันนี้ที่น่าสงสัยว่า มันเป็นเพราะมันเป็นอยู่แล้ว หรือเป็นเพราะสื่อต่างประเทศยัดเยียด”


พี่สนธิ์ตอบ

ตราบใดที่วิทยาการ ความเจริญก้าวหน้ามันยังกระจุกตัวอยู่ในกรุง ไม่ Decentralized ไปยังต่างจังหวัด เมืองกรุงก็ได้เปรียบกว่าเห็นๆ การยัดเยียดจริงๆแล้วไม่เชิงแต่สื่ออเมริกันได้เปรียบเพราะผลิตภัณฑ์ต่างๆก็มาจากอเมริกัน เราก็เสพย์ไปโดยปริยาย

แต่ผมโดยส่วนตัวไม่ให้ความสำคัญนักกับสื่อจากอเมริกัน แม้จะเป็นสาขาแจ๊สก็ตาม แต่ดูที่บริบท ความคืบหน้าของวงการ กระแสความต้องการของตลาด ทิศทางในเชิงเปรียบเทียบกับผลงานในฟากทวีปอื่นๆด้วย เช่นนี้ทำให้เรามีทางเลือกและแนวความคิดที่ตกผลึกในเชิงความคิด ความสร้างสรรค์ การดำเนินธุรกิจอะไร ต่างๆๆ ก็เหมือนกินข้าวแกงร้านเดิมๆ ไม่เบื่อก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ก็ลองไปหาอะไรตามซอก ตามซอยกินเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ซึ่งไปๆมามันกลายเป็นเจ้าประจำเราก็ได้ และนี่คือชีวิตของนักชิม (แจ๊ส) จริงๆที่เขาทำกัน


ผมเกิดข้อสงสัยว่า

ฮ่าๆ เห็นด้วยครับ

มีข้อสังเกตุเล็กน้อย หลายๆอย่างในวงการแจ๊สก็เป็นเรื่องน่าตลกเหมือนกันที่ว่า เราเรียก นอร่าห์ โจนส์ ไมเคิ่ล บูเบล่ย์ว่าเป็นนักร้องป๊อบ ทั้งที่ไลน์อัพก็มีความเป็นแจ๊ส น่าตลกมั้ยครับ ถ้าคนที่มีความเป็นแจ๊ส ดังเมื่อไหร่ คุณจะกลายเป็นป๊อบไปทันที

หรืออย่างเคนนี่ จี เช่นกัน ก็ถือว่าเป็นนักดนตรีที่มาจากแจ๊สที่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เพลงติดตลาด ผลลัพธ์ก็ถูกเรียกไปว่าเป็นนักดนตรีป๊อบ อ้าว แล้ว เดฟ คอซล่ะ บอนี่ เจมส์ล่ะ เป่าไม่ได้ต่างกันเลย ทำไมเรียกว่าเป็นแจ๊ส ขณะที่ Earl klugh คนก็เรียกกันว่าป๊อบบรรเลง เออฮาดี

ในเมืองไทยบ้าง อย่างพี่โก้ไปเป่าให้เพลงของลิเดีย กับบี (ทั้งชีวิต) คนก็บอกว่าเป็น R&B เป่าให้ บอดี้แสลม (นาฬิกาตาย) ก็เป็นป๊อบ เป่าให้ MAF (ผู้ชายคนนี้มีน้ำตา) ก็เป็นฮิปฮอป แต่ถ้าตัดเสียงร้องไป แทนที่ด้วยแซกพี่โก้ล้วนๆ ต่อให้ไม่อิมโพรไวส์อะไรเท่าไหร่ ก็จะถูกเรียกว่าเป็นแจ๊สทันที หรือแม้แต่เพลงภาวนา คนก็ยังเรียกว่าแจ๊ส ทั้งที่ความจริง ป๊อบจ๋าๆเลย

เลยเกิดความงงงวยที่ว่า ปัญหาของแจ๊สในการเข้าถึงคนฟัง อยู่ที่การตีตราศิลปินหรือเปล่า ต่อให้ George Benson ไปร้องเพลงป๊อบแค่ไหนก็ตาม สลัดคราบนักกีต้าร์ในหลายๆเพลง คนก็จะเรียกว่าแจ๊ส Miles Davis ไปเล่น Time After Time ก็จะบอกว่าแจ๊ส เป็นต้น ไม่มีทางสลัดหลุด (ยังกะวรรณะ)

ล่าสุดฟัง Bob Baldwin มีอยู่เพลงนึง ชื่อ Too Late ซึ่ง Phil Perry เป็นคนร้องนำ เพลงไม่ต่างอะไรกับพวกนักร้องR/B ทั่วไปเลยนะ แต่Bob Baldwinกับเพลงนี้ก็ถูกClassified ให้เป็นแจ๊ส ทั้งที่องค์ประกอบของมัน เอาไปเปิดตามคลื่นฝรั่งทั่วไปได้สบายมาก

ในขณะที่ Christopher Cross ออกอัลบั้มชุดล่าสุดที่เอางานเก่ามาทำใหม่ ออกแจ๊สพอสมควร คนที่ฟังแจ๊สก็จะบอกว่าไอ้นี่ป๊อบอยู่ดี

อีกอย่างข้อสงสัยคือ พวกแจ๊สที่หนักๆ ถ้าออกผลงานในเมืองไทยอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะในตัวมัน เหมาะสมกับการดูสดๆ และอัดสดๆมากกว่าหรือไม่

ในขณะที่ Smooth Jazz ในปัจจุบัน ก็เหมาะกับการฟังอยู่บ้าน ตามวิทยุ ตามเน็ต มากกว่าจะดูเล่นสดตามผับตามบาร์หรือไม่

สาเหตุที่ไม่อยากให้ใช้คำว่า Jazz กับศิลปินไทยสาย Smooth หลายๆคนเพราะจะทำให้ความหมายคลาดเคลื่อน เพราะความหมายจริง Jazz คือดนตรีที่มีไว้กึ่งๆระบายอารมณ์เสียมากกว่า ต่อให้ใช้คำให้ดูSoftๆ ก็ยังมีคำว่า Jazz ปักหลังอยู่ แจ๊สแบบ Smooth ในความเห็นผมนะ น่าจะเรียกว่า Instrumental Pop หรือ Smooth ธรรมดามากกว่า เพราะชื่อมันรื่นกว่าเยอะ

คิดยังไงกันบ้างครับ

11:59 pm
August 7, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

3

 มี่ กำลังสับสนตัวเองอยู่หรือเปล่า ? 

พี่อ่านแล้วรู้สึกงง เป็นที่ยิ่ง ว่าตกลงแล้วคำถามของน้อง มันโฟกัสไปที่เรื่องอะไร

เอาเป็นว่า พี่ขอ Comment เป็นจุดๆ เป็นข้อๆไปก็แล้วกันนะ


แม้แต่ลูกทุ่งเองยังมีความเป็นแจ๊สอยู่ในตัว (ดนตรีลูกทุ่งจริงๆเล่นยากชิบ ใครที่บอกว่าคนไืทยชอบฟังของง่ายๆก็คงจะไม่ถูก 100เปอร์เซ็นต์)

       มันมีความเป็นแจ๊สอยู่ตรงไหนวะมี่!   ลูกทุ่ง! ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับดนตรีสากล มันก็คือเพลงหรือดนตรีคันทรี่ของต่างประเทศนั่นแหล่ะ!  จะบอกว่าที่เล่นยากก็มี เล่นง่ายๆก็มี แต่การที่จะเล่นยากหรือเล่นง่าย  มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับการฟังเพลงของคนไทยซักหน่อย  ที่คนไทยสามารถฟังเพลงลูกทุ่งได้ เพราะมันเป็นวัฒนธรรมของชาวเราไปแล้ว และมันซึมซับอยู่กับจิตวิญญาณของคนไทยมานาน โครงสร้างของเพลงไม่ได้มีอะไรที่มันสลับซับซ้อนและยากแก่การฟังเลยแม้แต่น้อย  เพราะฉะนั้นลักษณะการเสพฟังดนตรีของคนไทยก็ยังอิงกับอะไรๆที่มันง่ายๆไว้ก่อน ลองสุ่มๆดูจากคนทั่วๆไปนะ(อย่าไปถามจาก Music Lover เข้าล่ะ!) 

    

เเฟนเพลงกลุ่มนี้มัวแต่ทำตัวเป็นพลังเงียบ ไม่ได้มีการขับเคลื่อนอะไรเลย ฟังอย่างเดียว ไม่มีการรวมกลุ่มอย่างชัดเจน ไม่มีการกระจายข่าว นายทุนใครที่ไหนจะไปรู้ล่ะว่าคลื่นได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน พอคลื่นจากไป ก็เอาแต่โวยวายในเน็ต

        แล้วน้องคิดว่ามันง่ายเหรอกับการรวมกลุ่มกันอย่างที่ว่า น้องเห็นมั๊ย!ว่า ทุกวันนี้ที่พี่พยายามเข้ามา Post เข้ามาตั้งกระทู้ในเว็ปนี้ จุดประสงค์หลักก็คือต้องการให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ของชุมชนเรากลับเข้ามา หรือมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น ด้วยกระทู้หรือหัวข้อที่น่าสนใจ สภาพความจริงน้องเห็นหรือยังว่ามีเข้ามา Post กันกี่คน และอย่าลืมว่าพี่ไม่ได้เป็นบุคลากรที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนที่รักในดนตรีแขนงนี้อย่างคุณรัก อาจารย์ต้อม พี่โอ๋ หรือใครต่อใครในวงการ คือเอาแค่เข้ามาสนทนาพูดคุยกันบนบอร์ดแห่งนี้ ยังยากเลย แล้วจะไปรวมกลุ่มอะไรที่ไหนล่ะ!คะ น้องมี่  คนที่เค้าโวยวายในเน็ท เค้าก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะ กู รักช่วงเวลา กูรักดีเจ กูรักรายการ กูรักรูปแบบรายการ กูรักดนตรีแบบนี้ และกูรักอะไรอีกมากมายหลากหลายเหตุผล  แต่เค้าไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวัน(ตกงาน อยู่บ้านเฉยๆ นอนกินเงินเดือนพ่อ แม่ มีมรดกตกทอดให้ถลุงเล่น มีเงินให้ซื้อสโมสรฟุตบอลในต่างประเทศ พวกข้ารวย พวกข้ามีเงิน พวกข้าก็ไปนอนเล่น ตั้งเต๊นท์แถวๆ สนามหลวง แล้วก็เย้วๆ แหกปากกันให้เป็นที่สบายอารมณ์) บางรายกลับมาจากที่ทำงาน กลับถึงบ้านก็เดี้ยงแล้ว น้องเอ๊ย!  บางคนเค้าก็อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว บางคนเค้าก็มีภารกิจที่ต้องไปทำเป็นการส่วนตัว แต่คนเหล่านี้ก็ยังรักในเสียงเพลงอยู่ ยังอยากให้รายการที่โปรดปรานของตัวเค้าเองยังดำรงคงอยู่ต่อไป  มันก็ต้องออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาระบาย ออกมาพูดคุยกับคนที่มีรสนิยมตรงกัน ไม่ใช่เรื่องที่ผิด  คนมันไม่เหมือนกัน ความคิดเห็นมันต่างกัน นะน้องนะ

         

1:08 am
August 8, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

4

 เอ้า! ต่อนะ ประเด็นต่อไป

คนฟังประเภทนี้มักจะว่า พวกเด็กวัยรุ่นที่คลั่งเกาหลี หรือนักร้องเพลงไทย ว่าไร้สาระ ปัญญาอ่อน บลาๆ แต่สิ่งที่พวกคุณไม่เคยคิดจะเอามาปรับใช้จากกลุ่มนี้ได้เลย คือ “ความเหนียวแน่น Loyaltyที่จับต้องได้ ว่าคุณคือใคร ชื่ออะไร ชอบเพราะอะไร”

          ก็วัยรุ่นจิตว่างมากไงล่ะ! ถึงได้มีเวลาไปทำเรื่องไร้สาระ ปัญญาอ่อน เยอะไปหมด ความเหนียวแน่นของกลุ่มวัยรุ่น(หรือผู้ใหญ่อีกหลายๆคน หรือส่วนใหญ่ของประเทศเลยก็ว่าได้) ก็เพราะเค้าว่างมากไง(สมอง) คือก็ไม่ได้แอนตี้หรือปฏิเสธว่าช่วงวัยทีนอย่างนี้ เค้าก็ต้องฟังกันแบบนี้ พอพวกเค้าเหล่านี้มีวุฒิภาวะในการฟังเพลงมากขึ้น โตเป็นผู้ใหญ่พอที่จะแยกแยะว่าอะไรดี อะไรไม่ดีมากขึ้น พวกเค้าก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมในการเสพไปเอง ก็พยายามจะนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่ตัวเองยังเป็นเด็กอยู่ แล้วลดอคติของตัวเองลงไป เพราะเมื่อช่วงเวลานั้น เราก็ฟังเพลงฮิตๆป็อบๆแบบเด็กสมัยนี้แหล่ะ! แต่บังเอิญว่าในยุคโน้น งานที่ว่ากันว่า ป็อบๆ แสนจะธรรมดา มันกลับแฝงไว้ด้วยความงดงามทางศิลปะ แม้กระทั่งเพลงรักๆใคร่ๆธรรมดาๆ พวกเค้าเหล่านั้น(ศิลปิน) ที่นักร้องในยุคนี้ไม่ควรมีคำนี้เรียกขาน) ยังทำมันออกมาให้มีชั้นเชิง มีคลาสในการรับฟัง(ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแบ่งชั้น วรรณะ ในเรื่องของดนตรีแต่อย่างใด) ก็เลยหาคำตอบให้กับตัวเองว่า ในยุคที่มีแต่ Commercial Music ยัดเยียดกันให้ฟังอยู่ทุกวี่ทุกวันแบบนี้ เด็กๆและผู้ใหญ่เหล่านี้จะสามารถมีวุฒิภาวะและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการฟังเพลงของตัวเองในอนาคตได้อย่างไร เพราะมันถูกมอมเมา และป้อนซะจนเคยตัวแล้ว การที่จะไปเสาะแสวงหาดนตรีดีๆมาฟังคงเป็นเรื่องยาก จนถึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ   ในเรื่อง Loyalty ของกลุ่มคนที่ฟังรายการวิทยุ หรือกลุ่มที่รักดนตรีแจ๊ส หรือกลุ่มใดก็ตาม ที่รักในงานศิลปะ มีอยู่แน่นอน ไม่ใช่ไม่มี  แต่อาจจะเป็นลักษณะของปัจเจกบุคคลซะมากกว่า  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแล้วที่มันยังมีอยู่  แต่ด้วยข้อจำกัดอย่างที่บอกข้างต้น พวกเราก็คงต้องช่วยๆกันหาทางลดข้อจำกัดนั้นๆ ออกไปให้ได้มากที่สุด  ทุกคน(ที่เป็น Music Lover)คิดนะมี่ในเรื่องนี้ และพยายามทำให้มันเป็นจริงขึ้นมา อย่ามองอะไรเพียงด้านเดียว บางทีเราไม่เคยไปสัมผัสกับตัวตนของคนๆนั้น ว่าเค้ากำลังพยายามทำอะไรอยู่ แต่กลับไปนั่งเทียน คาดเดา ทึกทักกันเอาเอง 

        

2:08 am
August 8, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

5

เราไม่ได้อยู่ในยุคที่ ศิลปินมีกันไม่กี่คน ทำงานสั่วๆออกมาก็ขายได้ล้านแผ่น ไม่ดังก็ทำตัวให้แปลกแยกแล้วฆ่าตัวตายในกลายเป็นที่จดจำเหมือนเมื่อก่อนนะครับ เราไม่ได้อยู่ในยุคที่โทรเลขยังเป็นปัจจัยสำคัญ

       Chet Baker  Jaco Pastorius  Albert Ayler  Elvis Presley  John Lennon  Jimmy Hendrix  Duane Allman  Freddie Mercury  Jim Morrison แม้กระทั่ง Michael Jackson และอีกมากมายที่ไม่ได้เอ่ยนาม เหล่านี้ ไม่เคยทำดนตรีสั่วๆออกมาแล้วขายได้เป็นล้านแผ่น และก็ไม่เคยทำตัวให้แปลกแยกแล้วฆ่าตัวตายให้กลายเป็นที่จดจำ  พวกเขาเหล่านี้เป็นเทพเจ้าแล้วครับในเรื่องของดนตรี  และถ้ามีการพยายามฆ่าตัวตายมันคงเกิดเพราะสาเหตุจากความกดดัน ความเครียด การใช้ยาเกินขนาด ถูกฆาตกรรม และเหตุผลอื่นๆซะมากกว่าที่จะต้องการให้เป็นที่จดจำของผู้คน  พยายามทำความเข้าใจกับศิลปินเหล่านี้ให้ถูกต้องด้วย  ถ้าเป็นดาราไทยยุคนี้ ก็ไม่แน่ว่าเข้าข่ายที่น้องมี่ว่ามาเหมือนกัน

        

อย่าพยายามใช้คำว่า ซื้อผลงานหน่อยนะครับ ฟังแล้วเหมือนขอทานมากกว่านักดนตรี เขาชอบก็ซื้อ ไม่ชอบก็อย่าไปฟูมฟาย  

       ศิลปินทำแผ่นออกมา สร้างผลงานซักชุดหนึ่งออกมา เค้าคงไม่มาบอกหรอกนะว่า “ผมออกอัลบั้มมาชุดหนึ่ง ชื่อชุด (—-) ถ้าพวกท่านไปเจอที่ไหน ขอได้โปรดอย่าซื้อมานะครับ ผมทำออกมาเล่นๆ ไม่ต้องการให้ใครซื้อ”  คือเค้าก็ต้องโปรโมทผลงาน ให้พวกเราๆได้ช่วยกันสนับสนุนงานของคนไทย ซึ่งอาจจะมีบางคนที่ “คลิ๊ก” กับผลงานของเขาแล้วซื้อไป หรืออาจจะมีอีกหลายๆคนที่พอฟังแล้ว อาจจะบอกว่าเป็นผลงานที่แสนจะห่วยแตก ก็เป็นได้  อย่าไปว่าเค้าว่าเหมือนขอทาน พวกเราในฐานะที่เป็นคนไทยก็ควรมีจิตสำนึกในการที่จะสนับสนุนงานที่เป็นผลผลิตของคนไทย ซึ่งก็ไม่จำเป็นจะต้องไปสนับสนุนทุกชุด ศิลปินทุกคน ใช้สมองแยกแยะผลงานกันเอาเองได้ อันไหนที่เราคิดว่าไม่ดี ไม่ชอบ ไม่ถูกใจ ก็ไม่ต้องไปซื้อ  นี่แหล่ะ! ครับคือส่วนหนึ่งของการช่วยๆกัน สร้างสังคม สร้างชุมชน ของพวกเรา ซึ่งเป็นผู้ที่หลงใหลในการเสพฟังดนตรี ให้แข็งแกร่งขึ้นทีละเล็กละน้อย

12:00 pm
August 8, 2009


Sansana

Member

posts 30

6

คนที่ บอร์ดjazz pantip อธิบายให้เข้าใจแล้วพี่

10:53 pm
August 8, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

7

        ไม่เคยสนใจที่จะเข้าไปในเว็ป Pantip ก็เลยไม่ทราบว่ามีคนอธิบายให้เข้าใจแล้ว ก็ดีแล้วล่ะ! แต่พรุ่งนี้คงมีเรื่องเพิ่มเติมในหัวข้อนี้มา Post อีกนิดหน่อย เกี่ยวกับที่สงสัยว่าอะไรมันแจ๊ส อะไรไม่ใช่ แล้วค่อยว่ากัน


แดง(Jaki Byard)

11:08 pm
August 8, 2009


Sansana

Member

posts 30

8

Post edited 11:10 pm – August 8, 2009 by Sansana
Post edited 11:16 pm – August 8, 2009 by Sansana


คืองี้พี่แดง ผมแค่ตั้งข้อสงสัยว่า คนฟังแจ๊สในบ้านเรา ถ้ารวมกันจริงๆจะมีกันสักกี่คน ซึ่งผมว่ามันยังกระจัดกระจายกันมากเกินไปไงพี่ แล้วจะทำอย่างไรมันถึงจะรวมตัวกันได้อย่างแน่นอน (ซึ่งยาก!!!) ขนาดรายการUpbeat ของพี่รัก ยังไม่มีรายละเอียดในหน้าเว็บเราเลย อย่างเรื่องJazzseen ก็ไม่ได้เจ๊งเพราะคนอ่านน้อยเสียหน่อยนี่ครับ 


ส่วนเรื่องวงการวิทยุ ผมเชื่อว่าถ้ากลุ่มคนฟังมีความชัดเจน จับต้องได้ พร้อมจะทำอะไรเพื่อคลื่น คลื่นวิทยุดีๆก็อยู่ได้ ไม่งั้นคลื่นแบบแฟต เรดิโอ จะต่อลมหายใจได้ไปอีกเฮือกเหรอครับ คงเจ๊งไปนานแล้ว อย่างเลวสุดก็คือ อยู่นานอีกนิด แล้วก็จากไป แต่อย่างน้อยมันก็ยังคุ้มกับการเสี่ยง

สิ่งที่ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการแจ๊สบ้านเรา ถ้าทำได้นะ คือ เวลามีevent เกี่ยวกับ jazzอะไรที่ไหน น่าจะกระจายข่าวได้มากกว่านี้หน่อย

สอง..อย่าพยายามทำให้jazz กลายเป็นเรื่องซีเรียสมากเกินไป


ซึ่งบางทีผมอาจจะไม่รู้อะไรอีกมากก็ได้ แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ได้บังคับใครว่าต้องชอบเหมือนผมแล้วนะ ก็แค่มองในทัศนคติวัยรุ่นเท่านั้นน่ะครับที่ว่า ถ้าคุณมีกลุ่มแฟนเพลงที่ชัดเจน เหนียวแน่น ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วในระดับหนึ่ง


ไงเสีย ผมก็ไม่อยากตกงานเพราะรักแจ๊สหรอกครับ ฮ่าๆๆ


อาจจะพูดมึนๆไปบ้าง ตกประเด็นบ้าง เพราะเรื่องที่ต้องเขียนเยอะๆผมก็ไม่ค่อยถนัดหรอกครับ


ผมตั้งข้อสังเกตุนิดนึงพี่แดง เคยมีคนบ่นว่า ไม่กล้าเล่นบอร์ดเกี่ยวกับแจ๊ส เพราะกลัวโพสอะไรแล้วจะถูกต่อว่าว่ารู้ไม่จริง หรือกังวลว่าช่องว่างทางความรู้จะห่างกันเกินไปมั้ย อย่างผมว่าจะเอาผลงานหายากๆเกี่ยวกับแจ๊สมาย้อนรอยให้ได้ดูในเว็บนี้หน่อย เพราะผมว่ายังมีงานหลายๆงานที่น่าจะเอามาเปิดเผยให้ได้รู้กัน ไม่รู้จะถูกมองว่าเกรียนมั้ย

1:03 am
August 13, 2009


JazzLife Editor

Member

posts 31

9

ประเด็นนี้ยาว น่าจะนั่งคุยกันครับ


ขอเสนอให้มี ปาร์ตี้ สักวันอาทิตย์หรือวันเสาร์ก็ได้

ใครมีสถานที่ไหน กรุณาแนะนำด้วยครับ

11:50 am
August 22, 2009


Sansana

Member

posts 30

10

Post edited 11:51 am – August 22, 2009 by Sansana


ผมสรุปอย่างนี้เลยแล้วกันครับ

ผมว่าตอนนี้ แจ๊สไทยเหมือนนับหนึ่งใหม่ทั้งการฟังและการเล่น เพราะเมื่อถึงจุดเสื่อมของ GRP แล้ว ตลาดแจ๊สมันก็ชักไปไหนไม่ได้เท่าไหร่แล้ว หลายๆคนก็เริ่มอิ่มตัว คนที่ัฟังไปไกลกว่านั้นก็จะบอกว่า GRPมันก็แจ๊สก๊องแก๊งดีๆ (ผมด้วย 555+)

อีก อย่างวงการแจ๊สในบ้านเรา คนทำงานเพลงแจ๊ส มักพยายามจะทำงานออกมาแบบ “ตูเก่ง จบมาจากเบิร์คลี่ย์ เคยเล่นกับออร์เนท โคลแมนมาแว้ว” แต่ลืมไปว่า คนฟังจะเข้าใจสักกี่คน สุดท้ายคนที่ทำงานแจ๊สง่ายๆจริงที่ชัดเจน ก็มีแค่พี่โก้ กับอีทีซี แล้วงานดีแบบ Hua Hin Living Jazz กับ Hua Hin Smooth Jazz มีใครให้ความสนใจบ้าง ก็มัวแต่คิดว่า แหวะ งานของแกรมมี่

การ จะทำอะไรสักอย่างเนี่ยะ มันต้องเริ่มจากง่ายๆให้คนรู้สึกคุ้นแล้วค่อยๆไปยากไม่ใช่หรือครับ ก็เหมือนปลูกต้นไม้น่ะแหละ นี่เล่นปุ๋ยเร่งโตเลย เหมือนบังคับให้ฟัง ก็ตายสิครับ


สุดท้ายเรื่องการประชาสัมพันธ์ ค่ายไม่โปรโมต เราก็โปรโมตกันเองได้ แต่ถามหน่อยเถอะ Livin'G ออกอัลบั้ม Living Jazz ชุดใหม่มา มีใครในบอร์ดนี้รู้กันบ้าง (ซึ่งผมพยายามจะเจียดเวลามาให้ยลโฉมกัน) น่าเสียดายที่นโยบายของค่ายนี้ที่ห้ามเอาเพลงลงในบล๊อกก็เสมือนการตัดขาตัว เอง 555+

ย้ำเลยนะครับในยุคอินเตอร์เน็ต ถ้างานเจ๊งเพราะคนไม่ชอบ ไม่ผิด
แต่ถ้างานเจ๊งเพราะคนไม่รู้ น่าเกลียด

12:55 am
August 23, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

11

Post edited 9:44 am – August 23, 2009 by kongsukdivoramonsakdituchpimwaree


  อย่าเพิ่งสรุป พี่ว่ามี่กำลังมองโลกในแบบอุดมคติ(Utopia) มากไปหน่อย เพราะอย่างที่บอกไว้ว่า ไอ้สิ่งต่างๆที่เราหวังว่าจะให้มันเกิดขึ่นอย่างที่เราอยากจะให้มันเป็น มันเกิดขึ้นได้ยาก และยากที่จะเกิดขึ้น นอกจากค่อยเป็นค่อยไป  เอาเป็นว่าเอาตัวเราเองซะก่อนเถอะ ตัวเราทำในสิ่งที่เห็นว่ามันดีที่สุดก็ทำไป อย่าไปวิจารณ์ชาวบ้านเค้าเลย  แล้วก็อย่าเอามาตรฐานการฟังเพลงของเรามาวัดการฟังเพลงของคนอื่น  เราฟัง Fusion ก็ฟังไป คนอื่นชอบ Standard ก็แล้วแต่เค้า ไม่มีใครเหนือกว่าใครหรอก และก็ไม่มีใครที่เค้าจบจากไหนแล้วจะกลายมาเป็นเทวดา มีฐานันดรศักดิ์เหนือกว่าชาวบ้านเค้าหรอกครับ   ไม่มีการอิ่มตัวในการเสพฟังเพลงแจ๊สแน่นอน หลังยุค GRP ผมยิ่งฟังหนักมากกว่าเก่าซะอีก(ไม่ใช่เพลงหนักหรือเพลงฟังยาก) คุณโก้เค้าก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป ก็ถูกต้องแล้ว เพราะเค้าถนัดที่จะทำงานง่ายๆแบบนี้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่สิ่งผิด อาจารย์ปริ้นซ์ เค้าก็ทำหน้าที่ของเค้าเอง จะให้เค้าไปเป่าเพลง Living Inside Your Love, Give Me The Night, Night Birds, Captain Caribe, Morning Dance อะไรเทือกนี้ มันก็คงไม่ใช่  คือพูดจริงๆ แจ๊ส มันก็มีความคล้ายงานขายตรงอยู่อย่างหนึ่ง คือหว่านไปเรื่อย ใครฟังแล้ว Get ซาบซึ้งกับมันได้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของวงการ(เอ้า! ได้มาหนึ่งคนแล้ว) ใครฟังแล้วไม่ Get ฟังไม่รู้เรื่อง(เพลงบ้าอะไรของมันวะ ต้องปีนกะไดฟัง) ก็ปล่อยเค้าไป หาคนใหม่ต่อไป  ก็เหมือนกับ Amway ล่ะครับ(เคยทำมาก่อน ปัจจุบันเลิกแล้ว)  ไปคุยกับใครเค้าไม่เล่นด้วย ก็ปล่อยเค้าไป หาคนใหม่ไปเรื่อยๆ(Next)  ไม่ว่าเค้าจะซาบซึ้งกับ Easy Jazz หรือ Hardcore ก็ไม่ใช่เรื่องผิด  ไม่เห็นจำเป็นจะต้องให้นักดนตรีทุกท่าน  บุคลากรทุกคนในวงการ นำเสนอแจ๊สง่ายๆเพียงอย่างเดียว เพื่อดึงคนให้มาสนใจในดนตรีแขนงนี้  คือมันต้องมีทุกแนว แล้วไอ้ประเภท Easy Jazz ก็เห็นจัดกันอยู่บ่อยๆ อย่าง คอนเสิร์ตคุณหนึ่ง(จักรวาล) ,แจ๊สร็อคของอาจารย์ปราชญ์ ,Jazz Afterhour ,Four Play ,บางกอกแจ๊สเฟสฯ(เห็นมี Smooth,Pop Jazz เดินกันขวักไขว่) ,หัวหินแจ๊สฯ และอีกเยอะแยะ  จนเดี๋ยวนี้ยังไม่เคยเห็นใครกล้าจัดคอนเสิร์ตของ John Zorn เลยแม้แต่รายเดียว  ก็ไม่เห็นมี Hardcore คนไหนออกมาโวยวายซักคน  มันต้องมีความหลากหลายครับ  ดูอย่าง Northsea Jazz ที่เนเธอร์แลนด์ซิ ล่าสุดยังมี James Taylor มาเล่นในงานด้วยเลย  เพราะฉะนั้นอย่าเอาเกณฑ์ความชอบส่วนตัวมาตัดสินว่า วงการนี้มันไปไม่รอดแล้ว  สิ่งที่สำคัญมันต้องช่วยๆกันมากกว่า หมายถึงเริ่มจากตัวเราเองก่อน คนอื่นยังไงก็ช่าง แล้วแต่เค้า เค้าไม่ได้ว่างงานเหมือนเรา 

  แล้วไอ้ Livin'G นั่นน่ะ แพคเกจดี ดนตรีใช้ได้ แต่ Detail โคตรของความห่วยแตกเลย ไม่มี Liner Note ไม่มีประวัติความเป็นมา ไม่มีความเป็นไปว่าไอ้ที่ทำออกมาเนี่ยด้วยเหตุผลอะไร มีแรงจูงใจมาจากไหน อยากจะสนับสนุนศิลปินที่มีคุณภาพแบบนี้อย่างไร หรือคุณแกรมมี่เห็นแจ๊สเป็น Oasis หรือบ่อน้ำมันกลางทะเลทราย เลยรีบทำออกมาสั่วๆอย่างที่เห็นมิทราบ(นี่แหล่ะ! งานสั่วๆของแท้ ไม่ใช่อย่างที่พูดว่าอยู่ในยุคที่มีศิลปินอยู่ไม่กี่คน ทำงานสั่วๆออกมาก็ขายได้เป็นล้านแผ่น)

  ปล. แผ่นเค้าวางขายกันพรึ่บ! ที่ B2S และ ร้าน Imagine มีผมล่ะคนหนึ่ง ที่รู้มาตั้งนานแล้ว


แดง(Jaki Byard)  

          

12:40 pm
August 23, 2009


Sansana

Member

posts 30

12

Post edited 7:49 pm – August 23, 2009 by Sansana


ไอ้ Livin'G ก็เงี้ยแหละพี่แดง ทำดีแต่ไม่สุด Hua hin living jazz จริงๆึคือการเอาเพลงของ ฉ่าย สมชัย ในชุด time out 1-4 และงานบรรเลงของศรายุทธ สุปัญโญมารวมกัน อันนี้ยอมรับว่าเสียงห่วยมาก เสียงแตกถ้าเอาไปเล่นกับเครื่องเสียงระดับเทพๆ แต่ผมไม่ได้แคร์เท่าไหร่เพราะเพลงมันเพราะดี ส่วน Hua hin smooth jazz อันนี้ก็เพราะกว่าเดิม เรื่องซาวนด์ก็ดีขึ้น แต่รายละเอียดก็ไม่ค่อยจะมี Beautiful Day ไม่เวิร์กเท่าไหร่ Man of Romance ก็เหมาะสำหรับฟังเพลินๆ แต่Siam Gallery ของพี่ต๋อง เห็นเขาว่าทำออกมาได้แย่มาก ไอ้เรื่องDetailห่วยถ้ามองในแง่ดีอาจจะให้คนฟังฟังแล้วคิดไปเองว่าทำไมถึงผลิตออกมา หรือถ้ามองโลกในแง่ร้ายก็คือประชดพวกที่ซื้อไปเพื่ออวดอ้างว่าตนเป็นคนชั้นสูง ฟังJazz ฟังเครื่องเีสียงมีระดับก็เป็นได้ 555+


แต่วันนี้นัดกับพี่โอไปซื้อบัตร Benny Golsonมา ที่เซ็นทรัลชิดลมก็คุยเรื่องนี้กัน พี่โอก็ว่่า(เท่าที่จำได้) งานพวกเนี้ยมันดีจริง แต่สาเหตุที่liner notes ไม่ดี เพราะมันเป็นเพียงงานที่ให้เงินก้อนนึงกับศิลปินแล้วเอาไปทำ เพราะฉะนั้นความผูกพันหรือรายละเอียดตัวงานก็จะไม่ดีเท่างานเองทำเองขายเอง


ส่วนไอ้ที่บอกว่าทำงานสั่วๆแล้วขายได้ล้านแผ่น ความจริงผมก็ใช้คำแรงไปหน่อย เพราะผมคิดว่าสมัยก่อน ศิลปินยังน้อยอยู่ โอกาสดังมีมาก โอกาสเป็นตำนานก็มีสูงกว่าปัจจุบันเยอะ ขนาดBob Dylan เสียงร้องแบบนั้นยังดังได้ (ซึ่งปัจจุบันเสียงร้องแบบนั้น ก็จะถูกเรียกว่า ไอ้พงษ์พัฒน์)(อันนี้ไม่ได้ดูถูกนะพี่ แค่เปรียบเทียบ แต่Bob ดังได้เพราะการแต่งเพลงจริงๆ) ต่อให้Beatles,Elvis ทำงานที่คนอาจจะชอบน้อยที่สุด พอปัจจุบันคนก็ให้เป็น Masterpiece อยู่ดี,The Monkees พี่โอ๋ สิเหร่อาจจะว่าวงลิงๆไร้สาระ แต่ถ้าเอาไปเทียบกับปัจจุบันคนก็จะถือว่าเจ๋งอยู่ดี Miles Davis ชุด On The Corner ตอนแรกๆก็โดนนักวิจารณ์ด่ายับว่าห่วย แต่ในเวลาต่อมาก็ได้รับการยกย่อง แต่ปัจจุบันอายุมันสั้นลงเพราะว่าศิลปิน(หรือเปล่า???)ผุดกันออกมาเป็นดอกเห็ด ทั้งไร้สังกัดทั้งมีสังกัด ก็แย่งกันตายเลย ไม่ต้องมีmp3 ละเมิดลิขสิทธิ์พวกนี้ก็อายุไม่ยืนอยู่ดี ต่อให้คุณจะทำงานดีแค่ไหนก็ตาม 5-10ปี คุณก็ถูกลืมแล้ว


ที่สั่วๆในความคิดผมก็คือในยุค psychedelic ที่แบบ ทำอัลบั้มสักชุดออกมาก็เล่นยาให้เพียบเลย (ซึ่งผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่เป็นค่านิยมว่า เล่นดนตรีให้ได้แค่พอประมาณ พอจะทำงานก็ล่องลอยไป อัดเพลงไป เสร็จ) ผมอาจจะเข้าใจอะไรผิดก็ได้ แต่ผมเชื่่อว่าถ้าอย่าง Jimi Hendrix , Jim Morrison , Grateful Dead ไม่เล่นยา ก็สร้างผลงานแบบนั้นออกมาไม่ได้ Tim Buckley , JH ,JM ไม่ตายเพราะยา ไม่คลุกคลีกับยาก็เป็นตำนานแบบนั้นไม่ได้ คนพวกนี้มีฝีมือก็จริงครับ แต่เอายามาใช้ในการสร้างชื่อมากเกินไป เคยได้ยินคนเขาพูดล้อเลียนกันว่า ถ้าไม่ดังแล้วรู้ตัวว่าตัวเองตาย ง่ายๆก็ตายแบบลึกลับ เอาเรื่องยามาเกี่ยวด้วยแล้วคุณจะกลายเป็นตำนานทันที งานคุณต่อให้แย่แค่ไหนคนจะยกย่อง ชาบูชาบู (สั่วๆในความหมายของผมก็คือ ทำแบบไม่ใช่ความสามารถของตัวแท้ๆ)

7:56 pm
August 23, 2009


Sansana

Member

posts 30

13

คุณแมว จิระศักดิ์ได้คอมเม้นในบอร์ด jazz พันทิปครับ น่าสนใจเลยทีเดียว


ความคิดเห็นที่ 11 MsgStatus(Msv[11], 11);  

สวัสดีครับ
ผมเป็นหนึ่งใน Living Jazz ที่กำลังจะวางแผงอีกไม่เกินสองเดือนนี้

ผมอ่านความคิดเห็นของทุกคนแล้ว ผมรู้สึกดีมากถึงมากที่สุด…

ครั้งหนึ่งวงการแจ๊สเคยเป็นวงการคล้าย ๆ ตัวใครตัวมันและค่อนข้างปากกัดตีนถีบจนไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้เลย…
แต่ วันนี้ อาการดีขึ้น(บ้าง) ทั้งผู้ฟังและผู้ผลิตหันมาให้ความสนใจในความเป็นดนตรีแจ๊สเชิงเนื้อหา มากกว่าเชิงรูปแบบอย่างเห็นได้ชัด เพราะไอ้การไปเดินดูดนตรีตามชายหาดในเทศการแจ๊สต่าง ๆ เริ่มไม่ขลังแล้ว
(ได้แต่เดินดูและเสพบรรยาการแบบชิล ๆ และดื่มไวน์ แต่ไม่ได้ฟังดนตรีเลยเพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง)
คน เริ่มมาฟังดนตรีแจ๊สอย่างจริงจังมากขึ้น เริ่มแยกแยะออกว่าดนตรีแจ๊สเป็นอย่างไรบ้าง  ทำให้คนรักแจ๊สอย่างผม (แต่ทลึ่งร้องเพลงร็อก) มีกำลังใจขึ้นมาบ้างแล้ว

อีกทั้งเห็นพวกเรา คุยกันอย่างนี้ และมีสังคมที่เข้มแข็งและน่ารักอย่างนี้ ถึงจะเป็นการนับหนึ่งใหม่ผมก็พร้อมที่จะนับ เพราะผมไม่ได้นับคนเดียวแน่ ๆ พวกเราคงนับด้วยกัน ใช่ไหมครับ


It's Real???

12:28 am
August 24, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

14

Post edited 12:32 am – August 24, 2009 by kongsukdivoramonsakdituchpimwaree
Post edited 12:34 am – August 24, 2009 by kongsukdivoramonsakdituchpimwaree


   เออ! ว่ะ คิดอะไรแปลกๆดี “สมัยก่อนศิลปินยังน้อยอยู่มาก”  เอาแค่ศิลปิน Pop ยุค 70's ก็พอ แล้วลองนับออกมาให้พี่ดูที ว่ามีจำนวนศิลปินอยู่ซักกี่คน ไม่รวมพวก Progressive Rock, Southern Rock และอื่นๆอีกคณานับนะ  พี่ลองนับดูแล้ว “น้อยอยู่มากอย่างที่บอกจริงๆว่ะ!” (ฮา)

   คือน้องมี่ เข้าใจมั๊ยว่า ไอ้การที่ศิลปินมันจะเป็นตำนาน หรือไม่ตำนาน มันไม่ได้เกี่ยวกับมีจำนวนมากหรือน้อย  ไอ้ที่มันมีมากๆอย่างปัจจุบัน แล้วทำเพลงออกมา(ขอโทษนะ ขอใช้คำแรงหน่อย) “บัดซบ” แทบจะทุกตัวเลยนี่ มันคงจะเป็นตำนานยากว่ะ!  เอ้า! ถ้ายุคก่อนมันน้อยจริง(อย่างที่น้องนั่งเทียน และคิดจินตนาการเอาเอง) แต่มันเป็นตำนานกันแทบจะทุกวง ทุกศิลปิน อย่างนี้ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้วว่ะ!  คือไอ้การที่จะเป็นตำนานเค้าให้ดูที่งานที่มันออกมามันมีคุณค่าสำหรับแฟนเพลง สำหรับผู้ฟัง มีคุณค่าต่อโลกของเราใบนี้หรือไม่  และมันยังดำรงคงอยู่ ไม่ดับสูญไปตามกาลเวลาหรือเปล่า  ไม่ใช่ทำเพลงออกมามีแต่เรื่องใต้สะดือ  มีแต่เพลงฉันรักผัวเขา  พี่อยากเป็นชู้กับเธอ  ฉันอยากเก็บเธอไว้เป็นสามีฉันทั้ง 2 คนเลยค่ะ  รักใสๆ  รักกุ๊กกิ๊ก  รักกันทั้งปีทั้งชาติ  รักแบบวง Etc.(น่าจะเป็นตำนานได้นะวงนี้ “ตำนานรักโลกไม่ลืมดีมะ (ฮา)”)  “เสียงร้องแบบ Bob Dylan ก็จะถูกเรียกว่า ไอ้พงษ์พัฒน์” เออ! ว่ะ คิดได้ไงวะ  งั้นคงต้องเป็นเสียงร้องอันแสนไพเราะบาดหัวใจของ พี่เบิร์ด ซะล่ะมั้ง ที่สมควรจะจัดให้เข้าไปอยู่ในทำเนียบ Hall of Fame  ก็คิดกันซะอย่างนี้น่ะสิ  ถึงได้แยกแยะไม่ออกว่าอะไร ตำนาน อะไร ไม่ใช่ 

   ไอ้การคิดอะไรแตกต่าง ไม่ใช่บอกว่าไม่ดี แต่ไอ้ที่คิดแตกต่างแล้วมันแย้งกับความเห็นที่คนทั้งโลกเค้ายอมรับกันแล้ว นี่มันแปลก หรือจะให้ดีลองส่ง Comment ตามที่ว่ามา (”ถ้าอย่าง Jimi Hendrix , Jim Morrison , Grateful Dead ไม่เล่นยา ก็สร้างผลงานแบบนั้นออกมาไม่ได้ Tim Buckley , JH ,JM ไม่ตายเพราะยา ไม่คลุกคลีกับยาก็เป็นตำนานแบบนั้นไม่ได้ คนพวกนี้มีฝีมือก็จริงครับ แต่เอายามาใช้ในการสร้างชื่อมากเกินไป เคยได้ยินคนเขาพูดล้อเลียนกันว่า ถ้าไม่ดังแล้วรู้ตัวว่าตัวเองตาย ง่ายๆก็ตายแบบลึกลับ เอาเรื่องยามาเกี่ยวด้วยแล้วคุณจะกลายเป็นตำนานทันที งานคุณต่อให้แย่แค่ไหนคนจะยกย่อง ชาบูชาบู (สั่วๆในความหมายของผมก็คือ ทำแบบไม่ใช่ความสามารถของตัวแท้ๆ)”  ไปให้นิตยสารดนตรีในต่างประเทศดูสิ  เผื่อว่ามันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการดนตรีบ้างก็เป็นได้ (ฮา)

   น้องมี่ ลองแยกแยะ ดูนะ ว่าถ้ากลุ่มศิลปินอย่าง The Dead เค้าไม่พี้ยา แล้วทำอัลบั้มออกมา โดยใช้ฝีมือล้วนๆ มันก็จะออกประมาณ Country Rock อย่าง The Eagles น่ะแหล่ะ  ถามว่าฝีมืออย่าง The Eagles นี่พอจะนำไปเปรียบเทียบกับวง Etc. ของน้องได้มั๊ย! (ฮ่า ฮ่า)  น้องต้องเข้าใจว่าศิลปินเค้าเลือกทางเดินของเขาแบบนี้ การพี้ยาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างงานก็จริง แต่ฝีมือของพวกเขามันไม่ใช่จะมาล้อเล่นกันแล้ว แล้วถ้ามันเกิดงานที่สร้างสรรค์ถึงระดับ Masterpieces แล้ว มันเสียหายตรงไหนที่ยามีส่วน นั่นคือมรดกทางดนตรีที่พวกเขาเหล่านั้นทิ้งไว้ให้กับโลกใบนี้ของพวกเราทุกคน  ถ้ามันจะผิด ก็คงมีแต่เรื่องผิดกฎหมายนั่นแหล่ะ! (กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับฟังด้วยนะ ว่าไม่ได้สนับสนุนให้ใครเสพ หรือยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดเหล่านี้ ว่ากันเฉพาะงานของศิลปินในยุคนั้นเท่านั้น) 

   ไปเอาข้อมูลมาจากไหนวะเนี่ย:

“เอายามาใช้ในการสร้างชื่อมากเกินไป เคยได้ยินคนเขาพูดล้อเลียนกันว่า ถ้าไม่ดังแล้วรู้ตัวว่าตัวเองตาย ง่ายๆก็ตายแบบลึกลับ เอาเรื่องยามาเกี่ยวด้วยแล้วคุณจะกลายเป็นตำนานทันที งานคุณต่อให้แย่แค่ไหนคนจะยกย่อง ชาบูชาบู”      

คงไม่มีศิลปินคนไหนที่บ้า แล้วคิดแบบนั้นหรอกว่ะ! ไร้สาระสิ้นดี มันเป็นความภาคภูมิใจตรงไหนวะ ศิลปินสร้างงานศิลปะ ทำดนตรีออกมาให้ผู้คนได้เสพฟัง และชื่นชม ยกย่อง ในความสามารถของพวกเขา นั่นเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง มันก็ไหลตามมา  ยอมรับว่ายุคสมัยนั้นการพี้ยาเป็นแฟชั่นส่วนหนึ่ง เป็นเหมือนลัทธิของคนหนุ่มสาวส่วนหนึ่ง(บุปผาชน) ที่ทำให้เชื่อว่ามันคือหนทางสู่นิพพาน  ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่  และไอ้ความเชื่อที่ว่ามันก็ถูกปลูกฝังลงไปในตัวของศิลปินด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น เรื่องเอายามาใช้ในการสร้างชื่อเสียง คงจะเป็นข้อมูลที่ไม่ได้เกิดจากการกลั่นกรองผ่านทางสมองมาก่อน  ช่างเป็นข้อมูลที่มั่วได้ใจจริงๆ  ถ้ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆ คิดว่าน่าจะเป็นพวกศิลปิน(อย่าเรียกว่าศิลปินดีกว่า) กระจอกๆ ตามข้างถนนซะมากกว่า ที่จะคิดอะไรโง่ๆแบบนั้น      

    

ไอ้เรื่องDetailห่วยถ้ามองในแง่ดีอาจจะให้คนฟังฟังแล้วคิดไปเองว่าทำไมถึงผลิตออกมา

แล้วทำไมจะต้องให้คนฟังคิดไปเอง มันเกิดประโยชน์ตรงไหนเหรอ แต่ถ้า “ให้เงินก้อนนึงกับศิลปินแล้วเอาไปทำ” อันนี้ O.k. ไม่ว่ากัน มันไม่ผูกพันในตัวงานอยู่แล้ว

คุณแมว จิระศักดิ์ได้คอมเม้นในบอร์ด jazz พันทิป

แล้วเห็นรึยังล่ะ! ว่าวงการนี้มันมีอนาคต แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่บัดซบไปซะทุกเรื่องอย่างที่คุณน้องคิด

แดง(Jaki Byard)

10:26 am
August 24, 2009


Sansana

Member

posts 30

15

Post edited 10:43 am – August 24, 2009 by Sansana
Post edited 10:44 am – August 24, 2009 by Sansana
Post edited 12:29 pm – August 24, 2009 by Sansana
Post edited 12:31 pm – August 24, 2009 by Sansana
Post edited 12:33 pm – August 24, 2009 by Sansana


เอาล่ะพี่แดง ผมก็เข้าใจแล้วล่ะไอ้ที่พี่เล่ามา ผมก็เข้าใจอะไรผิดๆไปหลายเรื่อง แต่ผมไม่ใช่พวกนั่งเทียนเขียนอย่างที่พี่กล่าวหาหรอก แล้วผมก็ไม่ได้ดูถูก Bob Dylan หรือศิลปิน Psychedelicอย่างที่พี่เข้าใจมาด้วยซ้ำ แล้วผมพูดตอนไหนว่าวงการแจ๊สมันสิ้นหวัง ผมแค่จะอธิบายว่ามันหาทางไปยากหน่อยในยุคนี้ ในวงการบ้านเราเพราะตลาดมันแคบ ช่องว่างระหว่างคนฟังกับคนทำมันมาก  อีกอย่างปัญหามันคือแจ๊สหาทางไปต่อยากเพราะเมื่อก่อน สวิงถึงจุดอิ่มตัว ก็คิดบ็อพมาได้ บ็อพอิ่มก็คิดฮาร์ดบ็อพมาได้ ฮาร์ดบ็อพอิ่มก็ฟรีแจ๊ส ไปฟิวชั่น ฟิวชั่นเสื่อมไปสมูธแจ๊ส แล้วตอนนี้ก็คือกลับไปหาจุดเดิมๆ เพราะมันไม่สามารถสร้างแนวใหมไปต่อ ซึ่งก็ไม่ผิด


ส่วนระบบวงการวิทยุบ้านเรามันเป็นแบบนี้เพราะ เราไปเอาวิธีการจัดรายการของอเมริกามา โดยลืมไปว่า ความกว้างของตลาดเพลง ความหลากหลายของตลาดเพลงมันต่างกันมาก การจัดคลื่นแบบFormat Stationมันเหมาะกับที่นั่น แต่ไม่เหมาะกับเรา

แล้วไอ้บริษัทที่วัดผลความนิยมของแต่ละคลื่นที่ชื่อ A.C.Nelsonเนี่ย มันก็วัดแบบวงแคบๆ ถามวงแคบๆ ฉะนั้นพี่ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมคลื่นพวก Seed วัยรุ่นเกรียนๆทั้งหลายมันถึงได้รับความนิยม ก็เพราะเจาะจงถามแต่พวกนี้ไงพี่ คิดดูว่า Fat คนฟังจำนวนมาก จับต้องได้ชัดเจน แต่ยังไม่ติด Top10 (อันนี้รู้จากปากคุณโชคชัย เจี่ยเจริญ เจ้าของGen-Xเลยครับ)


แต่ผมไม่ชอบเท่าไหร่นะที่ผมมาแสดงความคิดเห็นแล้วพี่แดงก็มาต่อว่า เหน็บแนม ผมไม่ได้ว่าพี่แดงสักคำ ผมไม่ได้มาเพื่ออวดภูมิความรู้อันน้อยนิดเสียด้วยซ้ำ อะไรที่ผมรู้ อะไรที่มันอยู่ในหัวมานานผมก็แค่อยากบอกเล่า อยากวิจารณ์ เท่าที่ความสามารถของผมมี ผมพูดอะไรงงๆก็จริง แต่ก็หวังว่ามันจะเข้าเป้าสักจุด  ผมคิดยังไงก็พูดอย่างนั้น พี่แดงรู้อะไรก็อธิบายให้ผมเข้าใจสิครับ ไม่ใช่มาพูดกันแบบนี้ รู้จักกันก็นานพอสมควร  พี่คิดว่าผมเป็นคนเกรียนๆ้เหรอครับ ลืมไปว่าพี่ก็เป็นคนแบบนี้


กำลังรู้สึกว่าพี่แดงพยายามจะAccusedว่าผมมองอะไรมันก็เลวร้ายไปหมดก็ไม่ว่ากันครับ ก็คุยกับพี่โอแล้วผมก็เข้าใจในหลายๆเรื่อง เพียงแต่สิ่งที่ผมเข้าใจกลับไม่เอื้ออำนวยในการเรียบเรียงมาพิมพ์ ทางที่ดีกระทู้นี้ให้มันปิดไปเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องบานปลาย ผมก็ไม่อยากถูกมองว่าไม่มีสัมมาคารวะเพราะเรื่องดนตรีกระแสย่อยแนวหนึ่งในเมืองไทยน่ะครับ


สรุป……ผมผิดเองที่มาตั้งกระทู้ในนี้ ลืมไปว่าที่นี่เหมาะสำหรับคน “ซีเรียส” ผมไม่ได้บอกว่าบอร์ดไหน เว็บไหนดีกว่า แต่ผมดูที่พี่ตอบ กับในบอร์ดแจ๊สพันทิพ ตอนแรกผมก็โดนว่าเหมือนกัน แต่ผมก็อธิบายให้เขาเข้าใจ แล้วมันก็ราบรื่นดี แต่ดูคอมเม้นของพี่ โอเค มันเหมือนยาแรงๆ ซึ่งผมก็รับได้ แต่ผมอ่านที่พี่ตอบกลับมา ส่วนใหญ่ผมรู้เลยว่าพี่ “ว่า” ผมเป็นหลัก ว่าทำนองว่าอวดภูมิบ้าง นั่งเทียนบ้าง คิดตื้นๆว่าวงการมันบัดซบบ้าง  ไม่ได้มีสักเสี้ยวที่จะให้ความรู้ หรือถ้ามีมันก็ถูกกลบหมดแล้ว


และอย่าเอาแต่มองว่า ผมยึดติดแต่ฟิวชั่น สมูธ ผมฟังได้หมดเพียงแต่แนวอื่นๆผมยังไม่ได้ให้ความสนใจอย่างชัดเจน เพราะผมยังเก็บของที่ผมอยากฟังไม่หมด และอะไรที่ผมชอบจริงๆผมก็จะฟังมัน ไม่ใช่ลองฟังเพราะถูกด่า แต่ถ้าผมกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาพี่ไปแล้ว ก็คิดซะว่าเป็น “กรรม” ก็แล้วกันครับ


เรื่องแบบนี้ผมชินแล้วครับ ส่วนพี่ก็สิงสถิตอยู่ที่นี่กับ thaiprogไปก็แล้วกันครับ bangkokjazzlife.com ที่นี่มันเฟะไปแล้ว ทำไปก็เท่านั้น


—————————————————————————————————————————————————————————–

แถมกระทู้พี่แมวตอบกลับ อย่างฮา (เอาคอมเม้นเรื่องLivin'gของพี่ไปให้เขาดู)

การเตรียมงานของ Livin'G ยังต้องปรับปรุงนะผมว่า หลายอย่างผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก ประเด็นแรกที่คุณพูดก็ถูก แม้แต่ผมเองก็ยังงงบ้างกับที่มาที่ไป แล้วจะPRงานอย่างไรหรือโปรโมชั่นในรูปแบบไหนก็ยังคลุมเคลือ แต่ส่วนดีก็อยู่ตรงที่ได้เริ่มทำ แม้จะยังขัดหูขัดตาบ้างแต่ก็คงจะต้องปรับปรุงกันไป ผมจะไม่พูดอะไรแทนเค้าหรอกนะครับเพราะคนละส่วนกัน ผมเป็นแค่นักดนตรี เป็นศิลปิน แต่อะไรที่ผมพอจะพูดบอกพวกเค้าได้ผมก็จะทำ
ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ


10:15 pm
August 24, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

16

  ขอบคุณนะครับ สำหรับคำสั่งสอน จากคนที่มีสัมมาคารวะ :

พี่คิดว่าผมเป็นคนเกรียนๆ้เหรอครับ ลืมไปว่าพี่ก็เป็นคนแบบนี้

ส่วนพี่ก็สิงสถิตอยู่ที่นี่กับ thaiprogไปก็แล้วกันครับ

  ไม่เจ็บหรอกครับ เพราะไม่ได้อินกับศัพท์วัยรุ่น ถูกถอนหงอกก็ไม่เป็นไร เพราะเราเสือกไปด่าเขาก่อน แต่จำไว้อย่าง อย่าพูดเรื่องไม่จริงในสิ่งอันเป็นที่รักของคนอื่น และแน่ใจหรือว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้ดูถูกศิลปิน :

   

ผมเชื่่อว่าถ้าอย่าง Jimi Hendrix , Jim Morrison , Grateful Dead ไม่เล่นยา ก็สร้างผลงานแบบนั้นออกมาไม่ได้ Tim Buckley , JH ,JM ไม่ตายเพราะยา ไม่คลุกคลีกับยาก็เป็นตำนานแบบนั้นไม่ได้ คนพวกนี้มีฝีมือก็จริงครับ แต่เอายามาใช้ในการสร้างชื่อมากเกินไป เคยได้ยินคนเขาพูดล้อเลียนกันว่า ถ้าไม่ดังแล้วรู้ตัวว่าตัวเองตาย ง่ายๆก็ตายแบบลึกลับ เอาเรื่องยามาเกี่ยวด้วยแล้วคุณจะกลายเป็นตำนานทันที งานคุณต่อให้แย่แค่ไหนคนจะยกย่อง ชาบูชาบู (สั่วๆในความหมายของผมก็คือ ทำแบบไม่ใช่ความสามารถของตัวแท้ๆ)

   วงการวิทยุ เราไม่ทราบเรื่องวิธีการจัดรายการ แต่เราพูดในฐานะคนฟังเพลง :

คนที่เค้าโวยวายในเน็ท เค้าก็ต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะ กู รักช่วงเวลา กูรักดีเจ กูรักรายการ กูรักรูปแบบรายการ กูรักดนตรีแบบนี้ และกูรักอะไรอีกมากมายหลากหลายเหตุผล  แต่เค้าไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวัน(ตกงาน อยู่บ้านเฉยๆ นอนกินเงินเดือนพ่อ แม่ มีมรดกตกทอดให้ถลุงเล่น มีเงินให้ซื้อสโมสรฟุตบอลในต่างประเทศ พวกข้ารวย พวกข้ามีเงิน พวกข้าก็ไปนอนเล่น ตั้งเต๊นท์แถวๆ สนามหลวง แล้วก็เย้วๆ แหกปากกันให้เป็นที่สบายอารมณ์) บางรายกลับมาจากที่ทำงาน กลับถึงบ้านก็เดี้ยงแล้ว น้องเอ๊ย!  บางคนเค้าก็อยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว บางคนเค้าก็มีภารกิจที่ต้องไปทำเป็นการส่วนตัว แต่คนเหล่านี้ก็ยังรักในเสียงเพลงอยู่ ยังอยากให้รายการที่โปรดปรานของตัวเค้าเองยังดำรงคงอยู่ต่อไป  มันก็ต้องออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาระบาย ออกมาพูดคุยกับคนที่มีรสนิยมตรงกัน ไม่ใช่เรื่องที่ผิด  คนมันไม่เหมือนกัน ความคิดเห็นมันต่างกัน นะน้องนะ

   ผมคงมิบังอาจไปล่วงละเมิดสิทธิในการแสดงความเห็นของใครแน่นอน แต่อยากจะบอกเพียงว่า การนำเสนอแนวดนตรีมันต้องมีความหลากหลาย ยกเว้นดนตรีอุบาทว์ ที่หลากหลายยังไงก็ไม่ขอฟัง  ก็เท่านั้น นั่นคือสิ่งที่อยากจะบอก ไม่ได้บอกว่าคุณฟังเป็นเฉพาะ Fusion รู้ว่าคุณฟังแนวอื่นๆก็เป็น :


ใครจะซาบซึ้งกับ Easy Jazz หรือ Hardcore ก็ไม่ใช่เรื่องผิด  ไม่เห็นจำเป็นจะต้องให้นักดนตรีทุกท่าน  บุคลากรทุกคนในวงการ นำเสนอแจ๊สง่ายๆเพียงอย่างเดียว เพื่อดึงคนให้มาสนใจในดนตรีแขนงนี้  คือมันต้องมีทุกแนว 

   จริงๆผมมันเป็นคน “เหี้ย” นะ เพราะฉะนั้นเวลาคนประเภทนี้พูดอะไรออกไป มันค่อนข้างแรง เพราะปากมันตรงกับใจ อะไรที่ไม่ชอบกูด่าแม่งเลย แต่คุณก็ลองคิดให้ดีก็แล้วกัน ว่าอารมณ์ความรู้สึกของคุณกับผมต่อวงการดนตรีหรือต่ออะไรก็แล้วแต่ มันไม่ได้แตกต่างกันซักกี่มากน้อยหรอก เพียงแต่ผมอาจจัดอยู่ในพวกประเภท “คนชั่ว” “ปากหมา” “คนระยำ” ก็เท่านั้น คงไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตามา “ว่า” คุณเป็นหลักหรอกนะ แล้วใครจะ “ซีเรียส” ก็แล้วแต่ แต่คนๆนั้นไม่ใช่ผมแน่นอน : 


ลืมไปว่าที่นี่เหมาะสำหรับคน “ซีเรียส” ผมอ่านที่พี่ตอบกลับมา ส่วนใหญ่ผมรู้เลยว่าพี่ “ว่า” ผมเป็นหลัก ว่าทำนองว่าอวดภูมิบ้าง นั่งเทียนบ้าง คิดตื้นๆว่าวงการมันบัดซบบ้าง  ไม่ได้มีสักเสี้ยวที่จะให้ความรู้ หรือถ้ามีมันก็ถูกกลบหมดแล้ว


  

10:38 pm
August 24, 2009


kongsukdivoramonsakdituchpimwaree

Member

posts 46

17

    ไม่ต้องกังวลนะ ที่จะต้องมาเสวนากับผมอีก เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คุณจะไม่ได้เจอผมในเว็ปนี้ หรือเว็ปใดๆอีกเลย หรือแม้กระทั่งงานคอนเสิร์ต  อีเวนท์ทุกอีเวนท์  Workshop ต่างๆ  มีเพียงคอนเสิร์ต Benny Golson เท่านั้นที่ซื้อบัตรไปแล้ว ไม่รู้จะเอาไปคืนยังไง ทนๆนิดหนึ่งก็แล้วกัน แค่ 2-3 ช.ม. เท่านั้น ผมก็จะพยายามเลี่ยงไม่ให้เจอคุณก็แล้วกัน จะได้รู้สึกสบายใจ  ถ้าบังเอิญเจอจริงๆจะในงาน หรือที่อื่นๆ  ก็ให้คิดประหนึ่งว่าไม่รู้จักกันมาก่อนก็แล้วกัน ขอให้รื่นรมย์กับการตั้งกระทู้ ตอบกระทู้ ไม่ว่าจะในเว็ปไหนๆนะ


แดง(คงศักดิ์ เยาวรัตน์)


11:28 am
August 28, 2009


Pruk

Member

posts 14

18

ผมว่าบอร์ดที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องดนตรี น่าจะเป็นที่ที่สร้างมิตรภาพดีๆ ระหว่างกัน ไม่ใช่เหรอ???

ผมว่าพี่ทั้ง 2 คนใจเย็นๆกันดีกว่านะครับ เท่าที่อ่านมา พี่ทั้ง 2 น่าจะรู้จักกันเป็นการส่วนตัว

ถ้าต้องแตกหักกันด้วยเรื่องนี้ ผมว่า น่าเสียดาย น่าเสียดาย น่าเสียดาย

จาก.. คนที่รักในเสียงเพลงเลยแวะเข้ามา ไม่ได้รู้จักใคร ไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีมากมาย Laugh

12:41 am
August 29, 2009


Sansana

Member

posts 30

19

Post edited 12:43 am – August 29, 2009 by Sansana


ได้ปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องเป็นห่วงครับผม


พี่ยอด ลบกระทู้นี้ได้เลยนะครับ Smile


ปล.ผมอายุ21เองครับ

11:06 am
September 22, 2009


JazzLife Editor

Member

posts 31

20

แลกเปลี่ยนกันสนุกเลยนะครับ


สำหรับผม แจ๊สของ แกรมมี่ คือความพยายามรักษาตลาดคนฟังอีกกลุ่มหนึ่ง

ซึ่งเขาไม่เคยมองเห็นความสำคัญมาก่อน


เพราะที่ผ่านมา เขาสนใจแต่คนฟังวัยรุ่น


แต่เมื่อยอดขายซีดีมันเปลี่ยนไป และซีดีตอบสนองคนวัยทำงาน


พร้อมๆ กับแนวเพลงแจ๊สที่มีการขยายตัวระดับหนึ่ง

แกรมมี่เลยหันมาทำตลาดด้านนี้


ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นศิลปินของแกรมมี่มีความตั้งใจดี

บางคน ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก มีความรู้ใน repertoire ที่นำมาเล่น

แต่ส่วนใหญ่ไม่คุ้นครับ และอาจจะไม่มีความเข้าใจด้วยซ้ำ

ตัวอย่างที่เด่นชัด คือเรื่องที่ อ.ป๊อก วิชัน อึ้งอัมพร เล่าให้ฟัง

ถึงการโซโลแซ็ก แล้วมีคนบอกแกว่าแกโซโลผิดคีย์


แค่ความรู้ในเรื่องคีย์ หรือการย้ายคีย์ คนทำงานตรงนี้ก็สอบตกแล้ว


ผลงานในกลุ่มนี้ ที่ดีหน่อย น่าจะเป็นการนำบุคลากรจากนอกค่ายแกรมมี่มาช่วยงาน


ส่วนที่เหลือก็ ลุ้นเอาเถอะครับ


ผมกำลังเล็งจะเขียนถึงงานซีรีส์นี้อยู่ หากมีเวลาพอ


ส่วนการผลิต ผมเห็นด้วยกับคุณคงศักดิ์ (พี่แดง) ว่า แกรมมี่ ทำงานระดับนี้ แต่ยังคิดในกรอบเดิมๆ


และไม่เคยลงทุนในการสร้างองค์ความรูเลย


จริงๆ องค์กรระดับนี้ เขาควรสร้างพิพิธภัณฑ์ หรือจัดเก็บข้อมูลให้ดีกว่านี้ได้แล้ว


แต่เขาคงสนุกกับการขายเพลงเหมือนขายแฟ้บสบู่ยาสีฟันกระมัง


About the BangkokJazzLife.com forum

Most Users Ever Online:

10


Currently Online:

6 Guests

Forum Stats:

Groups: 1

Forums: 2

Topics: 46

Posts: 253

Membership:

There are 35 Members

There has been 1 Guest

There is 1 Admin

There are 0 Moderators

Top Posters:

kongsukdivoramonsakdituchpimwaree – 46

baramee – 37

JazzLife Editor – 31

Sansana – 30

akayutaka – 29

pka – 20

Administrators: admin (1 Post)